ปัญญา 8 ประการ ข้อที่ 1.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.76 KB
วันที่แก้ไข4 เมษายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

ปัญญา 8 ประการ ข้อที่ 1 อายะ แปลว่ากำไร แปลว่า gain แปลว่าประโยชน์สิ่งที่ควรได้อย่างยิ่ง ที่ควรรับอย่างยิ่ง กำไร อายะ ภาษาบาลีเรียกว่า อายะ เพราะฉะนั้นผู้ที่มาเรียนธรรมะที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว จะชัดเจนทุกอย่าง จะรู้ทุกอย่าง อาตมาศึกษามาจนเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 จึงพูดได้อย่างเต็มปากเลย พูดจนกระทั่งที่ท่านไม่เชื่อ ไม่รู้ ไม่เข้าใจ หรือ จริงๆคือท่านมิจฉาทิฏฐิอยู่ ท่านยังอวิชชาอยู่ ท่านจึงไม่สามารถรู้ความจริงที่อาตมานำมาเสนอนี้ได้ อาตมาเสนอความจริง ท่านก็บอกว่าไม่ใช่ เพราะท่านไปยึดผิดไง อาตมามาพูดสิ่งที่ถูกก็บอกว่าไม่ใช่ จนเดี๋ยวนี้ก็ยังตื้ออยู่อีกเยอะ พูดได้ยังยึดถือความรู้ผิดๆมิจฉาทิฐิกอดอยู่กับความรู้มิจฉาทิฏฐิผิดๆ ก็น่าสงสารอย่างเดียว ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็พูดกระทุ้งกระแทกกระเทือนอย่างไรทุกอย่าง พูดอย่างดีๆเรื่อยๆสบายๆ ก็พูด พูดกระแทกก็พูด พูดทุกลีลา ทุกแบบ เพื่อที่จะให้กระทบ กระเทือน กระทุ้ง กระแทก แต่ไม่ได้แดกกันนะ ทุกนัยยะ เพื่อที่จะให้รู้ให้สะดุดให้เกิดไหว พริบๆๆบ้าง แต่นี่ไม่ไหวเลย มีแต่กอดแน่นติด อะไรมาครับก็ทำไม่รู้ไม่ชี้อยู่ตลอด เมื่อไหร่ หอกร้อยเล่ม เช้ากลางวันเย็น จะแทงเข้านี่ ไม่รู้สึกรู้สาเลย ใครจะมาทิ่มแทงอยู่อย่างงั้นก็อยู่อย่างนั้น ทำไมถึงแข็งและเหนียวจังเลย เมื่อไหร่คุณจะมีไหวพริบออกมา เมื่อนั้นคุณจะละอายอย่างแรงกล้า เมื่อนั้นคุณจะเคารพอย่างแรงกล้า เมื่อนั้นคุณจะรักอย่างแรงกล้า เมื่อนั้นคุณจะศรัทธาอย่างแรงกล้า จริง เมื่อนั้น แต่ตอนนี้ยังไม่กระเตื้อง ในเรื่องปัญญา 8 ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ สุดยอดจริงๆเลย ปัญญาสูตร ล 23 ข 92 [92] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุ 8 ประการ ปัจจัย 8 ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญาอันเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ที่ยังไม่ได้ เพื่อความง

อ่านต่อ

อกงามไพบูลย์ เจริญ บริบูรณ์ แห่งปัญญาที่ได้แล้ว 8 ประการเป็นไฉน 1.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ อาศัยพระศาสดา หรือเพื่อนพรหมจรรย์รูปใดรูปหนึ่งผู้ตั้งอยู่ในฐานะครู ซึ่งเป็นที่เข้าไปตั้งความละอาย ความเกรงกลัว ความรักและความเคารพไว้อย่างแรงกล้า ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 1 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว พ่อครูว่า…ปัญญาเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ พรหมจรรย์นี้เป็นความบริสุทธิ์สูงสุด ความบริสุทธิ์สูงสุดนี้มีอยู่ตลอดกาล แต่เขามาเรียกคนมาเรียกผู้หญิงพรหมจรรย์ เป็นการขี้โกง ไม่หรอกเดี๋ยวก็ไม่บริสุทธิ์หรอกผู้หญิงพรหมจรรย์ เพราะฉะนั้นผู้หญิงจะบริสุทธิ์ตลอดกาลก็คือจะต้องบริสุทธิ์ไม่แต่งงานตลอดจนตาย นั่นเรียกว่าผู้หญิงพรหมจรรย์ ไม่มี แปดเปื้อนทางเพศทางอะไรพวกนี้เลย ยิ่งไม่มีอารมณ์กามตลอดเลย คนนั้นมีพรหมจรรย์ เบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์นี้จึงสำคัญ ละเอียด เพราะฉะนั้นคำว่าพรหมจรรย์นี่หมายถึงศาสนา หมายถึงลัทธิ หมายถึงความตรัสรู้ของพรหม พรหมคือพระเจ้า เราเรียนรู้ จรรยะคือ กิริยาทุกกรรมทุกบทบาท พรหมคือบริสุทธิ์ อันที่ไม่บริสุทธิ์ก็ยังไม่ใช่พรหม ต้องทำให้บริสุทธิ์ทุกกรรมกิริยา จึงเป็นพรหมจรรย์ เพราะฉะนั้นปัญญานี่แหละคือความรู้ความฉลาด ที่จะเป็นเบื้องต้นที่จะเข้าไปถึงความสะอาดบริสุทธิ์ที่สุด อันไม่มีอะไรเท่าเทียมเลย ความสะอาดบริสุทธิ์สูงสุด สะอาดจากอะไร จิตสะอาดจากกิเลส เกลี้ยงบริสุทธิ์สูงสุดเลย เพราะเมื่อเกิดมาเป็นคนแล้วก็มีจิตวิญญาณ สำคัญที่สุดก็ต้องศึกษาจิตวิญญาณแล้วทำให้สะอาดที่สุด จบ เป็นเรื่องใหญ่สุดในการเกิดมาเป็นจิตนิยาม เพราะเกิดมาเป็นจิตนิยามมันเกิดด้วยอวิชาทั้งนั้น ต้องมาเรียนรู้ว่าทำไมมันโง่ มันอวิชชา ต้องมาล้างสิ่งโง่สิ่งที่ผิดออกเป็นชั้นๆ จนกระทั่งเป็นจิตสะอาดบริสุทธิ์เป็นจิตแท้ซึ่งไม่ใช่จิตเดิม จิตเดิมคือจิตอวิชชา คนเกิดมาด้วยจิตเดิมคือจิตที่ไม่สะอาด ต้องมาทำความสะอาดให้เหลือจิตแท้ คือจิตที่สะอาดเป็นพรหมจรรย์ที่สุด ปัญญา จึงเป็นธาตุรู้ที่ไม่ใช่ความรู้ธรรมดา ไม่ใช่ความรู้แบบโลกๆ แต่เป็นความรู้แบบโลกุตระ ปัญญา 8 ข้อที่ 1 เป็นความรู้โลกุตระ ที่จะรู้ได้ต้องได้ยินจากพระศาสดา อาศัยจากพระศาสดา อาศัยเพื่อนพรหมจรรย์รูปใดรูปหนึ่งที่ตั้งอยู่ในฐานะครู คำว่า ครู คำนี้ก็ยิ่งใหญ่ มิน่าว่าอาตมาถึงได้ชื่อว่า พ่อครู ยิ่งใหญ่ ตั้งอยู่ในฐานะครู ครูในเรื่องสูงสุดคือจะต้องรู้ กอด รู้ God แยก God แยก กอด distinguish ได้เลย ต้องแยกออกไม่อย่างนั้นมันก็กอดกันกลมอยู่อย่างนั้น เทวนิยมบอกว่าพระเจ้าคือกอด god อย่าไปแยกไปแตกให้มันกอดอยู่อย่างนั้นจึงไม่รู้ว่าอะไรนิรันดรเพราะไม่ได้แยกออกมารู้เลย รู้ที่สุดก็เท่าที่พระเจ้ารู้ แต่สูงสุดที่พระเจ้าไม่รู้และพระเจ้าไม่ได้สร้างคือโลกุตระ เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงรู้สิ่งที่กอดกันอยู่เป็นโลกียะ รู้ทั้งโลกุตระ จึงเป็นความรู้เกินกว่าพระเจ้าสร้าง พระพุทธเจ้าจึงเป็นผู้ที่เกินกว่าพระเจ้าไปอีก เพราะว่าสามารถสร้างสิ่งที่พระเจ้าสร้างไม่ได้พระเจ้าไม่รู้ว่ามีด้วยหรือโลกุตตระ มีด้วยเหรอสิ่งที่ต้องแยกกอด แล้วทำให้กอดนี้หายไปได้เลย มีสิ่งที่ใหญ่กว่า God และทำให้ Godนี้หายไปได้เลย มีด้วยหรือ สุดยอดอยู่ตรงนี้ พูดไปแล้วเป็นเชิงข่มเทวนิยม ข่ม God ถ้าเป็นผู้ที่ยึดถือนั้นเขาจะโกรธ โกรธ นี่ก็คือ กอด โกรธนี่ก็คือ God อย่าไปแตะง่ายๆนะ มาจากคำว่าโกรธนี่แหละ คือ God โกรธ มาเป็นสันสกฤตคือโกรธ บาลีคือโกธะ ตัวเองไม่รู้ว่าตัวเองเป็น0 สู่แดนธรรม…แล้ว Ghost ที่แปลว่าผีล่ะครับ พ่อครูว่า…ภาษาอังกฤษ Ghost คือ ผีคือกอด God คือซาตาน เพราะว่าพระเจ้าไม่รู้จักซาตาน ซาตานคือตัวสุข พระเจ้าคือตัวทุกข์ หน้าหลังไม่รู้จักตัวเองเลย จะไปเล่นแต่ตัวสุขเป็นสุขนิยมเป็นพระเจ้า ไม่รู้ความจริงว่าสุขทุกข์มันเป็นมายาเป็นตัวเดียวกัน แยกไม่ออก เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรจะรู้จักความจริงอันนี้ให้เต็มบริบูรณ์ได้ เสร็จแล้วก็จะต้องจัดการหรือจะอยู่ก็ต้องทำลายสิ่งที่มันไม่ควรก็คือตัวทุกข์ ตัวไม่ดีตัวโกรธ โกธะ คนที่พูดภาษาไทยว่าโกธ เขาไม่ได้พูดผิดหรอก พวกที่ยึดถือภาษาสันสกฤตต้องบอกว่า โกรธ มีรอเรือกล้ำ คนที่ไม่รู้ก็นึกว่าตัวเองผิด แต่คนที่รู้ก็จะพูดว่า โกธ เป็นบาลี คุณจะเถียงอยากจะพูดอย่างภาษาสันสกฤตก็พูดเราจะพูดอย่างบาลี อย่างภาษาสันสกฤตเราก็พูดได้ โกรธ ต้องทำลิ้นอีก พูดโกธ อันเดียวกันนั่นแหละเราไม่มีปัญหาเรารู้ทั้งสองอย่างทำได้ทั้งสองอย่าง

640404_พ่อครูเทศน์เปิดงานปลุกเสกฯ ครั้งที่ 44 พาปฏิญาณศีล 8

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน