ธรรมนิยามแห่ง สมุปบาท ๔.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.81 KB
วันที่แก้ไข5 มิถุนายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

ธรรมนิยามแห่ง สมุปบาท ๔ สู่แดนธรรม...อยากอาราธนา พ่อท่าน นานมาแล้วได้ยินพ่อท่านพูดว่า อาตมามั่นใจว่าอโศกได้หยั่งรากลงแล้ว เพราะว่ามีตถตา พ่อครูว่า... 1. ตถตา (ตนเป็นเช่นนั้นๆ ได้อย่างอัตโนมัติแล้ว หรือได้ความว่างเป็นสัจธรรมเช่นนั้นเองในตัวแล้ว) 2. อวิตถตา (ความจริงที่เที่ยงแท้แล้ว-ไม่กลับกลาย) 3. อนัญญถตา (เป็นไปอย่างนั้นแน่จริงชนิดไม่มีสิทธิ์เป็นอื่นอีกแล้วอย่างนิรันดร์) 4. อิทัปปัจจยตา (เพราะเป็นสิ่งนั้นได้จริงแล้ว จึงสืบต่อเชื้อความจริงในสิ่งนั้นได้.. อย่างมีของแท้จริงเกิดขึ้นสืบทอดให้กันและกันจริง)

ตถตาคือ มันเป็นได้แล้วในตัวมันเอง เป็นตัวที่รวมสูตรของความเป็น แล้วก็เชื่อมโยงมาหาคนอื่นมาหาสังคม เป็นอวิตถตา ตัวตถตากับอิทัปปัจจยตา เป็นตัวต้นกับตัวปลาย อวิตถตากับอนัญญถตาเป็นตัวกลาง อวิตถตา เป็นความจริงที่อยู่ในแกน Static แกนเที่ยง อนัญญถตา ก็เป็นแกน Dynamic เป็นการอาศัย ที่จะทำงานร่วมกับ Static เป็นพลังงานบวกกับพลังงานลบก็จะร่วมทำงานด้วยกันเสมอ พยัญชนะของอิวิตถตา คือ สภาพของความจริงที่มันมีก็ได้ ไม่มีก็ได้ วิ กับ ตถ จริง อ คือไม่ ค้านแย้งกับวิ วิ นั้นไม่มีก็ได้มีก็ได้อย่างเลิศเลอ อ ก็เป็นตัวต้านตัวถ่วงเหมือนกับฝ่ายค้านของรัฐบาล ส่วน อนัญญถตา ตัว ถ คือสภาพฐาน เป็นตัวตั้งตัวฐาน อนัญญะคือ ความรู้ที่ไม่ยึดถือความรู้ อ ก็ไม่ น ก็ไม่ อัญญคือตัวรู้ธาตุโลกุตระ มันสามารถเกิดแล้วก็สามารถควบคุมได้ ผู้ที่มีความเป็นใหญ่ในตัวเอง วสวัตตีโก ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ก็จะรู้ก็จะควบคุมให้มีหรือไม่ให้มี ก็จะใช้อย่างสัมพันธ์เป็นเหตุเป็นปัจจัยเรียกว่าอิทัปปัจจยตา เป็นเหตุปัจจัยแก่กันและกัน สังเคราะห์กันช่วยเหลือกันเกื้อกูลกัน หรือแม้แต่จริงๆแล้วจัดการจะบอกว่าทำร้ายทำ

อ่านต่อ

ร้ายก็ดูไม่ดี แต่ก็กำจัด กันไปในตัว แล้วก็ทำสิ่งที่ดีไว้ ตัวที่ไม่ดีก็ควรกำจัดเสีย (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สู่แดนธรรม...หากมองเป็นรูปธรรมว่าอโศกเรามีการทำสาธารณโภคี คือ อวิตถตา มาถึงปีนี้พ่อท่านได้เห็นความเจริญก้าวหน้าในธรรมนิยามทั้ง 4 นี้หรือไม่ พ่อครูว่า...เห็น ความก้าวหน้าของชาวอโศกเป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นคนอื่นอาจจะเห็นยาก แต่อาตมาเห็นความก้าวหน้า อาตมาไม่ได้เป็นนักสถิติจะเอาตัวเลขมา แต่เห็นอัตราการก้าวหน้า จะพูดกันด้วยภาษา การก้าวหน้าของอโศกขณะนี้ การก้าวหน้าจะมี 1. เชิงบวก 2. เชิงคูณ 3. เชิงยกกำลัง ถามว่าการก้าวหน้าของชาวอโศกเป็นเลขยกกำลังหรือไม่ ...อาตมาว่ายังไม่ถึง ยกกำลังเป็นทวีคูณทีละเท่าตัวเลยนะ ขณะนี้ +7 กำลังเข้า +8 ยังไม่ถึงขั้นคูณด้วยซ้ำไป บวกมาทีละเกินครึ่ง เป็น 7 เป็น 8 ถ้าเป็น 9 เป็น 10 ก็ถ้วนเลยกลายเป็นคูณเลย อย่างนี้เป็นต้น มันก้าวหน้าได้อยู่แต่ยัง พลเมือง 7 พันล้านของโลก อโศกนี้แม้แต่ถ้าเอามวลปริมาณคนให้ได้ 777 คน ในราชธานีอโศกยังไม่ได้จนป่านนี้ เริ่มแต่ 2537 บ้านราชฯตั้งมา นี่ก็ 28 ปี ได้เท่านี้ จะให้ได้ 777 คนยังไม่ได้ ประมาณ 400-500 คนเท่านี้ แต่ก็ไม่เลวแล้ว ถ้าได้มากกว่านี้ 600-700 คนมันก็ดี เป็น 1,000 คนก็ยิ่งดีใหญ่เลย แต่อย่างว่าแหละไม่ใช่จะเข้ามาได้ง่ายๆที่นี่ คนเข้ามาก็ไม่ใช่ง่ายนะ ถ้าเข้ามาเล่นๆลองดูก็ได้ คนที่ไม่มีคุณภาพหรือคุณสมบัติอะไรมากหรอก เข้ามาที่นี่มีศีล 5 ไม่มีอบายมุข ไม่กินเนื้อสัตว์ เป็นเกณฑ์พื้นฐานแค่นี้ อยู่ให้ได้เถอะ อบายมุขตัวเดียวคุณก็แย่แล้ว ยิ่งไม่กินเนื้อสัตว์ละก็ มีศีล 5 โอ้โห มันจะไหวหรือ อาตมาเคยบอกว่ารัฐธรรมนูญออกกฎหมายจากศีล 5 นี่แหละเป็นกฎหมายลูกสบายเลยไม่ต้องไปแก้ธรรมนูญ ไม่เหมือนอินเดีย รัฐธรรมนูญมีอยู่ฉบับเดียวไม่ต้องแก้ นอกนั้นเป็นกฎหมายลูกเท่านั้นก็พอแล้ว เขาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเลยนะกฎหมาย ก็ไม่เป็นไร บังคับกันไม่ได้ อาตมาไม่ได้ทำงานด้านกฎหมายไม่ได้เป็นผู้คุมกฎ เอาแค่สอนธรรมะก็เหลือแหล่แล้ว 640605_พ่อครูเทศน์เปิดงานอโศกรำลึก และบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ปี 2564

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน