ลหุตา มุทุ กัมมัญญา คือ 3 รูปสัมผัสของพระอรหันต์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.40 KB
วันที่แก้ไข16 พฤศจิกายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

ลหุตา มุทุ กัมมัญญา คือ 3 รูปสัมผัสของพระอรหันต์ มันต้องมามีจิตวิญญาณ มีกาย มีจิตเปิด ภายนอก ภายใน รู้จักกาย กายคือมีภายนอกกับภายใน จิตเจตสิก จิต มโน วิญญาณ คือกาย เพราะฉะนั้นผิดเพี้ยนจนภาษาไทยรู้คำว่า กาย แปลว่า ร่าง ยังดีนะในบางแห่งแปลคำว่า กายแปลว่า ร่างกาย คำว่าร่างผิดไปร่างเป็นภาษาไทยภาษาบาลีก็คือ สรีระ ถ้าเอาแต่ร่าง สรีระเฉยๆ กายคือ ร่างเฉยๆผิดไปไกลเละเลย อะไรคือสภาพที่มีจิตกับรูป กายขาดจิตไม่ได้ กายขาดจิตไม่ใช่กาย ไม่มีธาตุรู้สึกด้วย ไม่มีนามธรรมร่วมด้วยไม่ใช่กาย เพราะฉะนั้นนามธรรมที่ร่วมด้วยเราลงไปรายละเอียดทวน ที่พระพุทธเจ้าท่านให้พิจารณาแยกกายแยกจิตให้ได้ ทำความเข้าใจแยกกายแยกจิต แล้วไปเพ่งลงที่เวทนา คือความรู้สึก ท่านให้พิจารณาจาก ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เพราะฉะนั้นเมื่อผม ขน เล็บ ฟัน หนัง อันใดอัน 1 ก็แล้วแต่ เมื่อเกิดการกระทบสัมผัสแล้วจะเกิด เกิดความรู้สึก ความรู้สึกที่เรียกว่า เวทนา ถ้ามันเกิดความรู้สึกเจ็บปวด หรือไม่เกิดความรู้สึกเจ็บปวด นั่นคือไม่มีเวทนา ไม่มีกาย ผมก็ตามยาวมาส่วนปลายของผม คุณกระทบสัมผัสตัดมันออกกระทบทุบมันแรงๆ มันก็ไม่เจ็บไม่ปวดอะไร เพราะมันไม่มีเวทนา ไอ้นั่นคือสิ่งที่ไม่มีกาย นี่แหละเป็นฐานสำคัญที่จะต้องรู้ ผู้ที่ปฏิบัติธรรมต้องอ่านเวทนาในเวทนา แล้วมนสิการ ทำใจในใจของเราให้เป็นตามนี้ เมื่อเกิดกระทบสัมผัสแล้วทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจของเราร่วมกับ ตา หู จมูก ลิ้น กาย เมื่อตากระทบรูปจิตก็รู้ตามตา เกิดเวทนาก็มีเวทนาจริง ตาก็เห็นรูป หูก็ได้ยินเสียง มันก็มีอย่างนั้น ถ้ามันกระทบแรงมันก็เจ็บ มันก็ปวด หูกระทบแรง หูมันก็จะแตกมันก็เจ็บเหมือนกัน จมูกได้กลิ่นฉุนขนาดหนักๆมันก็ตายเหมือนกันนะ รสทางลิ้นมันร้อนมันเผ็ดจัด มันก็ตายเหมือนกันนะ เป็นธรรมชา

อ่านต่อ

ติ แต่ทีนี้รสที่มันรู้ รสทางตาคือรูป รสทางหูคือเสียง รสทางจมูกคือกลิ่นรสทางลิ้นก็คือลิ้นคือรสที่ใช้ทับศัพท์ รสทางกายก็คือ โผฏฐัพพะ เราก็เข้าใจอาการต่างๆตามพยัญชนะ ภาษาที่บอกอย่างนั้นให้ได้ คุณก็จะรู้ความจริงตามเสียงมันคืออย่างนี้ มันแรงมันดังขึ้นมาคุณก็ต้องโอ้โห หูจะแตก คุณก็ต้องรู้ หรือตาเห็นรูปจนกระทั่งรูปนี้มันบาดตา รูปแสงมันจัดจนบาดตาไม่ไหว จนตาจะเสีย หรือจมูกได้กลิ่นจนแสบอะไรก็แล้ว แต่มันมีของที่เกินขอบเขตทั้งนั้น เพราะฉะนั้นก็เอาแต่พอดีแล้วก็อยู่กับความพอดีพอเหมาะ อ่านความรู้สึก นอกจากความจริงของความรู้สึกแล้วมันมีตัวความรู้สึกเก๊ อันนี้แหละไม่รู้แล้วไปจมอยู่กับความรู้สึกเก๊นี่ มันก็เลยเกิดสุข เกิดทุกข์ เกิดพอใจ ไม่พอใจ เกิดผลัก เกิดดูด สัมผัสกระทบแล้วก็เกิดผลักเกิดดูด ถ้าคุณสัมผัสแล้วกระทบแล้ว รู้ความจริงตามความเป็นจริง ไม่ผลัก ไม่ดูด ไม่สุข ไม่ทุกข์ แค่นี้ก็เป็นอรหันต์.. ง่ายจะตาย อ้าวจริง คุณกระทบแล้วคุณก็รู้ มันแรงก็รู้แรง มันเบาก็รู้เบา เพราะฉะนั้นคนที่จะรู้ได้ดีที่สุด สรุปแล้วรูปที่เรากระทบแล้วพระพุทธเจ้าท่านแจกไว้ รูปที่มันสำเร็จลงไปถึงขั้นฐานที่ควรจะได้คือ 1 ลหุตา 2 มุทุ 3 กัมมัญญา นี่แหละรูปที่รู้อันนี้ จะออกทางกายวิญญัติว่าวจีวิญญัติอีก 2 อันก็รวมเป็น 5 เรียกว่าวิการรูป 5 เกิดพฤติกรรมของมัน เพราะฉะนั้นคนใดที่สามารถ ที่จะทำจิตให้สิ่งที่ถูกรู้นี่ มันจะแรงมาอย่างไรเราก็เบา ลหุตา แล้วเราก็มีฐาน มุทุตา ฐานจิตองค์รวมของเรา อาตมาว่าที่เขาแปล มุทุว่า อ่อน มันไม่เหมาะ _สู่แดนธรรม... ว่ามันสลวย พ่อครูว่า... ไม่ใช่ จิตมันไหวไว รู้แล้วรู้ไวปรับได้คือปรับตัวกับทุกอย่างที่กระทบได้ มุทุ นี่ จิตมันปรับตัวได้ไวกับทุกสิ่งที่กระทบโดยไม่เกิดทุกข์เลย ไม่เกิดปฏิปักษ์ ไม่เกิดสิ่งที่ไม่ดี ไม่ต่อต้าน รู้ทุกอย่างยืดหยุ่นได้ทัน ยืดหยุ่นได้พอ ทุกอย่างรับได้รู้หมดและรู้ความจริงนะว่ามันมาแรงเว้ย แต่เรารับได้ แล้วก็เอาไปทำงาน กัมมัญญา ไม่เกิดผลเสียหายอะไรเลยนี่คือ ลหุตา มุทุตา กัมมัญญา ฐานเจตสิกใหญ่เป็นสุดยอดของอรหันต์โดยมีฐานมุทุตา ได้หมดเลยมาอย่างเบามาอย่างแรงเท่าไหร่ ถึงมาแรงอย่างไรก็ทำเบาได้ ลหุตา มุทุนี่มีพลังงานพิเศษ มาอย่างแรง อย่างร้าย เอาเป็นเอาตายเลย ก็ยืดหยุ่น รับได้อย่างที่เรียกว่า ไม่เกิดปฏิกิริยาเสียหาย จึงเป็นผู้ที่อยู่กับกัมมัญญา ทุกกรรมกิริยา ทุกการงานที่เกิด เหมาะควรทั้งนั้น เป็นผู้ปรับอยู่กับเหตุปัจจัยที่อยู่ร่วม จะกระทบสัมผัสอย่างไรก็เป็นตัวที่ยืดหยุ่นได้อย่างไม่มีอะไรเดือดร้อน ไม่มีอะไรเสียหาย ไม่มีอะไรเกิดโทษภัยอะไรเลย จึงเป็นตัวสำคัญที่สุด ที่จะอยู่ในสังคม เป็นผู้ที่ปรับสังคมให้อยู่ได้ใน ความสงบบริบูรณ์ ความเจริญ ทุกอย่างความไพบูลย์อะไรครบครัน เหมือนอย่างชาวอโศกเรานี่ มันมีความครบหมดเลย ไม่ว่าจะเดือดร้อนกันในเรื่องที่เขาเดือดร้อนในเรื่องเศรษฐกิจ เขาเดือดร้อนเรื่องรัฐกิจหรือเรื่องการเมือง เขาเดือดร้อนเรื่องสังคม อโศก สบม ทมด ปกต หห จจ ปกต หห จจ มชยลล ยุคนี้เขาชอบใช้ตัวย่อกันเราก็ย่อบ้าง ไม่แปลเอาให้คุณงง คุณนึกว่าคุณแน่ เราก็แน่เหมือนกัน 661115 ชีวิตที่จบกิจในระบบสาธารณโภคี นี่เป็นตัวตัดสินอรหันต์ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน