230722 บทเพลงแห่งความซ้ำซาก-พ่อท่าน-สันติอโศก-บ013.txt
เนื้อหาในไฟล์
ต่อจากนี้ไปเป็นการอบรมทำวัตรเช้าเรื่องบทเพลงแห่งความซ้ำซากโดยพ่อท่านโพธิรักษ์เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2523 ที่พุทธสถานสันติอโศกขอเชิญท่านติดตามฝั่งได้ณบัดนี้ถ้าเรามาปฏิบัติธรรมกันแล้วเราก็จะจับอันหนึ่งได้คือเราแต่ก่อนเป็นฆราวาสหรือ เรายังไม่ได้ปฏิบัติธรรมเราจะตั้งหน้าตั้งตาแสวงหาเพิ่มหาความแปลกความใหม่ไปอย่างไม่หยุดยั้งเรามีเงินเราก็จะเอาหาเงินไปไว้หาของแปลกมากินมาใช้มามีมาสะสมเสร็จแล้วเบื่อหรือว่าภูมิใจแล้วพอใจแล้วก็ไปหาอื่นมาอีกค้าอื่นมาอีกถ้าเรามีแรงของเงินหรืออำนาจที่จะยื้อแย่งหรือไปแสวงหามาได้เราก็จะแสวงหาไม่มีที่สิ้นสุดเป็นอย่างนั้นแสวงหาสมบัติวัตถุแสวงหาของแปลกใหม่เสพทางอารมณ์ที่จะได้มาไม่ว่าจะได้พบ ก็เห็นว่าจะได้ยินได้ฟังแม้จะได้ดมกลิ่นได้ลิ้มรสได้สัมผัสทางกายจับต้องเสียดสีไปจนกระทั่งใจมันจะเป็นอย่างนั้นเป็นเรื่องจริงลองนึกดูลองนึกดูทีนี้พอเรามาปฏิบัติธรรมแล้วไอ้สิ่งที่เราเคยได้จะต้องเห็นว่าเป็นโลกีย์เพราะได้พบได้เห็นพอได้ยินเด็กรถดมกลิ่นจะได้สัมผัสแต่ต้องอะไรต่างๆนานาเราจะลดลงเราจะเห็น เราหยุดได้เราจะเห็นว่าเราไม่แสวงหาไม่ต้องเป็นเหน็ดเหนื่อยไม่ต้องไปเห็นว่ากรุณาแปลกใจไม่ต้องไปเห็นว่าน่าตื่นเต้นน่าดีใจน่าอยากได้อยากมีอะไรเข้าได้เรื่อยๆแม้มันจะมีจิตใจอะไรอาวรณ์อะไรบ้างสำหรับคนตัดทีเดียวไม่ขาดเด็ดทีเดียวไม่ขาดหาเราก็จะมีบ้างแต่ก็จะรู้ว่ามันไม่มีฤทธิ์มีแรงอะไรมากแต่นั่นอย่าไว้ใจว่าไอ้ที่ยังมีอะไรเอาวอนนั้นน่ะเป็นเรื่องที่เสร็จสิ้นแล้วยังไม่เสร็จสิ้นนะเราจะต้องไม่ให้มีอะไรอาวรณ์ไม่มีความหลงไม่มีความอะไรอาวรณ์แม้แต่นานๆมันจะเกิด เกิดอารมณ์ไม่มีรอยหลอนมีรอยที่มันหลอนใจเราเออมันเกิดอยู่เราไม่คิดแล้วมันก็เกิดเป็นอารมณ์ขึ้นมาหลอนใจเราเผลอๆเป็นสุขเป็นความเสื่อมอะไรขึ้นบ้างเล็กๆน
อ่านต่อ
้อยๆแรงอ่อนๆก็จงรู้ว่านั่นมันก็ยังมีรอยเหลือที่จิตสะอาดสนิทนั้นแม้ผีหลอกหรือโอปปาติกะเกิดเองเป็นเองผุดเกิดอย่างนี้ที่จิตไม่มีถ้ามันจะเกิดนั้นเราหยิบมันขึ้นมาเกิดจึงเรียกว่าหมดโอปป้าติดกะอยู่นี่สิ้นซากนานๆเกิดที่เขาเรียกว่าเอออันนี้มันเกิดอยู่มันก็เรียกว่าจะเป็นอนาคามีเนาะ พ่อเป็นอนาคามีอรหันต์แล้วเนี่ยเราจะตรวจความเป็นอนาคามีเพราะเป็นพระอรหันต์จะตรวจความเป็นอนาคามีฟังดูดีๆเป็นพระอรหันต์จะตรวจความเป็นอนาคามีเราจะท่านจะเป็นพระอรหันต์แต่ท่านจะรู้สึกเสมอว่าท่านเป็นเจ้าจะเห็นตัวอนาคามีเศษเสี้ยวมันมันร้อนเกิดแล้วท่านก็จะปราบมันงานท่านจะไม่ใช่กิจที่เหลือหรอกมันเป็นกิจจรที่มีหน้าที่ทำจรที่มันจะมีมาบ้างสำหรับพระอรหันต์ที่ยังไม่เด็ดขาดสูงสุดจนกระทั่งหมดอนาคตไม่หมดโอปาติกะพรรคอนาคตใหม่พระอรหันต์ เข้าเขตที่มีภูมิฐานที่ยังเหลือเศษผีหลอกอะไรบ้างท่านก็จะค่อยเก็บธนาคารมีกี่จนกว่าจะเรียกเกลี้ยงจริงๆพระอรหันต์ที่บริบูรณ์สูงสุดหมดสิ้นเชื้อไม่ใช่กิจไม่ใช่กิจที่จะต้องคอยพากเพียรคอยอะไรนะคิดอย่างนั้นของพระอรหันต์ที่เลือกอาหารที่หมายความว่าทหารสอบได้ 85% ขึ้นไปแล้วทหารสอบได้คือ 85% ยังไม่เต็มร้อยก็เป็นอย่างนั้นแหละอาจจะมีสำหรับเราที่มากันนี่ก็ขอตั้งข้อสังเกตให้ว่าให้ ดูสิ่งที่คนคนหรือว่ายังชาวโลกโลกเขาจะแสวงหาความแปลกความใหม่ความเอร็ดอร่อยในการที่จะได้ใหม่แล้วใหม่อีกเพราะใครมาหลอกมาล่อต้องอารมณ์เราถ้ามีสะดุ้งสตางค์เท่าไรเราก็สู้เท่าไหร่เราก็ซื้อนึกว่าเป็นความสุขแล้วก็จะแสวงหาไม่สิ้นสุดเศรษฐกิจได้ก็เจ็บอยู่จนกว่าจะเบื่อก็เสียภาษีใหม่เปลี่ยนแปลงไปด้วยว่าซ้ำซากอยู่บ้างเขาก็ยิ่งจะติดจะยึดจะเป็นไม่ไม่ถอนไปทีเดียวนี่ก็เป็น กิเลสราคะลงหลักปักรากหรือบางคนซ้ำซากแล้วก็เบื่อหน่ายซ้ำซากแล้วก็เบื่อก็นายว่าซ้ำก็ซ้ำเข้าซ้ำเข้าแล้วก็เซ็งเบื่อหน่ายแล้วก็ไปหาใหม่อย่างอื่นเปลี่ยนไปเปลี่ยนไปอยู่อย่างนั้นมันก็ดิ้นไปดิ้นมาไม่มีการปลดปล่อยไม่มีการวางแท้จริงแล้วมันเวียนเข้าหาความซ้ำซากเรียนเข้าหาความน้อยลงยิ่งน้อยเท่าไหร่บทบาทความเป็นอยู่ของคนยิ่งไม่แสวงหาแปลกใหม่มีอะไรให้มากเรื่อง ความซ้ำซากมันก็ยิ่งจะเกิดมากเพราะเราไม่ไปแสวงหาแปลกใหม่มากเพื่อกระจายบทบาทด้วยความสัมพันธ์ของเราไปสู่อะไรต่ออะไรต่างๆให้มากลดน้อยลงลดน้อยลงเมื่อมีแต่ความเป็นแก่นสารมันมีแต่ความเป็นสาระเราก็จะมาซ้ำซากอยู่ที่แก่นสารและสาระมากขึ้นเรื่องน้อยลงแก่นสารมากขึ้นปลีกย่อยที่เป็นเรื่องประดับประดาแพรวพรายเรื่องเล็กเรื่องน้อยเรื่องไอ้โน่นไอ้นี่อะไรต่ออะไรก็จะหลุดหลุดร่อนๆออกเรื่อยเพราะฉะนั้นทุกอย่างก็จะเก็บเข้ามาเหลือเข้ามาเป็นแก่นเป็นสารเวลาว่างๆก็จะมีเยอะขึ้น ที่นี่เราก็ปรับจากเวลาว่างๆเข้ามาสู่สารัตถะของกรรมหรือการงานที่เป็นบุญที่เป็นบุญคุณยาที่สังขารหรือว่าเป็นกุศลกรรมปริญญาที่สังขารหมายความว่าเรามาสังขารอย่างยิ่งปุญญะบวกอภิสังขารเราเรียกในฐานะที่เราเป็นพระอริยะเราไม่ได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเราก็เรียกอิทธาภิสังขารอ่านพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่สังขารคือท่านสังขารอย่างเก่งอิทธิพลสังขารท่านปรุงปรุงอย่างแกงลุงอย่างอภิสังขารนี่แหละมันเป็นเรื่องอภิส ฐานคือเราไม่ใช่ปรุงอย่างชาวโลกโลกอภิสังขารแม้แต่คำว่าอภิสังขารมารมันก็ยังเป็นการปรุงอย่างร้ายกาจด้วยอภิแปลว่าเติมว่ามันยิ่งมันเหนือล่ะมันมีแรงฤทธิ์พิเศษจึงเป็นการปรุงอย่างถ้ามาอธิบายสั้นๆผู้เป็นพระอริยะแล้วก็เรียกว่าเรามาปรุงอย่างมีปัญญามีอภิปัญญาหรือที่เขาเรียกอภิปรัชญาเรามีปัญญาชั้นสูงมาเจตนาธรรมสร้างขึ้นเพราะฉะนั้นสิ่งที่สร้างเราจึงล้วนแต่บุญจึงเรียกว่าคุณยาพิษสังขารคนยากบอกอภิสังขาร จึงล้วนแล้วแต่บุญหรือสิ่งที่เป็นการชำระถ้าผู้ที่ยังไม่เป็นพระอรหันต์ก็จะปรุงแต่สิ่งที่จะล้างให้ตนด้วยล้างให้ผู้อื่นบ้างแต่ถ้าเป็นพระอรหันต์แล้วท่านก็จะปรุงแต่ชำระสิ่งที่เป็นเครื่องชำระให้ผู้อื่นหรือล้างให้ผู้อื่นเป็นการปรุงด้วยสิ่งที่จะชำระล้างให้แก่คนที่เราจะช่วยหรือขนให้ตอบไปเป็นงานงานสุดท้ายไม่มีอะไรอื่นอีกแล้วไม่ฉะนั้นคนพระอรหันต์นั้นก็จะนั่งอยู่เฉยๆถ้าไม่มีกิจการงานเป็นที่สุดเป็นสัมมากัมมันตะเพราะจะนั่งอยู่เฉยๆจะทำอะไรจะซ้ำซากอยู่ เดินยืนนั่งนอนกินเยี่ยวขี้แล้วก็อยู่แถวนั้นก็ตื่นมาก็เดินยืนนั่งนอนกินเยี่ยวขี้เดินยืนนั่งนอนกินเยี่ยวขี้ก็ซ้ำซากอยู่แค่นั้นแล้วจะอยู่ยังไงก็เพราะอรหันต์เนื้อนางโง่ตายถ้าเป็นพระอรหันต์แบบนั้นซึ่งมาก็นั่งกินกินเสร็จแล้วก็นั่งหลับตาเป็นแบบนี้ใครมาก็พูดก็พูดไปงั้นสักแต่ว่าพูดอะไรไม่ได้เรื่องอะไรไม่ก็ทำไม่ใหญ่ไม่เจตนาจะทำมากด้วยอะไรงี้มันจะทำยังไงแท้จริงแล้วเราต้องรับรู้ความจริงเข้าใจความเป็นจริงถึงความเป็นจริงอันสูงสุดมันก็เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์บอกแล้วมนุษย์หรือคน แปลภาษาอยู่ที่ตัวมันมีความสามารถมันมีการงานที่ดีเป็นการงานสร้างสรรค์รู้คำว่าสร้างสรรค์ด้วยสร้างสรรค์มีปัญญาทางเศรษฐกิจหรือเศรษฐศาสตร์รู้ว่าเราสร้างสิ่งนี้สิ่งนี้เป็นสิ่งที่โลกจำเป็นด้วยโรคควรได้ยังเป็นความต้องการของโลกเราก็สร้างสิ่งที่เป็นเศษเศรษฐกิจสำคัญเป็นสิ่งที่โลกต้องการโลกเองเขาอาจจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำแต่เรารู้อย่างอาตมายืนยันอยู่ทุกวันนี้หรือแม้แต่ท่านพุทธทาสก็ยืนยันว่าต้องเอาศีลธรรมคืนมาให้แก่มนุษย์ มนุษย์ต้องมีศีลธรรมแต่ไม่มีศีลธรรมชิบหายพระพุทธเจ้าก็ต้องยืนยันคำนี้อาตมาก็ยืนยันคำนี้มานักท่องเอาศาสนาเข้ามาคืนมาให้หัวใจมนุษย์ทุกวันนี้ไม่มีอะไรจำเป็นยิ่งยอดเท่าศาสนาคำว่าศาสนานี่เป็นคำกลางคำใหญ่เป็นคำที่หมายถึงจริยธรรมต่างๆจิตใจที่จะต้องลดความโลภลดความโกรธลบลดความหลงนี่แหละคือศาสนาจะต้องลดอันนี้นี่แหละเป็นความจำเป็นที่จะต้องดึงมาให้แก่มนุษย์ถ้ามนุษย์ไม่มีสิ่งนี้เข้ามาในสังคมในตัวมนุษย์ขืนปล่อยปละละเลยอยู่อย่างทุกวันนี้ ใครจะโลภช่างหัวมันใครจะมอมเมาขึ้นมาย้ำให้คนมีราคะมากหล่อพระมากให้คนมีโทสะมากช่างหัวมันไม่ได้ไม่ได้ยังไงก็ไม่ได้ไม่ได้เราจะต้องมาทำงานนี้กันเราจะต้องมาช่วยเหลือเฟือฝ่ายกันเรารู้เถิดว่าในการเรียนทางเทคนิคทางเทคโนโลยีด้วยความสามารถทางฝีมือความสามารถทางสร้างอะไรไปแลกเปลี่ยนเอาอะไรมาให้แก่ตนนั้นมันเป็นเพียงการยังชีพเลี้ยงชีพอยู่ด้วยฐานะของคนเพราะถ้าเราสร้างข้าวกินได้เราก็ไม่ต้องไปพึ่งอะไรใครมาเราปลูกผักกินได้แล้วก็ไม่ต้องไปพึ่งอะไรใครมาก เราไม่ต้องไปแลกเปลี่ยนอะไรใครก็ได้แล้วถ้าบอกว่าเราสมัยนี้มันมีปัจจัยตั้ง 4 แล้วทอผ้าเป็นแล้วก็ไม่ต้องไปพึ่งอะไรใครนักล่ะรถสร้างบ้านเป็นแล้วก็สร้างบ้านอยู่ก็ไม่ต้องไปพึ่งใครนักล่ะหยุดยาก็ใช้ความรู้พอรู้กินยอดหญ้ากินยอดไม้กินสมุนไพรอะไรไปนี้เป็นของสมัยโบราณครับแล้วก็เป็นยาในตัวเป็นหมอในตัวก็รักษาตัวไปเหมือนสัตว์มันรักษาตัวมันเท่าที่ธรรมชาติจะช่วยได้มันก็มีเอาอายุยืนไปมันจะมีความรู้พอปล่อยพอไปพอมาเราไม่ไปที่แต่วุ่นวายกับอะไรกับโลกมากนักเราก็ไม่ไปรับพิษของโลกมามากเราจะไม่เจ็บไม่ป่วยอะไรมากมายอาทิตย์นี้เมื่อเราเองเราจะต้อง เกี่ยวข้องกับโลกช่วยกับโลกบ้างแล้วก็ทำกิจทำงานอะไรอื่นมาอีกคนที่สร้างข่าวเขาก็มีอยู่พอเพียงคนทอผ้าก็มีคนปลูกบ้านก็มีคนทำยารับหน้าที่เป็นหมอมีความรู้เลยก็เยอะแต่เราก็ให้เขาทำพระพุทธเจ้าเองแท้ๆก็ยังวางตัวเองให้แก่หมออื่นที่ประกาศเขาเป็นผู้ที่รักษาเพราะเราเองเราก็บอกว่าว่างงานอื่นๆที่เขาทำกันอยู่แล้วเขารู้แล้วว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องที่เขาต้องทำกันแล้วเขาก็ทำให้คนแรกหลาบแล้วก็อะไรด้วยซ้ำเกินเลยด้วยซ้ำไปแล้วก็วางมือแล้วก็มาทำงานที่มันสำคัญที่มันน้อยคนนักที่ จะรู้คุณมาทำงานนี้กันสละเวลามาคุณก็เข้าใจในศาสนาคุณได้เปล่าปล่อยรถละอะไรมาจนกระทั่งคุณบางคนทิ้งงานทิ้งการทิ้งอาชีพแบบที่จะไปทำงานอย่างโน้นเลิกมาเรามาฝึกฝนมาเรียนรู้อันนี้ดีกว่าเราจะทำงานทำกิจนี้ไปให้แก่มนุษย์โลกเพราะว่ามันเป็นความจำเป็นของเศรษฐกิจสำคัญยอดเยี่ยมถึงความจำเป็นของเป็นความจำเป็นของมนุษย์โลกนะไม่ใช่ความจำเป็นแค่ประเทศไทยมันบางคนเห็นชัดแล้วจึงยินดีเพราะการมาทำอย่างนี้มันเป็นการรักษาโรคกิเลสของเราซึ่งพูดแต่ต้นแล้วว่าเมื่อคุณได้รถล้างไอ้ลูกบ้างเสียงบ้างกลิ่นบ้างรสบ้างอะไรที่คุณคอย แสวงหาเศษเป็นสุขมารแต่ก่อนนั้นคุณลดมาได้บ้างแล้วคุณเห็นว่ามันดีคุณจึงเดินทางมาจนกระทั่งคุณจะรู้ว่าคุณลบสิ่งที่ต้องไปแสวงหาอยู่อีกว่าเป็นสุขเป็นโลกียสุขนั้นมันจะประเสริฐอะไรมันจะยิ่งยอดอะไรรถมันจะไปดีกว่าอะไรรถสุขยังโลกียสุขมันจะไปสู้รบถ้าเรียกสุขด้วยกันที่เป็นสุขอย่างสงบระงับที่เป็นสุขอย่างยุทธแสวงหาหยุดดิ้นอยู่เฉยๆว่างๆมันจะไปสู้รถสงบรถว่ารถไม่ต้องไปปรุงไปแต่งไปเสพสมสุขสมไปบำบัดอะไรไปบำบัดก็เป็นรถโง่อย่างนั้นเองเป็นสุดๆที่หลอกลวง นาฬิกามาได้อย่างนี้สุขกว่าถ้าจะเรียกสุขแต่อันนี้ยังซ้อนเป็นอุปกิเลสเรียกว่าสุขเป็นอุปกิเลสที่เรียกว่าสุขแม้อยู่เฉยๆก็เป็นสุขก็เป็นยิ่งเป็นอุปกิเลสใหญ่ขึ้นไปอีกเป็นวิปัสสนาเป็นกิเลสอันเกือบสุดท้ายด้วยซ้ำเพราะฉะนั้นเราจะไม่หลงเลยเถิดไปว่าแม้แต่ว่างเบาแล้วเราสุขสุดท้ายจะไปหลงอยู่เฉยๆเป็นอุเบกขาเอาความหมายอุเบกขาอย่างง่ายๆหรือว่าพาซื่อเนี่ยเพราะอยู่เฉยๆแล้วก็สุขจะไปแปลกอะไรเราไม่แปลกแต่สุขอย่างนี้ก็ยังเป็นอุปกรณ์กิเลสเป็นวิปัสสนาพวกกิเลสเราจะไม่ติดความอยู่เฉยๆแต่เรา จะรู้ความหมายคำว่าเราเฉยได้จิตของเราเฉยอุเบกขาอย่างลืมตาอุเบกขาอย่างสัมผัสอะไรทำงานทำการอะไรก็ไม่มีปัญหาเราเข้าใจกรรมกิริยาเราเจตนาทำอะไรเราก็มีปัญญาเราจะหยุดเราก็หยุดเราจึงรู้เรียกว่าเราไม่พักพระพุทธเจ้าถึงใช้คำว่าไม่พรรคขึ้นก่อนคือเราทำเราไม่พักเราทำและท่านก็เรียกว่าเราไม่เพียรคือเราเองเรารู้แล้วว่าเราจะพักหรือเราจะผ่อนไม่เพียงท่านไม่ใช่ใช้คำว่าหยุดเลยท่านไม่ได้ ไม่หยุดเลยเราไม่พักเราไม่เพี้ยนถ้าไม่ได้ใช้คำว่าหยุดซะเลยเนี่ยคือเป็นจุดสุดท้ายของพระอรหันต์เจ้าเป็นพูดถึงฝั่งเป็นผู้กล้าบอกเขาสงสารเป็นผู้ที่ถึงแดนนิพพานแล้วจะเห็นว่าความหมายแค่นี้บอกความจบให้แก่เรานั้นชัดแจ้งยิ่งเรามีจริงเป็นจริงแล้วเราจะเห็นว่าชัดแจ้งเราไม่หลบไม่เลี่ยงอะไรใครเราไม่ได้กลัวงานไม่หลบงานไม่ขี้เกียจเรารู้อันนี้ทำคืออะไรแม้เราทำไม่ได้เห็นเขาทำอยู่ยังอยากจะลองด้วยซ้ำจิตใจบางทีแต่ก็ไม่ใช่อยากจะลองอย่างมันเคี่ยวอะไรเออ ทำได้นะแต่ก่อนเราเคยรังเกียจแต่ก่อนเราเคยไม่ชอบแต่เป็นฆราวาสเราจะรู้สึกเลยแต่เดี๋ยวนี้เราเฉยๆนะถ้าเราจะทำเป็นคนหน้าทำลองดูแล้วเราก็จะเข้าไปทำถ้าเรามีโอกาสหรือถ้าเราสมควรจะเข้าไปทำนะมันจะเป็นอย่างนั้นมันจะไม่มีความขี้เกียจคุณจะรู้ว่าเราไม่มีความขี้เกียจคุณจะรู้ว่าเออความไม่มีความคิดเห็นเป็นอย่างนี้นะคนเพราะไม่มีความขี้เกียจเป็นอย่างนี้ความขี้เกียจคุณจะรู้เลยถ้าเราได้อ่านอารมณ์จิตของเรามาเสมอๆฝึกตนสร้างสติปัฏฐานอบรมจิตจนรู้จิตเราอยู่กับจิตอารมณ์จิตเกิดยังไงเล็กๆน้อยๆอ่อนๆหวิวๆแผ่วๆอะไรเราก็รู้อารมณ์อาการของมันเข้าใจมันทีเดียว เพราะถ้ามันจึงจะเป็นผู้รู้รู้รู้รู้รู้จิตอยู่กับจิตจิตมันไม่ได้พรากมันไม่ได้ผ่านไปจากไหนเราจะเข้าใจหน้าตาเนื้อตัวอารมณ์แม้อารมณ์และอารมณ์น้อยเป็นตัวเล็กเป็นตัวน้อยเป็นตัวอ่อนๆพริ้วๆแผ่วๆเราก็จะรู้มันว่าอ๋ออารมณ์อย่างนี้เล็กๆน้อยๆอย่างนี้เอียงไปข้างราคะเอียงไปข้างโทรศัพท์น้อยๆๆเราก็จะรู้จิตเราจะสุขุมประณีตที่เราจะรู้ถ้าเป็นแต่ก่อนเราไม่รู้หรอกมันหยาบแท้ๆเรายังไม่รู้มันเลยมันเล่นงานเราไปตั้งค่าตั้งแล้วโปรดหวือหวาจนกระทั่งทุบเค้าตีเข้าค่าเขาเอากำไรให้แก่ตัวเองแล้วทรมานคนอื่นเขาแล้วเบียดเบียนเขาแล้วเรายังไม่รู้ตัวหรือไม่แสดงความ ออกมาตั้งเยอะแล้วเรายังไม่รู้ตัวเลยอยากแต่ถ้าละเอียดแล้วจิตละเอียดสุขุมประณีตแล้วเอ็งอยากๆพวกนี้ไม่ออกไม่เห็นเป็นพระอริยเจ้าชั้นสูงเพราะงั้นอนาคามีภูมิขึ้นไปแล้วเนี่ยเราจะดูธนูผุดผ่องตามประสาคนที่เรายังต่ำเราจะเห็นท่านผุดผ่องท่านสะอาดท่านไม่มีอะไรอย่าเป็นกิเลสหยาบแล้วมาเห็นบางทีเราก็จะเข้าใจว่าท่านเป็นพระอรหันต์แล้วก็ไม่เป็นไรไม่เสียหลายถ้าจะหลงผิดก็แล้วกันเราต้องใช้ตามอย่างท่านขึ้นไปเป็นบันไดเป็นที่พึ่งเป็นอริยะชั้นสูงก็ดีอยู่แต่มันก็ยังผิดระวังนิดหน่อยว่าจะไปเข้าใจไปเข้าใจธนาคารมีเป็นอรหันต์เท่านั้นเองแต่เดี๋ยวก็จะไปจบแค่อนาคต แต่แท้จริงแล้วมันมีฐานมันมีขั้นมีตอนไม่มีรายละเอียดเพราะอนาคามีนั้นก็จะมีพระอรหันต์น่ะรู้ได้เพราะอนาคามีธนาคารมีที่หลงตนเป็นอรหันต์ก็มีพระอนาคามีที่โรงเรียนตนเป็นพระอรหันต์ก็ถึงบอกสวยหน่อยเพราะไม่มีอ่าพูดผู้ที่หลงน่ะถ้าเป็นผู้ที่หลงอายุมากแล้วก็ยิ่งสวยใหญ่เพราะไม่มีใครช่วยได้แล้วตัวเองก็มานะจะเกิดนะทีนี้พระอนาคามีหลงตนหรือพระอรหันต์พระท่านก็จะรู้เพราะธนาคารมีไม่รู้ตัวก็จะแก้จะปรับปรุงจะทำให้สะอาดยิ่งขึ้นไม่ไปอวดดีกว่าดีอะไร บอกรู้ๆๆเออมันจริงๆผู้ที่จะต้องการดีนะมีแต่จะรับฟังรับรู้รู้เพื่อรู้ในชีวิตเพื่อรู้รู้แม้เราจะมั่นใจว่าเราเป็นพระอรหันต์เราก็ไม่มีปัญหาอะไรเราก็จะรู้ว่าอะไรที่เราส่งอยู่อะไรที่เราส่งอยู่จริงๆเป็นอย่างนี้จริงหรือไม่เทียบเข้ามาเวลามันยิ่งละเอียดสุขุมมันยิ่งจะเหมือนมันเป็นแล้วแต่ที่จริงก็โทรมันผิดกันอยู่นิดนึงมันเหลือนิดหน่อยมันยิ่งกล่าวให้คุณฟังเป็นภาษาย่อๆได้แค่นี้นะเพราะเราจะรู้ว่าเราเองเราลดลงมาแล้วอะไรต่ออะไรลงมาแล้วนี่เราจะซ้ำซากมาเกิดความซ้ำซากในแก่นสารมันชีวิตเกิดถ้าเกิดว่าเราเองยังยิ่งไม่เป็น ที่มีความคิดนึกหรือมีปฏิภาณปัญญาที่จะสร้างสรรค์อะไรมากเราก็จะตามหมู่ตามผู้นำตามหมู่พาตัดสินทำวันนี้กันอันนี้ก็ช่วยเหลือเฟือฝ่ายกันสอดร้อยกันไปเราก็หมดตัวหมดตนพระอรหันต์เจ้าที่หมดตัวหมดตนแล้วท่านก็ทำงานตามสังฆมณฑลสังเคราะห์อยู่กับหมู่หมู่ 2 อยู่กับหมู่ 2 อย่างอิสระผู้ที่อิสระแล้วอยู่กับหมู่ได้ผู้ที่อิสระยังไม่ได้จะหนีไปเป็นแรดหน่อเดียวอะไรอย่างเงี้ยไปดูไปเลยพวกนี้เข้าหมู่ก็ยังไม่ได้เพราะว่ามันยังแรงเหมือนแรดยังเป็นสิงห์เป็นแรดอยู่ก็จะไปเดี๋ยวๆๆ ข้าวหมูยังไม่ได้มันเข้าแล้วมันก็กระทบแล้วมันก็เหลือมานะของตัวเองมันก็เสียบตรงนั้นขอบตรงนี้มันไม่อยู่อยู่ไม่ได้มันครบแล้วเมื่อมันจนกระทั่งมันอ่อนแล้วมันก็พอเข้าได้หนักเข้าพอเวลาบริสุทธิ์แล้วมันก็อยู่กับหมู่ได้เรียบร้อยสบายไปกับหมู่แม้เราจะเป็นผู้ที่ไม่เคยเกรงเราก็จะตามหมู่ไปอย่างดีปลาหมูก็ยังดีนะเราไม่เก่งในการสร้างสรรค์ช่วยพานึกคิดผู้ได้แก่ผู้ใดมีความนึกคิดบ้างก็จะช่วยกันนึกคิดขึ้นมาช่วยกันดำริเป็นสัมมา ช่วยกันพูดเป็นสัมมาวาจาช่วยกันทำเป็นที่สุดเป็นสัมมากัมมันตะจนจะเห็นว่าเป็นอาชีพพวกเรานี่กำลังสร้างอาชีพอาชีพที่ทำงานไม่เอาเงินเมื่อสมัย 2500 ปีโน้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเคยสร้างคนอย่างนี้มาเฮ้ยทำงานไม่เอาเงินใครทำงานฟรีๆกินข้าวมื้อเดียวเป็นครูคนหรือว่าสร้างสรรค์สิ่งที่จะสร้างไปให้แก่โลกเขาเบิกบานแจ่มใสเป็นผู้รู้ผู้ตื่นอยู่คนอย่างนี้พระพุทธเจ้าท่านสร้างมาแล้วเป็นคนแปลกเป็นคนมีลูกยากฉันสามารถให้แก่โลกแล้วก็มันก็ช่วยโลก มีตระกูลเป็นพุทธคุณสั่งสมมาจนกระทั่งมันเป็นพันทางไปผสมกับอะไรอื่นมาจนกระทั่งเกือบจะหมดเชื้อแล้วเนี่ยต้องมาคัดเชื้อจากจะพันทางเอามาเอามาเก็บเข้ามาแอบเข้ามาไอ้ตัวไหนตัวแปลกที่มันเป็นพันทางเศษพันทางมากๆอยู่พอโยนทิ้งเอาตัวที่เป็นเชื้อชาติลงมาขึ้นมาเข้ามาเข้ามาแล้วก็มาพยายามมาสังขารกันใหม่มารวมกันใหม่มาให้เป็นเชื้อเป็นตัวเป็นสกุลเงินขึ้นให้มันได้รูปได้ร่างของพระพุทธเจ้าพาเป็นเรามันมีสัมมาอาชีวะก็มีอาชีพอย่างนี้เนี่ยเป็นของแปลกนะมีอาชีพดู ที่ที่นี่บางทีตื่นขึ้นมาทำงานกันตั้งแต่ตี 3 ตี 3 ตี 4 ทำงานทำงานฟรีนะให้แก่โลกเขาแม่จะขายก็ไม่ต้องขายเราก็สบายใจเรารู้แก่นสารเรารู้สารัตถะแม้จะสิ่งที่เราสร้างออกไปนี้ให้แก่เขาเราได้ให้เราเห็นว่าถึงมือเขาเห็นว่าเขาจะได้รับแก่นสารแม้ถึงมือเขาแล้วเขาจะรับไปบ้างกัดกินเพียงเศษนิดหน่อยเราก็ยังเอาก็ยังเอาดีคุณก็ยังกินบ้างนิดๆนะนอกนั้นคุณก็โยนไปทิ้งไปวางไว้ที่นั่นที่นี่คนอื่นมาเห็นก็มาเก็บไปกินต่อกลับไปอีกแบบนึงแต่คนละแหว่ง 2 แหว่งบ้างก็ยังดีอย่างนี้เป็นต้น ถ้าเราทำงานเราทำอะไรที่เป็นอาชีพเราเป็นนักสร้างหนังสือตอนนี้ใครมาเห็นว่าเห็นจะเห็นว่าเรามีงานเด่นคืองานสร้างหนังสือเพราะมันมีปริมาณมันมีวัตถุไม่มีตัวตนให้เราได้เห็นมากแล้วก็ช่วยฉันทำได้เร็วๆแรงอาจเป็นหนังสือทั้งรายคาบอย่างนั้นรายประจำอย่างนี้รายจรอย่างนี้ทำออกไปแพร่ออกไปมันเป็นขาเป็นแขนเป็นสื่อสารเป็นยาเป็นโอสถเป็นอาวุธที่บางทีเราก็เรียกว่าระเบิดเขาเรียกว่าลูกปืนเค้าเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่เราก็สร้างสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ไปให้แก่มนุษย์เสียชาติเพราะเราจะทำเพื่อมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง ทำงานให้แก่ผู้อื่นด้วยและเราก็ทำงานขัดเกลาตนเองด้วยเอาส่วนที่เราได้แล้วส่วนไหนที่เราถนัดใจมั่นใจเด็ดเดี่ยวแล้วเราก็ต้องรู้ให้จริงแล้วก็อย่าวนเวียนอันใดที่เป็นกตะกตญาณคือปัญญารู้สิ่งที่แล้วกตนี้แปลว่าสิ่งที่แล้วแล้วสิ่งที่แล้วแล้วให้เป็นแล้วสิ่งใดที่เป็นจิตต้องทำจริงๆเรียกว่าสัตยานก็ต้องรู้และทำทำไปได้เรื่อยๆก็จงทำเลยว่าคิดจะยานอันใดเป็นสัจจะยานเป็นจริงต้องเห็นให้ได้แล้วก็จงทำกิจกรรมทำได้ไปเรื่อยๆจนทำแล้ว ต้องให้มีญาณรู้กันแล้วเมื่อคุณรู้ว่าแล้วจบเด็ดขาดตรวจตราให้ดีแล้วแล้วก็แล้วให้มันแล้วแล้วก็หาเหตุหาปัจจัยอื่นที่จะทำใหม่ให้แก่ตนไปเรื่อยๆจะรู้ดังนี้เสมอแล้วเราก็ทำไปเราก็จะซ้ำซากวันหนึ่งคืนหนึ่งเราก็จะซ้ำซากแก่นสารจะรู้แก่นสารที่เกี่ยวข้องซ้อนขึ้นมาก็กินน้อยแล้วลูกผมก็น้อยใส่เสื้อผ้าก็ใส่ซ้ำๆนอนก็อย่างนี้กินก็อย่างเงี้ยอยู่ก็อย่างนี้เดี๋ยวไปอย่างนี้มีแต่เรื่องเก่าๆเก่าๆมันไม่มีเรื่องใหม่ๆอะไรอ่ะแล้วก็ง่ายๆมันไม่มีอะไรขัดอะไรข้องนี้ทำไมขัดข้อง ขัดข้องนอนอย่างนี้ก็ไม่ขัดข้องไปอย่างนี้ก็ไม่ขัดข้องก็ต้องทำอย่างนี้อยู่ก็ไม่ขัดข้องเดี๋ยวเราต้องไปอีกแล้วเอาไปให้เป็นกิจจอนมาเดี๋ยวต้องอยู่ที่เก่าไม่ได้ไปไหนเลยมันก็ไม่เบื่อก็อยู่ที่เก่าจะไปเรื่อยๆอยู่ตอนนี้ก็เรื่อยๆก็ไปเรื่อยๆตอนนี้หยุดอยู่ตรงนี้หยุดมันจะเข้าใจสภาวะมันเข้าใจจะเข้าใจอริยบทมันจะเข้าใจกรรมเข้าใจกรรมวันที่สุดเพราะความซ้ำซากมันก็เป็นเรื่องนิรันดรเป็นเรื่องอมตะเป็นเรื่องเป็นมันก็เป็นเรื่องสำคัญโรคมันก็คือวนก็หมุนวนอยู่กับความเศร้าๆเป็นสมมติสัจจะเรารู้สัจจะอันนี้แล้วว่าเรายังมีรูปนามขันธ์ 5 เราก็จะยังยังมีจิตของงานรูปนามขันธ์ 5 ที่มันจะต้องเป็นเพราะเราจะต้องเป็นงานสร้างสรรค์ที่เราจะทำให้แก่โลกทำไปมีปัญญาดูไปอันใดมันจะได้คุณได้ค่าได้ประโยชน์มากแค่ไหนก็วิมังสาปรับปรุงไปวันหนึ่งคืนหนึ่งจึงมีแต่ฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสาผู้ใดมีวันหนึ่งคืนหนึ่งก็มีแต่ฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสาผู้นั้นก็เรียกว่าผู้ยังมีอายุพระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าท่านเรียกภิกษุทั้งหลายเธอจงมาเราจะสอนแล้วท่านก็สอนว่าเราจะสอนอายุวัฒนะอายุวรรณะสุขะพละให้เธอ มีห่าอะไรทำไมถึงไม่ได้สอนอายุวรรณะสุขะพละเท่านั้นนะมีโภคะด้วยคือสมบัติพ่อค้านี่แปลว่าสมบัติแปลว่าสิ่งที่ได้เจริญแล้วสิ่งที่ได้ที่มีที่เป็นเป็นสิ่งดีเรียกว่าสมบัติชั้นดีโภคสมบัติท่านบอกว่าอายุของสมณะนั้นคืออิทธิบาทเพราะฉะนั้นผู้ใดมีอิทธิบาทเป็นเครื่องแสดงอยู่หรือเป็นกิจหรือเป็นบทบาทอยู่มีอิทธิบาทแสดงเห็นท่านเป็นผู้ที่ยินดีร่าเริงเบิกบานเห็นพวกท่านเป็นผู้มีวิริยะอุตสาหะอยู่เห็นท่านเป็นผู้มีจิตใจทำอะไรก็ไม่ใช่ฝักแต่ว่าทำอย่างเสียไม่ได้ ธรรมมีจิตใจเอาใจใส่มีจิตใจอะไรก่อนถมให้ผมไม่ใช่ถมอย่างปักด้วยนะแต่ว่าคือเต็มใจอยู่ในสภาพเต็มใจไม่มีว่างๆแหว่งๆไม่มีให้ครึ่งนึงไม่ให้ครึ่งนึงหรือให้เสี้ยวนึงยังยักไว้นิดนึงแหมเป็นนักยักษ์ใจของเราเนี่ยไม่แวะแบ่งไว้ไม่เหลือไว้จิตใจเรามีเท่าไหร่ก็เต็มใจอยู่กับอันนี้อันนี้เป็นเอกัคคตาอยู่ที่เดียวจิตตัวจิตตะของอิทธิบาทหมายความว่าเป็นเอกัคคตาอยู่อยู่ที่ไหนก็อยู่ที่นั่นแหละเต็มใจอยู่เต็มใจเป็นเต็มใจมีคุณมานั่งอยู่ที่นี่คุณก็มีเต็มใจใจเป็นผู้รู้เป็นผู้ตื่นเป็นผู้เบิกบานแจ่มใส สติสัมปชัญญะปัญญาขณะนี้เราตื่นอยู่เราก็มีใจตื่นอยู่จิตของเรามีอยู่ก็อยู่ที่นี่ไม่มีกิเลสไม่มีความฟุ้งซ่านไม่มีความถี่นะมิทธะไม่มีไปที่ได้ห่วงหาอาวรณ์อะไรไม่มีพยาบาทอะไรไม่ได้แบ่งไปคิดถึงเป็นกามไม่ได้แบ่งฟรีคิดเป็นพยาบาลอะไรอยู่เต็มใจเป็นตื่นเต้นน่ะเห็นอยู่เป็นผู้มีจิตอย่างนี้อันนี้อธิบายเนื้อจิตให้ฟังด้วยจะได้รู้สึกลักษณะว่าเราจะอยู่ยังไงเราจึงเป็นคนมีจิตอย่างไรคำว่าจิตวิญญาณนี่ก็บอกลักษณะที่ต้องเน้นตัวนี้ถ้าบอกว่าตัวฉันเป็นผู้ตัวร่าเริงเบิกบานยินดีพวกคุณก็คงไม่สงสัยอะไรนักร่าเริงเบิกบานยินดีวิริยะมันก็บอก ครับอยู่เหมือนกันว่าก็เห็นอยู่ว่าเป็นคนผู้มีอุตสาหะพากเพียรจิตตะเป็นผู้มีจิตเต็มๆมันอธิบายยากหน่อยมีจิตเท่าไรก็อยู่อย่างนี้เป็นเอกัคคตารมณ์เราไม่มีกิเลสนิวรณ์อะไรเลยอยู่อย่างพยายามที่จะเพิ่มนิวรณ์ทั้ง 5 ไม่มีและเราก็จะเป็นผู้เพิ่มปัญญาจึงเรียกว่าเป็นผู้ที่ศึกษาต่อเป็นนิวรณ์ 8 และนิวรณ์ชั้นสูงที่มีต่อว่าต้องสร้างวิชาเพราะฉะนั้นวิชาที่สร้างก็คืออภิญญาหรือวิชาที่เติมไปอีกสิ่งใดเรายังไม่ฉลาดสิ่งใดเรายังไม่เก่งสิ่งใดเรายังไม่รู้เพิ่มรู้ยิ่งเราก็จะเพิ่มวิชานะแต่ด้วยที่จริงเราจบแล้วดับนิวรณ์ 5 เราก็เป็นผู้ที่หมดเอาวิชา เป็นพระอรหันต์แล้วแต่นิวรณ์ 8 คืออะไรพระพุทธเจ้ามีขั้นตอนเราก็อย่าไปสงสัยหลงไหลตอนนั้นเราจะเพิ่มต่อมาอุปการะคือวิชาอันตรายคืออวิชชาเพราะงั้นเราจะไม่อวิชชาในสิ่งที่จะเพิ่มปัญญาอันยิ่งอีกมีวิชาตั้ง 8 มีอภิญญาเพิ่มและมีวิชาทั้งกล้าเพิ่มขึ้นไปอีกพระอรหันต์ก็เพิ่มอภิญญาหรือเพิ่มวิชาการไปอีกส่วนทุกข์ของเราไม่มีเราสิ้นทุกข์และด้วยนิวรณ์ 5 ไม่มีจริงๆไม่สงสัยไม่มีด้วยนิวรณ์อยากตามไม่มีพยาบาลไม่มีที่จะไม่มีฟุ้งซ่านไม่มีจิตอยู่กับเราแน่เป็นเอดส์เป็นจิตตะของพระอรหันต์เพราะฉันจึงไม่มีอายุ อิทธิบาทอยู่ถ้ามีอิทธิบาทอยู่ที่เดียวอยู่แล้วก็เป็นไปเมื่อมีวิชาเพิ่มเป็นนิวรณ์ที่ 6 ต่อมานิวรณ์ที่จะนิวรณ์ที่มีวิชาเพิ่มไม่ใช้นิวรณ์เพิ่มนิวรณ์นี้ล้างอวิชชาหรือเพิ่มวิชาวิชานี้เป็นอุปการะอวิชชาเป็นอันตรายหรือเปล่าเป็นอันตรายท่านมีอุปการะมีวิชาทีนี้นิวรณ์ที่ 7 ก็คือความไม่ยินดีกับความยินดีมีวันที่ 7 รัตติไม่ยินดีจริงๆส่วนอุปกรณ์ก็คือฉันทะหรือปราโมทย์ความประมาท ประมูลธัญญะประมูลชนะหรือปราโมทย์สมุทรสาครอันนี้ตรวจบาลีแล้วนะเป็นอุปการะเป็นความยินดีความร่าเริงความถึงขนาดร่าเริงยินดีซู่ซ่าอะไรมันจิตใจมันร่าเริงยินดีพอใจอารมณ์นี้ต้องรู้ของตนเองว่าเราเองมีอารมณ์หม่นหมองนิดนึงมันก็เป็นเรื่องของอันตรายและไม่ยินดีเพราะฉะนั้นแม้แต่ใครเขาจะด่าเราเขาจะว่าเราก็จะกระแทกอย่างโน้นอย่างนี้อย่าให้มีเศษหมองไม่ยินดีเกิดพระอรหันต์ท่านรู้แล้วแล้วก็ท่
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive