วิปลาส 4 กับเจโตปริยญาณ 16.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.72 KB
วันที่แก้ไข4 เมษายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

วิปลาส 4 กับเจโตปริยญาณ 16 _สู่แดนธรรม...ตอนพ่อครู อายุ ถึง 100 ปีให้พวกเราบรรลุอรหันต์ฉลองกันเยอะๆครับ พ่อครูว่า…มันไม่ดีหรอก เอิกเริก พูดถึงตรงนี้แล้วรู้สึกสมเพช สังเวช สังเวชที่ท่านเองท่านหลงอรหันต์เก๊ แล้วท่านก็ฉลองกัน สร้างทำเนียบกัน ทำทำเนียบพระอรหันต์กันขึ้นมา ดูแล้วอาตมาสงสาร แสนเศร้า ที่พูดนี้ด้วยใจจริงไม่ได้พูดข่มทับถมหรอก คือสงสารเขางมงายกัน ทำไป ไม่รู้จริงๆ ท่านไม่รู้จริง อวิชชากันจริงๆ น่าสมเพชเวทนากันจริงๆ ท่านหลงกันจริงๆ หลงกันอย่างสนิทว่านั่นคืออรหันต์แล้วก็ฉลองกันยกย่องกัน สร้างอนุสรณ์เป็นเครื่องประเทืองอลังการให้แก่ผู้นี้ที่บอกว่าเป็นอรหันต์ๆ บางคนก็สร้างตั้งแต่ยังมีชีวิตเป็นๆ บางคนท่านตายไปแล้วลูกศิษย์ลูกหาก็สร้างๆๆ เพื่อจะโปรโมทว่านี่คืออรหันต์ โปรโมทว่าผู้นั้นเป็นอรหันต์ อาตมาเห็นพฤติกรรม พฤติการณ์อย่างนี้แล้วก็ มันน่าสงสารพระพุทธเจ้า น่าสงสารศาสนา อาตมาเอง อาตมาก็เจตนาจะประกาศ จะยืนยันว่า อรหันต์ ต้องเป็นอย่างนี้ ประกาศตัวเอง เจตนาอย่างยิ่งเลย เจตนาอย่างบริสุทธิ์ใจ ไม่ต้องการข่มเบ่งอะไรเลย ต้องการบอกให้รู้ว่าอรหันต์นั้นคืออย่างนี้ อย่างนั้นมันไม่ใช่ อย่างที่มันเชื่องๆช้าๆชุ่มๆฉ่ำๆ อย่างนั้นไม่ใช่อรหันต์อรหันต์จะต้อง กายปาคุญญตา จิตปาคุญญตา นี่ใช้ภาษาวิชาการเลย รู้จักบ้างไหม กายปาคุญญตา จิตปาคุญญตา คืออาการอย่างไร นี่ดูอาการ 87 ปีนี่ยังเป๋งๆอยู่เลย(พ่อครูพูดผิดว่า 89 ปีอีกแล้ว) สัญญาวิปลาสไปเลย อาตมาไม่ได้ทิฏฐิวิปลาส ทิฏฐิวิปลาส สัญญาวิปลาสอย่างเดียว จิตอาตมาเต็ม จิตอาตมาเป็นพระอรหันต์จะมีทิฐิและจิตที่วิปลาส แต่ไม่ได้มีแต่สัญญาที่วิปลาส ในวิปลาส 3 สู่แดนธรรม...เอาเข้าให้จริงๆไม่นับเป็นสัญญวิปลาสนะครับ วิปลาสนั้นต้องเอาสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าเป็นสิ่งที

อ่านต่อ

่เที่ยง พ่อครูว่า…วิปลาสแท้มี 4 คือ เห็นว่าทุกข์แท้ๆก็เป็นความสุข-เห็นความไม่เที่ยงว่าเป็นความเสี่ยง-เห็นความไม่มีตัวตนว่ามีตัวตน-เห็นสิ่งที่ไม่น่าได้น่ามีน่าเป็นสิ่งที่น่าได้น่ามีน่าเป็น พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ครบชัดเลยแค่ 4 ประเด็นนี้ ทุกข์แท้ๆไปหลงว่าสุข ไม่เที่ยงแท้ๆหลงว่าเที่ยงแท้ หลงไม่มีตัวตนก็ไปหลงว่ามีตัวตน สิ่งที่ไม่น่าได้น่ามีน่าเป็นก็ไปหลงว่าน่าได้น่ามีน่าเป็น ครบหมดเลย ถ้าเข้าใจแค่นี้ก็คนเราหนอ ก็ต้องมาทำจะได้เรียนรู้จิตมาทำทิฏฐิให้สัมมาทิฏฐิ แล้วก็เรียนจิตให้เต็มที่ สัญญากำหนดหมายจิต จิตในจิต เจโตปริยญาณ 16 ถ้ารู้ครบแล้วก็ทำได้ครบถ้วนก็จบ จบเลย เจโตปริยญาณ 16 แล้วก็ปฏิบัติให้บรรลุ ปฏิบัติให้บรรลุเจโตปริยญาณ 16 ก็จบเลย ไล่กันได้ไหม อาตมาบอกวิธีให้ไล่ทีละคู่ๆ สามคู่แรกง่ายจะตาย ราคะกับไม่ใช่ราคะ โทสะกับไม่ใช่โทสะ โมหะกับไม่ใช่โมหะ 6 อันแล้ว เหลืออีก 10 จับทีละคู่ คู่แรก อันหนึ่งเป็น static อันหนึ่งเป็น Dynamic อันหนึ่งเป็นนิวเคลียร์ฟิชชัน อันหนึ่งเป็นนิวเคลียร์ฟิวชัน มันก็เป็น 2 ลักษณะ อันนึงจะเกาะกันแน่น อีกอันนึงกูไม่เกาะกับใครจะกระจายนี่คือนิวเคลียร์ฟิชชัน ไปเดี่ยวๆเลย แล้วเขาถือว่าอันนั้นจะบรรลุ ที่จริงแล้วมันทะลุไม่ใช่บรรลุ นั่นแหละคู่ที่ 1 ของ 5 คู่ที่ 2 ต่อมาเป็นมหัคคตะ กับ อมหัคคตะ คือยิ่งใหญ่กับไม่ยิ่งใหญ่ คู่ที่ 3 สอุตระ กับอนุตระ คือ ดี กับดียังไม่จบ ดีกว่านี้ยังมีอีก เขาเรียกอนุตระ แล้วจิตดีสูงสุดคืออย่างไร ก็แยกเป็นสองคู่ คู่ที่ 1 คือ สมาหิตะ กับ อสมาหิตะ อีกคู่หนึ่งคือวิมุติกับอวิมุติ สมาหิตะคือจิตตั้งมั่นแล้ว อสมาหิตะคือจิตยังไม่ตั้งมั่น ส่วนคำว่าสมาธิเป็นคำกลางกลางที่เรียกกันทั่วไป อย่างคำว่าฌาน สมาธิ ก็เรียกกลางๆ หากว่ายังไม่สมาธิก็ยังไม่เข้าเป้า วิมุตก็คือจบหลุดพ้น ที่จริงวิมุติแปลว่ารู้สึกรู้แล้วนะ รู้อะไร รู้ว่าหมดแล้ว หลุดพ้นแล้วจบแล้ว ไม่มีอะไรต่อแล้วสูงสุด วิมุติ กับ อวิมุติ เป็นตัวตรวจสอบสุดท้ายคู่หนึ่ง วิมติเป็นคู่ปัญญา ส่วนสมาหิโต เป็นเจโต จบเป็นอุภโตภาค สมบูรณ์แบบ นี่สภาวธรรมเป็นอย่างนั้น

640404_พ่อครูเทศน์เปิดงานปลุกเสกฯ ครั้งที่ 44 พาปฏิญาณศีล 8

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน