คาถาธรรม.pdf
เนื้อหาในไฟล์
ผู้อยู่เหนือผูกาวหนา ผูเจริญ ตองเปนผูที่มีจิตอันแยบคาย มีความละเอียดในสิ่งที่เรารูเทาทัน อยูเหนือ ทําจิตเปนผูที่ชนะไดเสมอ รูและอยูเหนือเปนปรัชญาของศาสนาพุทธ เราไมไดหนี แตเราอยูเหนือ เรารูวา...สิ่งนั้นตามความเปนจริง วาดีกวานั้นไดเราทําให ดีกวานั้นขึ้น และ ปลอยสิ่งที่เราไดไปเปนทาส ทําจิตของเราแปรปรวน ไมมีอํานาจ ไมมีความอยูเหนือ การอยูเหนือไมใชขม แตเปนผูวางได เปนผูเกื้อกูลกันได เปนผูชวยเหลือได หรือ เปนผูเปนน้ําหนึ่งใจเดียว เปนอันหนึ่งอันเดียวกันกับสิ่งนั้นสิ่งนั้น และ เปนผูชวยเหลือสิ่งนั้น พัฒนาเจริญได นั่นเอง๒๗ เมษายน ๒๕๒๕ลักษณะของผู้อยู่เหนือไดซักซอมผูที่ไดมีการฝกปรือ จนแข็งแรง สําเร็จ เด็ดขาด เราจะมีความสามารถ ในการหยุด การทําที่แข็งแรง จะหยุดก็หยุดไดเด็ดขาด จะทํา ก็ทําไดอยางมีสมรรถภาพ เหมือนกับจะตาย ก็ตายไดอยางสะเด็ด จะเกิด ก็เกิดอยางมีชีวิตชีวาเหมือนเปดสวิทซ ปดสวิทซ จะหลับเปนหลับ จะตื่นเปนตื่น เปนผูมีอํานาจทางจิต ที่จะกระทําอะไรได โดยเด็ดขาดเราเปนผูกําหนด เราเปนผูสั่ง ตื่นก็ตื่น เปนตื่น เปนตื่น หลับก็หลับ ตายเปนตาย เกิดก็เปนเกิด ผูไดอยางนั้น เรียกวาเปนผูที่มีอํานาจทางจิตแข็งแรง เปนผู อยูเหนือ ตองเขาใจลักษณะอยางนี้ และ ทําใหเด็ดขาด ทําใหเปนจริงเปนจัง อยาตกอยูใตอํานาจกิเลสตางๆ เราตองเหนือกิเลสตางๆ ที่จะทําใหตนเองมีจิตขาด ตามที่เรา สามารถ และ สามารถทําสําเร็จ๒๙ เมษายน ๒๕๒๕การฝึกตนการฝกตน เราจะฝกแตความเคยชิน ทําแตวาเราจะชิน เราจะพยายามฝนกระทํา อดทน เอาเฉยๆ นั้นไมพอ เราจะตองมีสติสัมปชัญญะ ปญญา คือ สอดสอง อานพิจารณา ในการกระทํา ในสภาพเกิดอารมณ โดยเฉพาะอารมณจิตอ
อ่านต่อ
ารมณใจของเรา และ เราก็ปรับ๓๐ เมษายน ๒๕๒๕ไม่หลบลีตั้งสติ ทําใจ แกใจเสมอๆ นั่นเปนหลักสําคัญที่สุด ในการปฏิบัติธรรม เมื่อผูใด แกจิต เจตสิก แกจิต เจตสิกของเรา ใหจางคลายจากสิ่งที่เราเห็นวาเปนอกุศล โดยเฉพาะ อรติ ความไมยินดี ตันทิ ความขี้เกียจ และ สิ่งที่ทําใหเราขี้เกียจยิ่งหาทางที่จะเปนจอม บิดขี้เกียจ และ ดูอาหารทั้งปวง แมไมใชอาหารหยาบ อาหารผัสสะ อาหารทางใจ อาหาร ทางวิญญาณ ตองดูเจตนารมณของเรา ที่จะสรางอาหารใหแกใจ อยางเปนกุศลแกตน แกทาน แมที่สุด เราจะเปนคนไมหลบลี้ ไมหลีกเรนเปนคนประจัญ เปนคนประสพ ลักษณะ ๔ ในลักษณะ ๕ นี้ มาจาก ตันทิ วิชัมภิกา ภัตตสัมโท และเจตโสจรีนัตตัง ที่เราจะตองพยายามระลึก และแกอยางแยบคาย มิฉะนั้น..... เราจะกลายเปนผูที่ตกอยู ในฐานะของผูไมสบายใจและผูที่ตกอยูในฐานะหลบลี้ หนีหนา ถีนมิทธะครอบงํา๒ พฤษภาคม ๒๕๒๕อาศัยมิใช่ติดยึดผูปฏิบัติจะตองรูคําวาอาศัย เราอาศัยที่เรามีความเบิกบาน อยาไปอาศัยสภาพที่เรามี ความไมยินดี หมนหมองจะเปนการรับทุกขใสตนอยางโงๆ เราอาศัยความเบิกบาน แจมใส แลวก็เปนผูพึงมีสติ มีธัมมวิจัย แลวเราก็ปรับปรุงปรับปรุงเปนไปอยางนั้น เปนผูปลอยอยู ปลอยอยู สวนที่เปนอกุศล เราปลอยเสมอ ปลอยเสมอ อาศัยเพียงกุศล กุศลไมใชตัวไมใชตน ไมใชเรา กุศลแมเราทํา อยาหลงยึดวาเปนของเรา ปลอยอยู ปลอยอยู เราตองรูคําวาอาศัยและเราก็ตองประพฤติตน เปนผูปลอยอยู ปลอยอยู๑๔ พฤษภาคม ๒๕๒๕เบิกบานเพือหาญกล้าการตั้งตนไวดวยสติสัมปชัญญะ ปญญา รูตัวทั่วพรอม มีความเบิกบานแจมใส มีฉันทะ อยามีความไมยินดี มีความยินดีในอารมณเบิกบานราเริง ทําในใจไวอยางนั้นเสมอ เราตอง รูสึกตัววา... เราเองไดรับกระทบสัมผัสอะไรแลวทําใหจิตใจแปรปรวนเปนไมยินดี แมแคไมยินดี ไมพอใจ ไมชอบใจ เราตองเปลี่ยนกลับมาเปน... ความเบิกบาน ราเริงโปรง วาง สบาย อยาเอาคาหัวใจไว ความไมยินดี เปนสื่อแหงถีนมิทธะ เปนสื่อแหงการ ไมอาจหาญแกลวกลา ไมแข็งแรงเพราะฉะนั้น เราจะตองรูตันตอตัวนี้ใหสําคัญ ความขี้เกียจหนึ่ง ความไมยินดีหนึ่ง เปนตัวตนตอ ทําใหเราไมแข็งแรงไมอาจหาญ ไมแกลวกลา และไมมีสมรรถภาพ แตจะเปนผูที่หลบลี้ มีความเฉื่อย และงวง ถาเรารู นี้เปนตนสําคัญเราจะตองพยายามทํากลับใหมาสูกุศลเสมอๆ เราจะแกอกุศล ดับอกุศลได อยางองอาจแข็งแรง ตองทํา ไมใชวาอยูเฉยๆตองรูสึกตัวอยูเสมอ และตอง ทําเสมอ ดวยความเพียรอันยิ่ง แลวเราจะถึงที่สุด๒๗ พฤษภาคม ๒๕๒๕ยินดีทีปล่อยวาง เราตองมีความยินดี มีความเบิกบาน พยายามรูกรรม รูกิริยา รูวาเรากําลังจะทําอะไร ในสิ่งที่เราทําเราพยายามทําความเขาใจใหดี แลวก็อยาผลัก หรือวาอยาไมยินดี เมื่อสิ่งนั้น จะตองทําแลว เมื่อเราปลอยวางแลวเราก็จะรูสึกวาเปนของงาย เชน เราจะตองอุจจาระ จะตองปสสาวะ เราจะตองไป เราจะตองมา เราจะตองเคี้ยวกลืนมันก็จะเปนของธรรมดา และเปนของงาย เมื่อเราปลดปลอยแลว เปนของไมทุกข แตถาเผื่อวาเราฝน เราคานแยงเราไมชอบใจ หรือไมยินดี เราจะทุกข ตองฝกหัดจิต ใชทั้งปญญา ใชทั้งการปลอยวาง โดยการปลอยจริงๆ ใหจิตมันปลอยและทั้งปญญา ที่เห็นเหตุ เห็นผล เห็นความเปนที่สุด แลวเราก็จะจบที่สุดได โดยการไมทุกข และทํา ทุกอยาง เกิดคุณคาเกิดประโยชน๓๑ พฤษภาคม ๒๕๒๕พิจารณาก่อนเสพย์ผูใดไดคํานึงถึงการอบรมตนอยูทุกขณะ ดวยการพิจาณาแลวเสพย หรือภาษาบาลีวา "ปฏิเสวนา" คือมีการคบคุนสิ่งใดก็ตาม จะทําใหมีอยางนั้นๆอยูเสมอก็ตาม ดวยการ รูแจงชัด เขาใจจริง ตอเมื่อไดพิจารณาแลวผูใดไดพิจารณาอยูเสมอ พิจารณาแลววา เราควรจะอยูในสภาพใด เรียกวา เสพย นาเปนอยูอยางไร มีการพิจารณามีการตัดสิน แลวเราก็คอยเปน คอยอบรมอยูในสภาพนั้น เชน เราควรจะทรงกายกรรมอยูอยางไรเราควรจะทรงวจีกรรมอยูอยางไรเสมอๆ เราควรจะทรงจิต อารมณจิตอยางไรอยูเสมอๆ ที่เรากําลังกําชับกําชากันอยูวาเราจะเปนผูปฏิบัติตื่น เราควรจะทําอารมณตื่นอยางไรแมแตการไมหลับตา ก็เปนกายกรรมอยางหนึ่ง ที่เราควรเสพย เราพิจารณาวาจริงไหม เห็นดวยไหม เห็นดีไหมเราควรจะทําอาการที่ไมคอยหลับตา ตองควรลืมตาไวเสมอ นี่เปน กายกรรม แลวเราก็เสพยพิจารณาแลวคอยเสพยอยางนี้เสมอ หรือวาเราควรจะหลับตา บอยๆ หลับตาอยูบอยๆ แลวก็จะไดสภาพที่เราควรจะอบรมตน นี่ เปนเรื่องของกายกรรม ตัวอยางงายๆ แมที่สุดในจิต เราควรทําในใจไวอยางนี้จิตของเราจะทรงอารมณอยางนี้ จะรักษาอารมณอยางนี้ไวเสมอๆหรือ หรือวาไมควรรักษา ควรจะทําอีกอยางหนึ่ง เรียกวาพิจารณาแลวเสพย หรือ ปฏิเสวนา เราควรจะไดทําใหแกตน นั่นคือ กรรมฐาน นั่นคือ สิ่งที่เราจะตองรูผูใดทํา ปฏิเสวนา เปน หมายความวา ทําทวนซ้ํา ในสิ่งที่เราไดพิจารณา แลวนั้น อยางนั้น ใหเสมอ ใหไดทรง นั่นคือเราฝกสมาธิ ฝกสมาบัติ ฝกสิ่งที่ควรจะกระทํา ใหคุนใหเคย ใหแปรเปลี่ยนมาเปนดังที่เราหมายนั้นใหได จนมั่นคง จนแนนอนนี่คือ วิธีการที่จะ ปฏิบัติธรรม เพราะฉะนั้น ถาผูใด เขาใจกรรมฐาน หรือเขาใจจุดที่แนะ แลวก็เห็นใหดี เปนทัสนา เปนสังวราสังวรอยางที่เราเขาใจ และใหมันเกิดปฏิเสวนา เกิดเปนอยางนั้น คนอยางนั้น คุนอยางนั้น ไมคุนอีกอยางหนึ่ง สิ่งใดเราคิดเราจะคุน หรือเคย และเปนงาย แตสิ่งใดที่เราจะเพิกกลับ หรือเราจะมาเปนอีกอยางหนึ่งนั้น มันจะยาก ก็ตองกระทํา ใหบอย และตั้งสติ ตั้งใจใหดีๆ มันจีงจะทําได จึงจะเกิดผลสําเร็จ ในที่สุด๑๐ กรกฏาคม ๒๕๒๕เวรมณีจิตและกาย ทั้งจิตและกายของบุคคลใด ที่ทรงศีลสมบูรณแลว ผูนั้นคือผูมีปญญายิ่ง อยูแลว ปญญาอยูที่ใด ศีลอยูที่นั่นผูมีศีลสมบูรณ ผูนั้นคือ ผูมีสัมมาทิฏฐิสมบูรณ สัมมาทิฏฐิ อันสมบูรณ เปนอนาสวะนั้นยอมประกอบไปดวยสภาพของผูที่มีจิตเปน เวรมณี อยูตลอดเวลา ความวา "เวรมณี" นั้น หมายความวา เปนผูเจตนางดเวนอยูตลอด เวลาคําวา "เจตนางดเวน" เปนจิตที่ตั้งมั่น ตั้งมั่น แมคําวา เจตนา จะแปลวา ตั้งใจมุงหมาย ก็ตาม จิตนั้นก็เปนจิตที่มีอาการของความมุงหมาย ตั้งใจอยูอยางตั้งมั่น ที่จะเวนขาด จากมิจฉาทุกสิ่ง จากอกุศลทุกสิ่งจากสิ่งที่เปนทุจริตทุกสิ่งอยูเปนปกติ เรียกวา ผูมีศีล เปนอเสขะ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๒๕ผู้อยู่สําราญผูเปนอยูสุขสําราญ คือ ผูที่สบายกาย สบายใจ สุขภาพกาย ผูสบายนั้น ก็คือ ผูที่มีอาหาร มีเครื่องนุงหม มีที่อยูมียารักษาโรค ที่พอประทังพอสมบูรณ ไมมากไปไมนอยไป และ ไดเปนผูที่มีสิ่งเหลานั้น หมุนเวียนอยูอยางพอประทังโดยเฉพาะ คือผูไมมากไป ใจก็เปน ผูที่ปราศจากราคะ โทสะ โมหะ เปนผูที่มีสุขภาพใจอันสมบูรณ ผูที่ไดชําระตน ฝกตนเปนอยู อยางที่มีองคประกอบดังกลาวนี้แลว เปนผูอยูสําราญ๑๙ กันยายน ๒๕๒๕จงเป็นผู้ไม่ประมาทพุทธบุตรทั้งหลายเอย พวกเธอจงเปนผูไมประมาท อยาหลงเสพ อยาหลงติดอยูเลย จงมีสติ รูตัวทั่วพรอมสลัดตนออกจากความเสพย ความติดใหไดเสมอเถิด จงมีศีล อันดีงาม อยูในหลักในเกณฑ อยูในหลักในกฎอยูในหลักในระเบียบใหไดพรั่งพรอม ดีงาม สมบูรณ ตั้งความดําริไวใหดี จิตเมื่อจะเกิด เมื่อจะคิด ไตรตรอง ตองเลือกเฟนหาแตทางที่จะเจริญ ใหแกตนอยูทุกเมื่อเถิด จงตามรักษาจิตของตนใหเปนนายอันสําคัญ ที่จะนําตน ไปสูนิพพานดวยการเดินทุกๆระยะกาวที่ไดไตรตรอง ระมัดระวังอยางดี ทุกๆ เมื่อเถิด ๒๐ กันยายน ๒๕๒๕สัจจะความจริงที่ไมเปลี่ยนแปลง ผูมีธรรมะจริง ก็เปนผูที่มั่นคงแนนอนจริง สัจจะ อันวา ความจริงนั้น คือสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งอยูความจริงนั้น จะมีความตั้งอยูดวยเหตุปจจัย ถาถึงขั้น สมาธิ หรือ ขั้นตั้งมั่น ก็จะเปนความตั้งมั่นที่แนนอน ไมคลอนแคลนจะเปนสภาพที่ ไมเปลี่ยนแปลง ไมเปลี่ยนแปร เพราะความรูแจง เพราะความ "เปน" อันจริง เมื่อไดเปน สภาพอันจริงแลวสิ่งนั้นไมมีสอง สิ่งนั้นยอมไมเปลี่ยนแปลง ผูที่เปนแลว ก็รูในความเปน สิ่งที่เรียกวา "สัจจะ" คือ ความจริง จึงคือความเปนที่แทและความรูแจงในความเปนนั้น อยางไมมี ผิดพลาด แนนอน แนจริง จึงไมมีความเปลี่ยนแปลงเลย๒๓ กันยายน ๒๕๒๕รู้และละทําจิตใจใหเบิกบาน ราเริงอยูเสมอเปนนิจ รูอารมณตนใหดี อยาเผลอไผล เทากับเรา ไดปฏิบัติธรรมอยูเสมอตลอดอยูแลวหนึ่ง มีสติรูตัวทั่วพรอม ดําเนินโพชฌงค ๗ ตามมรรค ๘ ที่เราจะมีชีวิตอยูวันคืน และวันคืนพยายามกําหนดรูอกุศลธรรมใหชัดเจนถูกตอง และ พยายามขจัดปดเปา ละวางอกุศลธรรมใหไดเสมอ ทั้งรู และทั้งละทุกขเกิดจากอกุศล ทุกขไมไดเกิดจากการงาน ทุกขไมไดเกิดจากการกระทําดี ที่เรียกวา กุศลกรรม ทุกขเกิดจากอกุศลเปนเหตุ เพราะฉะนั้น เรารูทุกข รูเหตุแหงทุกข ขจัดเหตุแหงทุกข ใหถูกตัวเหตุแหงทุกข มาจากอกุศลภายในใจของเรา แลวเราก็สั่งการใหกายกรรมก็ดี วจีกรรมก็ดี หรือสั่งสมลงในใจก็ดีเปนอกุศลแกตนอยูเสมอ ถาเรารูอกุศลถูก มีธัมมวิจัย อยางเฉียบขาด แยบคาย และมีกําลังอินทรีย มีอํานาจในตนสามารถละวางอกุศล ไดอยางเฉียบขาด เด็ดขาด นั่นคือ เรากาวเขาสูความสบาย กาวเขาสูความสําเร็จถาเผื่อวา เราแยกแยะอยางนี้ไมถูก กระทําไมได เราก็ยังไมได ยิ่งไมถูกดวยแลว ก็ยิ่งชา ยิ่งไกล ที่จะถึงจุดหมายจุดเปาสําคัญที่สุด ก็คือ รูและละ ูใหถูกวา เราจะละอะไร และ ละใหได นั่นคือ ผลสําเร็จแตละครั้ง แตละจุดที่เราไดปฏิบัติธรรมอยางถูกตอง๒๔ กันยายน ๒๕๒๕นิพพานธรรมทานทั้งหลายทั้งปวงทุกคน ลวนแตประสงคดี มาดี ใฝเอาความดี ความดีที่วานี้ มีพระธรรม ของพระพุทธองคเปนที่สุด พระธรรมมีทั้งคําสอน มีทั้งสิ่งที่จะประพฤติ ปฏิบัติ ทดสอบ พิสูจน และมีทั้งสิ่งที่จะเกิดเปนผล ผลดังกลาวนั้น คือ วิมุติธรรมอมตธรรม นิพพานธรรมในวิมุติธรรม คือ การหลุดพน อมตธรรม คือ ธรรมะที่เรากําหนดรู สามารถดับ สามารถเกิด อยูได นิพพานธรรม คือความสมบูรณ ความสงบสนิท ไปปราศจากแลว ซึ่งราคะ โทสะ โมหะ สิ้นอาสวะผูกระทําตนดวยความพากเพียร ขยัน รูจักทิศทางแหงการปฏิบัติ ประพฤติอันถูกตรง ไดอุตสาหะ วิริยะ ขะมักเขมนไมทอถอย มีสติ และสัมปชัญญะ ประพฤติ ปฏิบัติอยู ทุกเวลา มีกุศล กุศลอันพึงไดพึงเปนนั้น เปนผล อันจะเกิดอยูทุกขณะลมหายใจเขาออก ของผูพึงเพียร อกุศลใดบกพรองอยู ก็รูอยู และพึงปรับปรุงใหเปนกุศล ทุกเวลา มีสติ มีธัมมวิจัย มีวิริยะเกิดดี เปนปติ เปนปสสัทธิ สั่งสมลงตั้งมั่นเปนสมาธิ และยอดสุด เปนอุเบกขา อยูเสมอๆ ผูเดินดวยกาว ๗ กาวแหงพระพุทธองคพาเปนพาไป ผูใดกระทําอยู อยางขะมักเขมน ไมทอถอย มีสติ และสัมปชัญญะ ผูนั้น พึงหวังไดซึ่งเปาประสงค ที่ตนปรารถนานั้นแล๒๕ กันยายน ๒๕๒๕ผู้เรียนรู้ผูเรียนรูอารมณจิต เมื่อมีอารมณจิตที่ยังเปนกามตัณหา มีอารมณจิตที่ยังมีภวตัณหา โดยเขาใจกามภพ เขาใจภวภพที่แทที่ชัด เขาใจอยางอานออก และมีสภาวะที่เรา สัมผัสอยู เรารูอยูแมในกาม แมในภพ ภวภพกามภพ ไดแก แดนเกิดที่มีตา หู จมูก ลิ้น กาย สัมผัสรูอยูรอบตัวองคประชุมตางๆ เราเอง เราก็ยังมีความกําหนัดใครยินดีเสพยดื่ม เอร็ดอรอยอยู เมื่อเราเรียนรูแลว เราก็เรียนรู การจางคลาย ละลดอารมณเสพย ดื่ม ติดยึดเอร็ดอรอยเหลานั้นลงไปไดผูปฏิบัติธรรมรูจักวิราคธรรม รูจักความจางคลายของกาม กามตัณหา ภวตัณหา แมในภวภพ เราก็เรียนรูวามันอยูในภพของจิต ที่สรางทั้งเปน มโนมยอัตตา อรูปมยอัตตา ที่เรายังสรางเองบาง อุปาทานยึดติด ยังมีการหมุนเวียนดื่มเสพย เรายังเอร็ดอรอย เพลิดเพลิน ติดยึดอยูบาง เราจะรูความจริงดวยปญญาอันยิ่ง ไมใชเดา แตตองเขาใจอยางเปนสัมมาทิฏฐิ เห็นแจงรูจริง แลวเราก็ทําใหลด จางคลาย ลงไปไดจริง จนกระทั่ง หมด ก็รูวา สภาพดับสิ้น ไมมีอารมณไมมีกามตัณหา จนสิ้น กามาสวะ ไมมีภวตัณหา จบสิ้น ภวาสวะ รูยิ่งดวยวิชา สิ้นอวิชชาสวะผูที่ไดเรียนรูจริง ถอดถอนจริง ก็จะยืนหยัด ยืนยันอยางแทจริง กามเปนทุกขอยางยิ่ง ภวภพ ก็เปนทุกข เชนเดียวกันเราจะเปนผูที่มีคุณคา มีประโยชน และอยูอยางเปนสุข วา "สุข" คํานี้ ไมเหมือนโลก แตเปนวูปสโมสุข ไมใชสุขเสพยสมแตเปนความวาง ความสบาย เบา แมจะมีงานหนักอยูเต็มที่ ดังเชนองคพระสัมมาสัมพุทธเจา ทํางานสรางพระศาสนา ๔๕พรรษา มีงานอยูเต็มที่ แมแตจะตาย ก็ยังตองทํางาน โปรดพระจนเปนพระอรหันตได เปนองคสุดทาย กอนตายนั่นทีเดียว เราก็จะรูไดจากพระตํานานบาง จากความเปนจริง ที่เปนประวัติศาสตรบาง ดังนี้ จะเห็นจริงได เมื่อเรามีของจริงพิสูจนตรงกัน ทั้งที่สภาพ ที่ทานเลา เปนเรื่องเปนราว และหลักธรรมของพระพุทธองค เราจะเขาใจความหมาย และความจริงที่เรามีสอดคลองตองกันผูใดถึงที่สุด แมแตในตัวอยาง บางเรื่อง บางเหตุปจจัย เราจะเขาใจจิตที่วางเปลา จิตที่ ปราศจากกามและแมจิตที่ปราศจากภพ ภวภพตางๆ แลวเราเอง จะเปนผูที่อิสระเสรี จะเปนผูที่มีความยินดี ราเริง เบิกบาน เปนผูรูเปนผูตื่นอยู รอบถวนอยางกวางขวาง นับวัน เราก็จะเปนผูที่รูโลกวิทูยิ่งขึ้นๆ ไมใชผูมืดบอด หลบลี้ หลบเลี่ยงหนีแตเราจะรูยิ่ง จะยืนอยูเหนือโลก อยางผูที่จะสะสมความรูในโลกไปอยาง ผูชนะอยางสมบูรณ๒๗ กันยายน ๒๕๒๕รู้ตัว ตรวจตนสําหรับผูที่มีอินทรียพละยังไมเกง ยังไมแกกลา การชําระกิเลสของตนก็ยาก จึงตองอาศัย ความเพียร อาศัยความอุตสาหะวิริยะ พยายามกระทําเสมอ สอดสองอานตน รูตัว ปฏิบัติ สติปฏฐานใหมากใหมั่น การปฏิบัติเพื่อละกิเลสที่ตัวรูอยูวาตัวเองมีเพื่อจะใหกิเลสนั้น จางคลาย หมดสิ้น ก็ยอมยาก แตการจะรูกิเลสที่ลึกซึ้ง ตอ...ตอขึ้นไปอีกนั้น ยากยิ่งกวา หลายเทาคนที่มองตน อานตนเองไมออก ในกิเลสชวงที่จะตอรอบขึ้นไปอีก ละเอียดขึ้น สูงขึ้น หรือกิเลสที่เราติดใจมาก กินใจมากโมหะบังมาก เราแสนจะอานตัวเองยากที่สุด ขอใหตรวจตน อานตน รูตนเองใหดีๆจริงๆ ถอดตัว ถอดตนอยาเปนทาสของกิเลส มากนักเลย ผูที่รูตัว รูตนเองนั้นมีบุญ รูวาตัวเองมีกิเลสเมื่อใด ผูนั้นยิ่งกวาไดลาภ มหาศาล ในโลก๒๘ กันยายน ๒๕๒๕ผู้หมดตัวตนคนผูควบคุมปรับปรุงกรรม ไมวากายกรรม วจีกรรม โดยเฉพาะมโนกรรมของตน ดวยสติ สัมปชัญญะ ปญญาอันรูพรอมรูตัวอยูเสมอๆ โดยปญญา ก็จะวิจัยใหเขาใจใหดี เห็นดี ในการปรับปรุงกรรมของตนอยูทุกเมื่อ พรอมกระนั้น ก็หัดวางใจวางอารมณที่มันยึดถือ มันยึดถือตัว ถือตน มันยึดถือรสอรอย มันยึดถือรสที่ตนเสพย ตนเห็นวาดี วาสนุก วาเปนของตัวของตน รูจักสังคม สิ่งแวดลอม รูจักองคประชุม ปรับกรรมกิริยา การกระทํา ทุกอยาง ของตนใหเปนคุณคาอันสมเหมาะสมควรที่ดี ที่จะประสานอยูกับสังคม อยางจริงจัง จริงใจ เราไดปฏิบัติธรรมทั้งปฏิบัติตนที่มีกรรมอันเจริญ ไดปฏิบัติทั้ง ละลด กิเลสตัณหาของตน ไดเปนผูอยูกับสังคม อันอยูเหนือสังคมเปนคุณคาของสังคม ความทุกข ความสุขของเราก็จะลดละ จางคลายหมดไปได แตกรรมของเรา การกระทํา ของเรากิริยาของเรา จะยิ่งชํานาญขึ้นๆ และการกระทําของเรา จะยิ่งรูแจงรูจริงวา... อยูกับสังคมนั้น เราจะทําอะไรใหแกสังคม เปนสิ่งที่ดี เปนสิ่งที่เหมาะสมเหมาะควร เปนที่สุด คนผูนั้นจึงหมดอัตตาตัวตนดวย และเปนผูที่ไมเสื่อมต่ําเลย มีการงานมีกิริยา และมีความรูกับสังคมๆ วาอะไรเหมาะสมกับสังคม มีเศรษฐศาสตรอันสูง จึงเปนผูมี คุณคาและเปนผูมีความเปนอยูอยางสุขสําราญ๔ ตุลาคม ๒๕๒๕บ้าศีลเหล็กหรือทอง ที่นําสูเบาหลอม เมื่อมันเขาไปอยูในเบาหลอม เบาหลอมไดทํางาน หลอหลอมอยูมันก็ยอมเปนรูปเปนรางตามที่อํานาจ ประสิทธิภาพของเบาหลอมนั้น จะขัด จะเกลา จะกลอม จะกระทํา ใหมันเปนรูปนั้นรางนั้น ฉันใดคนที่อยูในศีล อยูใน หลักธรรม อยูในวินัย อยูในกฎระเบียบ แบบอยาง วันแลววันเลา ก็จะถูกหลอ ถูกหลอมเปนไปตามทิศทางที่ถูกตอง ของหลักระเบียบ แบบอยาง วินัยนั้นๆ เชนเดียวกัน แตถา ผูที่อยูในเบาหลอมนั้น ยิ่งรูตัวทั่วพรอมยิ่งทําตนเองใหเห็นแจงจริง และการกระทําตน ตามทิศทางเสนทางตรง ใหตรงยิ่ง ทิศทางที่เปนไปสูจุดหมาย ใหเร็วยิ่งดวยปญญาอันยิ่ง ดวยความเพียรอันยิ่ง ผูนั้นๆ ก็ยิ่งจะเปน จะไดรับความเปน ตามที่เรา มั่นหมาย ตามที่บอตามที่เบาหลอมนั้น จะใหเปน ตามที่ไดเคยใชมาแลว เร็วยิ่งขึ้น ไวยิ่งขึ้น และจะสําเร็จ ตามที่เราตองการทุกประการ๗ ตุลาคม ๒๕๒๕สตินักปฏิบัติธรรมที่มีโพธิปกขิยธรรม จะตองเปนผูมีสติเปนเอก จะตองรูสวนที่ตนเอง จะประหารเสมอ วิจัยไดเสมอจะเปนผูที่มีความเพียร เรงตน สังวรตนอยูไมขาด เปนผูที่ เสริมอินทรีย เสริมพละของตนใหไดอยูทุกเมื่อและเปนผูที่จะตองไดกาวเดินอยางพุทธะ ตลอดเวลาจะตองเขยิบไป เจริญขึ้น มีสติ มีธัมมวิจัย มีวิริยะ เกิดปติ ปสสัทธิสมาธิ อุเบกขา กาวเดินไปรอบแลวรอบเลา ดวยความเปนอยูที่เห็นถูกตอง และสํารวม สังวร ความคิด การพูด การงานแมสวนที่กระทําอยูสวนใหญ เปนการกระทําประจําทุกวัน ทุกเวลา เราก็พยายามมีสติ รูองคประชุมรูสิ่งแวดลอมอยูตลอดเวลาที่มีผัสสะ กําหนด เวทนา รูเวทนาในเวทนา จัดแจงปรับปรุงเวทนาในเวทนา เขาถึงจิตเขาถึงธรรมารมณ ไดกระทําการปฏิบัติทั้งภายนอก โยงใยไปถึงภายใน ของตน ๆ อยูตลอดเวลา และ ไดเจริญอยูดังที่กลาวนั้น หมุนวนเปนวงธรรมจักร เกิดกล เกิดแรงกลแหงการปฏิบัติธรรม เราก็เปน พระโยคาวจร ที่จะมีมรรคมีผลอยูตลอดเวลา๘ ตุลาคม ๒๕๒๕ เหนือโลกความนามหัศจรรยใจ ยังคงมีอยูในสังคมมนุษย ที่โลกเต็มไปดวยโลกียารมณ เต็มไปดวย สังขารโลกที่ไดปรนปรุงยั่วยอมมอมเมา เพื่อใหเกิดราคะ โทสะ โมหะ อันมหามหันต แตบุคคล ผูใฝการละ ลดราคะ โทสะ โมหะหาทางที่จะดิ้นรนออก มีฉันทะในการที่ จะละ ลางกิเลส และดิ้นรนออกจากโลกียารมณ จากสังขารโลก มีฉันทะมีการเอาใจใส ตั้งใจ จดจอ ที่จะหาแดนเกิดอันสําคัญ เพื่อจะเกิดเปนอริยะ เพื่อจะพนสังขารโลก พนโลกียารมณ มาผัสสะมาคลุกคลี เกี่ยวของกับเหตุที่จะเกิดเปนอริยะ มาเรียนรู ความรูสึก มาเรียนรูความกระทบสัมผัสมาปรับปรุงความรูสึกวิญญาณตน ใหประชุมลง สูจุดหมายปลายทาง จนเกิดความเปนไปได เจริญขึ้น มีจิตอันเจริญขึ้นตั้งขึ้น จนกระทั่ง สามารถนํามาเปนหัวหนาของชีวิต อยูกับโลกเขา แตก็มีสภาพที่อยูเหนือโลก เขาไดสามารถที่จะนําพาชีวิตเบาบาง พอเปนพอไป จนกระทั่ง จะกาวหนาขึ้นมา สูทิศทาง อันเจริญ มีสติเปนใหญมีปญญาเปนความเหนือโลกอยูอยางยิ่ง มีวิมุติ เปนแกนสาร มีความสามารถ ที่จะเปนอมตบุคคล ไดหยั่งลงไปเรื่อยๆนิพพานนี้ ยังไมสิ้นหวังหนอ ยังมีบุคคล ที่เดินทางไปสูนิพพานไดอยู แมจะยังไมครบบริบูรณ แตก็มีสภาวะของ นิพพานอันไดพากเพียรสั่งสมยังเกิดอยูหนอขอใหทุกคนจงถึงที่สุดแหงที่สุด ของนิพพาน นั้นถวนทั่วเถิดเทอญ๙ ตุลาคม ๒๕๒๕สู่ความเป็นพุทธะจุดมุงหมายของการปฏิบัติธรรม เรามุงหมายเพื่อที่จะเปนพุทธะ อันหมายความวา ผูรู ผูตื่น ผูเบิกบาน การรู ก็คือรูละเอียดลออ ทั้งกิเลส และความหมดกิเลส และรูรอบถวนทั่ว วาอะไรที่เราควรจะสัมพันธอยูในโลก การเปนผูตื่น ก็คือเปนผูรูความสัมพันธ ของอะไร ตออะไรกับชีวิต เขาใจชีวิต แลวก็มีบทบาทของชีวิตที่เปนประโยชน เปนคุณคาอยูในสภาพสากลโลก ตลอดที่มีชีวิตยังไมตายดับขันธ เราจะเปนคนสรางสรร เปนคนตื่น และ เราจะมีจิตเบิกบาน ราเริงเปนฐานอาศัยของตน จิตเบิกบาน ราเริงนั่นเอง คือ จุดที่ชี้ชัดวา เราพนทุกข หรือเราสบาย สวนจิตรู และจิตตื่นนั้น คือจิตที่มันมีประสิทธิภาพ ในทาง สรางสรร ในทางที่กระทําการอยูกับโลก อยางไมเปนผูเสียหาย ไมเปนอกุศล เพราะฉะนั้นคนที่ยังเปนๆ ยังไมตาย จะทําอะไรไมเสียหาย ไมเปนอกุศล ก็เพราะมีความรู และเปน ผูมีความสรางสรร เปนผูตื่นเปนผูทีมีประโยชนคุณคาเรามีความเบิกบาน ราเริง แจมใส เปนเครื่องพัก เปนเครื่องอยูอยางสมบูรณ เพราะฉะนั้น กอนอื่นที่เราปฏิบัติธรรมจุดแรกที่สุด ถารูตัววา มีจิตที่ไมมีความสบาย มีจิตที่ไมแจมใส แมเราจะรูอยูวา เรากําลังมีกิจ การงานอะไรก็ตาม สัมผัส สัมพันธอยูกับอะไรก็ตาม เราก็รูจิต ตัวที่มันไมเบิกบาน แจมใส ใหไดกอน แลวทําออก ทําออกใหจริง สลัดใหออก ใหไดหรือวา เราจะทําดวยอิทธิวิธีใดๆ ก็ตาม เมื่อจิตอันเบิกบาน แจมใสเกิดแลว ความรู จะดีขึ้น ความตื่น หรือความสัมพันธหรือการสรางคุณคาจะพลอยเจริญดี คือกําลังปฏิบัติ ตามไปสูความรูยิ่ง รูจริง ความตื่นแทได เปนอันดับตอไป ถึงที่สุดนั่นเอง๑๒ ตุลาคม ๒๕๒๕เคร่งครัด แต่ไม่เคร่งเครียด สิ่งหนึ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจาทานไดทรงสอนเตือนเราไวเปนสําคัญ คือ ทานไมสรรเสริญ คนแมแตจะไดดีแลว ก็ทรงอยูเทาเดิม ไมเลื่อนฐานะเจริญยิ่งขึ้นๆ ปวยการกลาวไปไย ถึงความเสื่อมซึ่งพระพุทธองคตรัสไวในฐิติสูตร ที่เราไดเอา มาแจงกัน บอกกัน เตือนกัน เปนเรื่องจริง เปนเรื่องสําคัญมาก ทุกคนจะตองรูตัวเองวา ทุกเวลา ทุกขณะนั้น เราเจริญอยู เจริญอยู ถาผูใดไมสําเหนียก ไมสังวร ถาแมวาตัวเองไดดีขึ้นมาบางแลวมันจะเผลอตัวที่จะหยุด ที่จะติดแปน ที่จะไมทําดีนั้นตอ เพราะการทําดีที่สูงขึ้นไปจาก บารมีเดิมนั้น จะนับวันยากขึ้นๆความยาก ไมทําใหคนเพียรนั้นหนึ่ง ความไดสบาย เพราะเรา ไดดีขึ้นมาพอสมควรนั้น จะทําใหเราติดสบาย นั้นอีกหนึ่งและความไมขยัน หมั่นเพียรของคน ซึ่งเปนธาตุที่ลางออกยากที่สุด กวาจะหมดอีกหนึ่ง จึงทําใหการเลื่อนชั้น เจริญยิ่งๆในขณะที่เราจะสูงขึ้น ยิ่งสูงขึ้นเกินบารมีเดิม สั่งสมบารมีใหมนั้น เปนความ ยากมากขอเตือนพวกเรา ตองใสใจตน อุตสาหะวิริยะพากเพียร ดวยความเบิกบาน แจมใส ไมอึดอัด ขัดเคือง ไมเครงเครียดแตเราควรเครงครัดกับตนเอง ความเครงเครียด และ ความเครงครัด ตองแยกใหออก การกระทําการเกินการไปนั้น หนึ่งเปนความเครงเครียด สอง มุงหมายเอาจัด เราทําอยางหมกมุน นั่น เราก็จะเครงเครียด และเราไมมีจิตใจ ที่เบิกบานเปนกระสาย หรือ เปนเนื้อที่เราจะตองอาศัย ก็ทําใหเรา เครงเครียดไดการปฏิบัติธรรมดานสุขาปฏิปทานั้น จะตองมีจิตเบิกบาน แจมใส หรือ ปราโมทยยิ่งอยู อาศัย แลวเราก็ทําไปตามความเพียรตามทิศทางที่ถูกตองของเรา เราก็จะกาวหน
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive