สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน แก้ความจนด้วยหลักวรรณะ 9.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน แก้ความจนด้วยหลักวรรณะ 9 สมณะเดินดิน พูดแทรก...เราทำงานอย่างไม่ต้องสุขต้องทุกข์ให้ได้ พ่อครูว่า...การแก้ปัญหาคนจน ที่อาตมาเอาทฤษฎีพระพุทธเจ้าที่ท่านวางไว้ชัดเจน วรรณะ 9 มาเป็นคนจน อัปปิจฉะ คือ มักน้อย น้อยก็คือจน อาตมาใช้ศัพท์ว่า กล้าจน เขาเข้าใจเรื่องความจนมาจนนี้ดีกว่าไปรวย เพราะฉะนั้นใจพอ หรือ สันตุฏฐิ สันโดษมีเท่านี้ก็พอ แล้วก็มีจุดสมบูรณ์ที่สุดก็คือ 0 มี 0 ก็พอ ไม่ต้องมีของเราเอง แล้วก็มีระบบที่เราเป็นอยู่คือสาธารณโภคี มีงานมีผลผลิตก็เอาเข้าส่วนกลาง จริงๆแล้วประชาธิปไตยหรือคอมมิวนิสต์ ก็เหมือนกัน คือ ต้องการให้ส่วนกลางมีมาก ให้ทุกคนเสียสละเข้ากองกลางแล้วช่วยกันบริหารประเทศ รวมกันของเราทุกคนนี่แหละ แต่มันแต่ละคนมีความเห็นแก่ตัว คนที่ไม่เรียนศึกษาเรื่องเหล่านี้ มีของส่วนกลางเหมือนกันในประเทศประชาธิปไตยก็มีของส่วนกลางของรัฐ และก็มีคนไปบริหารแจกจ่ายเจือจาน เรียกว่าเศรษฐกิจ เฉลี่ยให้ทั่วถึงกัน เป็นเศรษฐศาสตร์ คอมมิวนิสต์ก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันแต่เป็นการบังคับมากกว่าประชาธิปไตย ประชาธิปไตยให้อิสระมากกว่าคอมมิวนิสต์บังคับมากกว่า มีความแตกต่างอยู่แค่นั้น ส่วนของชาวอโศกเอาทฤษฎีของพระพุทธเจ้ามาใช้คือให้อิสรเสรี ประชาธิปไตยเขาบอกว่าเขาให้อิสรเสรี แต่ก็มีการบังคับด้วยหลักเกณฑ์กฎหมาย คอมมิวนิสต์ก็เหมือนกัน แต่ว่ามากกว่าด้วยพยายามจริงใจ ไม่ให้นายทุนมีอำนาจ พยายามทำ คนที่จะมาบังคับจัดการสังคมประเทศ ให้เป็นคนที่อยากเป็นคนร่ำรวย แต่อาตมาก็ไม่รู้ว่าพวกคอมมิวนิสต์จีนนั้นปิดบังความรวยของพวกเศรษฐีหรือผู้มีอำนาจผู้บริหารหรือเปล่า แล้วก็สะสมหรือไม่สะสมจริง หรือว่าจะมาเป็นคนจนแบบประธานาธิบดีอุรุกวัย เขาจนจริงๆหรือเปล่า ถ้าจะให้จริงต้องมาปฏิบ
อ่านต่อ
ัติธรรมให้จริงแล้วมาเป็นคนจนเป็นคนมีความรู้ความสามารถ เหมือนอย่างพวกเรา อาตมาว่าถ้าเผื่อว่ารัฐบาลไทยเข้าใจและสนับสนุนชาวอโศกสนับสนุนทฤษฎีที่อาตมาพาทำแบบของพระพุทธเจ้านี้ แล้วประเทศไทยเข้าใจอย่างที่พวกเราชาวอโศกเข้าใจ ประเทศไทยจะเป็นสาธารณโภคีที่มีระดับ อย่างของพวกเราชาวอโศก ไม่ได้กังวลเรื่องเงินทองเลย ตั้งแต่เข้ามาอยู่จนถึงทุกวันนี้จนหลายคนก็ตายแล้วเผาแล้วมันก็สบายๆ ชีวิตก็มี วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ 9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) จึงเกิดสาราณียธรรม 6 เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ลาภธัมมิกา ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา ในชาวอโศกนี้คนข้างนอกมาเราก็บอกว่าให้ไปกินข้าวเราได้ เหมือนเรารวยนักหนา บ้านอื่นเขายังไม่เคยเรียกคนมากินข้าวเลย แต่นี่ใครไปใครมาเขาเรียกกินข้าวได้ สบายๆ ไปตักกินได้เลยไม่มีใครเขาว่า เด็กๆที่อื่นมาเล่นน้ำที่นี่หิวแล้วก็วิ่งไปกินข้าวในครัวกลางของเรา พวกเราเกื้อกูลได้ จนทุกวันนี้ พวกที่ทำงานในนี้มีชาวบ้าน พวกเราทุกคนในนี้ทำงานไม่มีใครมีรายได้ส่วนตัว เอาเข้ากองกลาง แต่เมื่อมีคนข้างนอกเป็นชาวบ้านมาทำงานในนี้ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนของชาวอโศก คนข้างนอกมาทำงานภายในชาวอโศกที่เราทำงานแบบนั้นไม่ไหวหรือเขามาช่วยเราก็จ่ายเงินให้เขาเป็นค่าทำงาน กลายเป็นที่ทำมาหากินของเขา ทุกวันนี้ก็มีคนหาเลี้ยงชีพอยู่ในนี้ 10 ปี 20 ปีตั้งแต่ตั้งราชธานีอโศกเขาก็ทำมาตลอดฐานะเขาก็ดีขึ้น มีเงินทองซื้อเครื่องไม้เครื่องมือซื้อเครื่องกลหนักเป็นของตัวเองก็ได้ รายได้จากการทำงานอยู่ที่นี่แหละ แต่พวกเราก็ยังอยู่ในฐานเดียวกันคือจนอย่างเดิม ไม่ได้มีฐานะที่มากขึ้นดีขึ้นเหมือนกับคนงานที่ทำงานอยู่ในนี้ สู่แดนธรรมว่า...ผมเคยถามว่าเงินที่เขาได้รับจากเราไปนี้มากกว่าแสนหรือไม่ เขาตอบว่า มากกว่าแสนแล้ว แต่พวกเราบางคนไม่ได้จับเงินแสน (แซวปะงามงานว่าได้จับเงินแสน เพราะเป็นเจ้าหน้าที่การเงิน)
พ่อครูว่า..บางคนจะเป็นล้าน นักรบธรรมว่า..ประเพณีไทยแท้แต่โบราณ กินอิ่มหนำสำราญแล้วค่อยกลับ เป็นประเพณีทางเหนือ พ่อครูว่า...อาตมาเป็นชาวอีสาน ที่อาตมาพูดนี้เป็นธรรมะอย่างยิ่งเราจะมาเป็นคนจนได้เราจะมาเป็นคนจนอย่างเต็มใจจนตั้งใจจนมุ่งมาจนพูดกันจนกระทั่งพวกเราตั้งเป็นนามสกุล เป็นคนจนแล้วทำให้ตัวเราเองเจริญ สังคมก็เจริญเป็นอยู่สุขสงบ แล้วก็อยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ด้วย ปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าท่านให้สูตรไว้ เป็นคนขยันหมั่นเพียรไม่สะสมสร้างสรรทำงาน เสร็จแล้วก็เอามารวมกัน แล้วก็ลดการกินใช้อย่างโง่ มีชีวิตกินใช้ด้วยความโง่ คือคนที่กินใช้อย่างหรูหราฟุ่มเฟือยเขาบอกว่าเป็นคนฉลาดหรือคนโง่ ..คนโง่ ไปกินใช้หรูหราฟู่ฟ่า ฟุ่มเฟือย เสร็จแล้วก็ยังอวดอ้างอีกนะ โชว์รวยอีก พวกเราเข้าใจแล้วก็จะเห็นว่าแต่ก่อนพวกเราได้ทำสิ่งที่น่าเกลียดไปนะ แต่ก่อนก็ทำอย่างนี้น่าเกลียด เดี๋ยวนี้เข้าใจแล้ว แต่ก่อนต้องใช้อย่างเก๋อย่าโก้ หรูหราฟู่ฟ่า แล้วเขาก็หลอกนะ ของขึ้นห้างราคาก็สูงซื้อแล้วก็โก้นะ พูดแล้วก็นึกถึง คือ เห็นแล้วคนมันโง่ พวกที่รวยๆ เสื้อเขาแขวนไว้ตีราคา 200 ขายไม่ออกสักที เขาก็เลยเก็บไว้นานพอสมควร แต่ออกมาตั้งใหม่ติดราคา 2,000 ขายได้ภายในเวลาไม่ช้านานเลย อาตมาว่าจริงๆนะ อันนี้เป็นตัวอย่าง อันอื่นมันมีแบบนี้เยอะมันก็ทำกันไป คือ ประหลาด คนเรานี่ โง่ โดยที่หลงว่าตัวเองฉลาด โง่ แล้วหลงว่าตัวเองเป็นคนชั้นสูง เพราะฉะนั้นจริงแล้วคนพวกเรานี่แหละคือคนชั้นสูง คนพวกเราที่เข้าใจความจนแล้วมาเป็นคนจนที่มีคุณภาพ เป็นคนจนที่มีประโยชน์คุณค่าต่อสังคมต่อผู้อื่น ไม่ก่อความวุ่นวายเดือดร้อน พวกเราไม่ได้เป็นคนก่อความวุ่นวายเดือดร้อนทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ ไม่ได้เป็นคนวุ่นวายทางด้านการเมืองทางเศรษฐกิจทางสังคม เราเป็นชุมชนหรือสังคมที่ยินดีต้อนรับคนมาเกี่ยวข้องสัมผัสสัมพันธ์ ถ้ามาแล้วนิสัยไม่ดี พวกเราก็สอนเก่งนะ ถ้ามาประพฤติไม่ดีเดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวก็มีคุณครู คุณครูพวกเรานี่แหละไม่ดูดายหรอก เดี๋ยวก็ได้รับการสอนการอบรม การทักท้วง การให้ความรู้ นี่เรื่องจริง เพราะฉะนั้นก็ดีแต่ให้มีศิลปะหน่อยเวลาที่จะสอนคนอื่นที่เข้ามา อย่างพวกเราเต็มใจเข้าใจแล้วสอนก็ได้บอกกันได้ไม่มีปัญหา ดีไม่ดีก็สอนกันแรงได้ คนอื่นเขาถือตัว เหมือนกับเศรษฐีบ้านนอกหอบเงินมาเป็นกองไปร้านไฮโซ มาจับของเขา พวกพนักงานขายก็จะนึกว่าไม่มีปัญญาซื้อของ หยิบของออกไปพ้นมือเลย ไอ้นี่ตาเขียวเลยนะ ควักแบงค์ออกมา พลั๊วเลย เท่าไหร่นี่ เห็นอย่างนี้นึกว่าจะไม่มีเงินซื้อของเองหรือราคาเท่าไหร่บอกมา ควักแบงค์สดเลยนะไม่ใช่แค่การ์ด เท่าไหร่? ดูถูกดูแคลน เห็นว่าเราไม่แต่งตัวหรูหรา สัมผัสแค่ภายนอกก็หาว่าเราไม่มีเงินหรืออย่างไร เพราะฉะนั้นจะเรียกว่าวิธีการ หรือความเข้าใจความรู้ และก็พากันให้คนเข้าใจ ให้คนมีความรู้แล้วก็มาปฏิบัติประพฤติ มีวิธีจนเกิดผลสำเร็จลงตัว จิตใจก็สงบก็พอใจ เลี้ยงง่ายบำรุงง่ายมักน้อยสันโดษ แล้วก็ขัดเกลาตัวเองในสิ่งที่บกพร่องของตัวเอง สัลเลขะ ขัดเกลาตัวเราเองให้มากยิ่งขึ้นตามเรามีความรู้ที่พระพุทธเจ้าสอน ตามหลักของ ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ ให้สูงขึ้นเจริญขึ้นมีศีลสูงขึ้นเจริญขึ้นมี อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา มีอาการกิริยากายวาจาใจที่น่าเลื่อมใสมี ปาสาทิกะ แล้วก็จะเป็นคนที่จบ จบด้วยความไม่สะสมแต่เป็นคนยอดขยัน อปจยะ วิริยารัมภะ นี่เป็นความรู้ความจริงที่พระพุทธเจ้าท่านได้ตั้งหลักสูตรไว้ วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ 9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) ในหลวงท่านตรัสออกมา อย่างไม่เหนียมเลยนะ ว่าต้องมาเป็นคนจน แล้วไม่ใช่ตรัสธรรมดานะ แต่ตรัสกับรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเพื่อนของประธานาธิบดีเกาหลีเลยนะ ประธานาธิบดีเกาหลีฝากมาถามว่า ให้บริหารประเทศแบบไหนดี ในหลวงบอกว่าประเทศของคุณบริหารกันดีแล้ว มาถามเราทำไม รัฐมนตรีคนนี้ก็เซ้าซี้ถาม บริหารแบบไหนบอกหน่อยสิ ไม่รู้เขามีเซ้นส์ว่าเมืองไทยบริหารดี ไม่น่าจะแกล้งเซ้าซี้ถามท่าน ในหลวงท่านก็บอก คนเราจะพูดเรื่องนี้ออกไปให้บริหารแบบไหน...บริหารแบบคนจน ทำให้ประชาชนมาเป็นคนจน ซึ่งมันเป็นความคิดของโลกุตระนะ ไม่ใช่ความคิดของโลกียะ ไปถามสิประเทศไหนเขาจะมาคิดแบบนี้ผู้บริหารประเทศผู้มีอำนาจเขาจะคิดอย่างนี้ไหม ไม่ต้องไปถามใครหรอก ไปถามคนไทยที่เป็นนักบริหารนักเศรษฐกิจจะมีความคิดตรงกับในหลวงเช่นนี้หรือไม่ อาตมาว่าไม่ เขายังไม่เข้าใจยังไม่เห็นว่าต้องทำอย่างนี้ หรือใครก็แล้วแต่ที่ดูแลทางเศรษฐกิจการศึกษา ถ้าหากเข้าใจยังในหลวงรัชกาลที่ 9 หรือมาเข้าใจอย่างชาวอโศก ประเทศไทยจะมีความสูงส่งเจริญ ออกหลักสูตรการศึกษาให้เรียนกันตั้งแต่เด็กเลย หลักสูตรการศึกษาของประเทศไทยเลย ให้เป็นคนมีวรรณะ 9 และจะประสบผลสำเร็จตามสาราณียธรรม 6 เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ลาภธัมมิกา ลาภที่ได้มาโดยธรรมจากผลผลิตก็เอามารวมกันกองกลางเป็นสาธารณโภคี แบ่งกันกินกันใช้ไม่ต้องซื้อต้องขายเลย นี่คือสุดยอด ไม่มีสูตรไหนทฤษฎีไหนที่จบเท่านี้อีกแล้ว แล้วก็มีหลักการมีทฤษฎีมีทิฏฐิ ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา ผู้ที่มีภูมิปัญญาโสดาเสมอกับโสดาบัน สกิทาคามีเสมอกับสกิทา อนาคามีเสมอกับอนาคามี อรหันต์เสมอกับอรหันต์ หลักสูตรพระพุทธเจ้าเป็นหลักสูตรที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติคนจบปริญญาของพระพุทธเจ้าคือเป็นพระอรหันต์ เสร็จแล้วทุกอย่างสมบูรณ์แบบหมดเลย เพราะฉะนั้นชีวิตสงบอย่างชาวอโศก อาตมาพูดแล้วว่าชุมชนชาวอโศกเป็นชุมชนอนาคามีขึ้นไป อนาคามีแปลว่าอะไร อนาคามีแปลว่าผู้ที่ไม่แย่งชิงทรัพย์ศฤงคารบ้านช่องเรือนชาน ไม่แย่งชิงกันแล้วแต่อยู่กันอย่างแบ่งกันกินแบ่งกันใช้ อยู่กับกองกลางขั้นสาธารณโภคีเป็นอรหันต์กันเลยไม่ใช่แค่อนาคามีเท่านั้น เพราะฉะนั้นกองกลางเป็นอรหันต์ประชาชนเป็นอนาคามี เพราะฉะนั้นเป็นอรหันต์ไม่มี จะอยู่กับกองกลาง สร้างสรรเป็นคนขยันหมั่นเพียร ไม่ใช่มาเป็นคนแฝงอยู่แฝงกิน เป็นคนขยันหมั่นเพียรสร้างสรร แม้จะรู้ว่าเราเสียสละ เราทำงานมีผลผลิตเยอะแยะ แต่เราเอาเข้ากองกลางหมด เรากินน้อยใช้น้อย ไม่ริษยาคนอื่น ใครจะตะกละกินอยากมีกิเลสอยู่ก็เรื่องของเขา เราลดลงมาเรื่อยๆดีกว่าแค่นี้ก็พอ แต่ไม่ได้มาทรมานสังขารร่างกายนะ จะเห็นได้ว่าร่างกายก็แข็งแรงดูดี จะเห็นได้ว่าชาวอโศก ลงพุงมีน้อย อาตมาพูดถึงเรื่องความจน เน้นมา พวกเราก็คงเข้าใจกันดีเข้าใจกันใช้ได้มาประพฤติปฏิบัติเป็นคนจนอย่างสบายใจ แล้วไม่ได้คิดไปแย่งชิงไปร่ำรวยอะไรกับเขานะ อยู่กันอย่างนี้แหละอยู่กับหมู่ฝูงอย่างนี้แหละ คนที่อยู่ที่นี่แล้ว ไม่มีปัญหา คนที่ยังไม่อยู่ กำลังจะย้ายมาอยู่ มีใครบ้างยกมือขึ้นซิ เหนื่อยจริงๆ มันไม่มีเสน่ห์หรืออย่างไร คนที่จะอยากมาอยู่ที่นี่ต้องทิ้งทางโลก โลกที่มีแสงสี มีรูป รส กลิ่น เสียง มีสิ่งที่ยั่วยวนยั่วเย้า ข้างนอกมันมีอยู่เยอะแล้วก็ติดยึดกันอยู่ พวกเราเข้าใจ ชีวิตเกิดมาเป็นชีวิตแล้ว ความคิดเป็นของเราความเชื่อถือเป็นของเรา ความต้องการก็เป็นของเรา แต่ละคนก็ทำของแต่ละคน เห็นว่าอย่างนี้ดีก็ทำ ซึ่งไม่ง่ายการที่จะมาเอาความจนจะมาอยู่สบายๆอย่างนี้ เห็นอย่างนี้เป็นเรื่องดี แม้แต่ในประเทศไทยก็มีอย่างนี้ พูดมา 49 ปีจะขึ้นปีที่ 50 แล้ว มีแค่นี้ เปิดดูซิ ถ่ายทอดทางโทรทัศน์มีคนเปิดดูสักกี่คน คราวก่อนจำได้ตัวเลข 138 คน ตอนนี้เท่าไหร่ 103 คน แล้วเมื่อไหร่มันจะกระจายผลออกไปได้คิดดูซิ ใน Facebook มีดูสด 127 คน 621107_พ่อครูเทศน์ทำวัตรเช้า งานมหาปวารณา ครั้งที่ 37 ปี 2562