ความมหัศจรรย์ของการเลิกกินเนื้อสัตว์​.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข9 กุมภาพันธ์ 2565

เนื้อหาในไฟล์

ความมหัศจรรย์ของการเลิกกินเนื้อสัตว์ _พ่อครูว่า... ขอสรุปความมหัศจรรย์ พวกเรานี้ จรณะ 15 วิชชา 8 ศีล อปัณณกปฏิปทา 3 สัทธรรม 7 ฌาน 4 เป็นพุทธคุณของพระพุทธเจ้าแท้ๆ นอกจากนี้ไม่ใช่พุทธคุณของพระพุทธเจ้า ไปนั่งหลับตามันนอกจรณะ 15 วิชชา 8 เลย ซึ่งเป็นเดียรถีย์กันจริงๆ ไอ้พวกนั่งหลับตาปฏิบัติ ฌาน เขาไปได้จากการหลับตา แต่ฌานของพุทธต้องได้จาก ศีล อปัณณกปฏิปทา 3 สัทธรรม 7 ฌาน 4 มีปัญญา8 หรือวิชชา 8 เกี่ยวข้องเป็นยาดำแทรกอยู่ตลอดให้เข้าใจ ศีล ปฏิบัติจาก อปัณณกปฏิปทา 3 แล้วจะเกิดผลอย่างนี้นะ แต่ก่อนนี้ศรัทธาของเรา เราก็ว่าเราศรัทธาแบบโลกๆ เอาแต่แค่ประเด็น สัตว์ เอาล่ะเราอาจไม่ใช่ชาวประมง ไม่ใช่พวกฆ่าสัตว์ แต่เราก็ยังกินเนื้อสัตว์ ฆ่าปูฆ่าปลากินอยู่นั่นแหละโดยไม่ฆ่าเอง แต่ให้คนอื่นเขาฆ่า ก็ไม่รู้ความเนื่องเกี่ยว ที่เราไม่พ้นวิบากที่มันเนื่องเกี่ยวกับพวกนี้เลย ซึ่งอาตมาเอาคำสอนพระพุทธเจ้ามาสอน ยกตัวอย่าง ชีวกสูตร 5 ประการ 1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) อยู่ดีๆจะไปกล่าวชื่อสัตว์ทำไม นอกจากพวกที่เรียนรู้วิชาการ แต่พวกเรียนรู้วิชาการเขาไม่ฆ่าสัตว์นะ เขาก็ศึกษามันแล้วก็ปล่อยมันไป พวกศึกษาสัตวศาสตร์เขาจะไม่ฆ่าสัตว์ เขาจะรู้จักชีวิต ชีวะ น่ารักษา น่าศึกษา นอกจากว่าเขาสับสน ไม่ฆ่าสัตว์หรอก แต่ยังกินเนื้อสัตว์ พวกสับสน ดีไม่ดีบางทีก็ฆ่าเองก็กิน ถ้าธรรมดาก็รักสัตว์ มันสวยงามมันน่าเอ็นดู อย่างที่เราดูในสารคดีศึกษาสัตว์ในชีววิทยา แต่เสร็จแล้วก็สับสนฆ่าสัตว์กินเองหรือไม่ฆ่าก็ยังกินอยู่ อาจจะกินเนื้อดิบด้วย บางที คนที่ไม่ได้ศึกษาแม้แต่ศีลข้อที่ 1 ไม่ได้สำรวมตาหูจมูกลิ้นกายใจ เกี่ยวกับสัตว์เอามาทำเป็นเคร

อ่านต่อ

ื่องใช้หรือแม้แต่เอามันมาใช้เราก็ไม่ใช้ ให้มันอยู่ไปตามวิบากกรรม มันก็อยู่ของมันช้างม้าวัวควาย แต่นี่ไปเอามาสารพัดสารเพ จะแฝงเอาประโยชน์จากมันเอามาเป็นสินค้าเอามันมาฆ่าเอามันมาขาย ยังกับ ตัวเองเป็นเจ้าของ มาซื้อ แลกเปลี่ยนเป็นเจ้าของผูกไว้ใส่คอกไว้ ซึ่งชีวิตจะเกี่ยวเกาะกับสัตว์ไปอีก วิบากมันลึกซึ้งมาก 2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัส 3. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้” 4. สัตว์นั้น เมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส 5. ผู้นั้นย่อมยังตถาคตและสาวกตถาคต ให้ยินดีด้วยเนื้อเป็นอกัปปิยะ ชื่อว่าย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา ตถาคตสาวกํ วา อกปฺปิเยน อสฺสาเทติ อิมินา ปญฺจเมน ฐาเนน พหุง อปุญฺญํ ปสวตีติ) ชีวกสูตร ล.13 ข.60 พ่อครูว่า... ชีวิตแต่ละชีวิตก็มีกรรมวิบากของตัวเองอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับสัตว์ใดๆ ซึ่งมีความละเอียดลึกซึ้ง ข้อ 5 นี่โง่สุดยอดไปเอาเขามาเป็นอาหาร ปรุงแต่งสารพัดที่จะโง่ปรุงไป ให้เป็นอาหารชั้นดี ตัวเองโง่เอามาทำแล้วเสร็จแล้วยังไม่พอเอาไปถวายไปแนะนำ สาวกพระพุทธเจ้า ไปถวายพระพุทธเจ้า มนุษย์จะโง่ถึงขั้นไหน ตัวโง่มืดบอดจาก4 ข้อเต็มรูปแล้ว ไปชวนให้ผู้ที่ท่านปราศจากความโง่พวกนี้ทั้ง 4 ข้อนั้น ให้ท่านยินดีกับตนเอง ว่า เห็นไหมฉันถูกแล้วนะ ได้สิ่งที่วิเศษมาถวายแล้วนะ หากพระอริยสงฆ์ที่ชัดเจนก็จะบอกว่าคนนี้มันทำอะไร มันบาปตัวเอง 4 ข้อไม่พอ มันจะมาชวนให้ฉันบาปด้วย ให้มีจิตยินดีในเนื้อสัตว์ที่จะกินเป็นอาหาร มันเป็นอกัปปิยะ เป็นสิ่งที่ไม่สมควรเลยจะโง่อย่างนั้น เราเป็นภิกษุเป็นสงฆ์สาวกพระพุทธเจ้าแล้วไม่โง่ถึงขนาดจะกินเนื้อสัตว์ จะไปปรุงมาเอร็ดอร่อยอย่างไร ที่จะมาหลอกมาล่อมาทำให้ยินดีในเนื้อสัตว์ ผู้เป็นอริยะแล้วก็จะไม่ตกหลุมตกบ่อ ไม่ไปหลงตามคารมตามวิธีของพวกที่พยายาม ตัวเองโง่ไม่พอแล้วจะมาทำสิ่งที่โง่ๆ ทำสิ่งที่ไม่ควร อกัปปิยะ ไม่ควรเลย เหมือนเราเป็นโจร เป็นโจรอย่างโง่ๆไม่พอ ไปชวนคนอื่นมาเป็นโจรด้วย ไปโชว์ความเป็นโจรให้คนอื่น บอกว่าเป็นโจรนี้ดีนะดีนะ อย่างนั้นน่ะ มันโง่จนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโจรมา 4 ข้อ แล้วยังจะมาหลงว่ามันดี มาชวนให้คนอื่นยินดี มาคนโง่กับเรา 4 ข้ออย่างนี้แหละมาๆๆ คนที่เอาอาหารเนื้อสัตว์ไปถวายพระสงฆ์ถวายสาวกพระพุทธเจ้ากับถวายพระพุทธเจ้า โง่ คือบาปนี่แหละโง่ กิเลสหนาปึกเลย บาปเป็นอันมาก ไม่ใช่บุญเลย จนบาปหมดเนื้อหมดตัวเลย ไม่มีเหลือบุญไม่มีเหลือกุศลเลย โอ้โห…สุดยอด สุดยอดปึ๊กขนาด ภาษาอีสาน ปึ๊กขนาด ปึกแปลว่าโง่ ปึ๊กขนาดเลย ไม่รู้จะให้เอาความฉลาดแทรกไปตรงไหน มันโง่จนไม่มีช่องให้เอาความฉลาดแทรกเข้าไปได้เลย นี่ก็ขยายความตามประสาอาตมานะ ขยายความให้ฟัง แม้แต่ศีลข้อที่ 1 อย่างพิสดาร ที่อาตมาขยายความแล้วมันเกี่ยวกับสัตว์ ที่โง่กระทั่งต้องไปกินเนื้อสัตว์ ไม่ฆ่าแล้วยังไปกินอีก จนกระทั่งถึงขั้นเป็นวิบาก ละเอียดไปถึงขั้นวิบาก คนที่ฟังด้วยดีก็จะรู้ว่า คนนี้ไม่ต้องกินเนื้อสัตว์เลย ไม่ต้อง แล้วจริงๆคนก็ไม่ใช่เป็นสัตว์กินเนื้อสัตว์อีกด้วย อธิบายไปกันจนหมดแล้ว สัตว์กินพืช ลำไส้ก็ยาวกว่า น้ำย่อยก็ไม่ใช่แบบกินเนื้อ บอกไปหมดแล้วว่าคนเป็นสัตว์กินพืชไม่ใช่สัตว์กินเนื้อสัตว์ เพราะฉะนั้นคนชาวHanza เขาอายุยืนยาว เขากินแต่พืชไม่ได้กินเนื้อสัตว์กัน อาศัยสบายมีความสุขเย็น อายุ 100 ปีเป็นธรรมดา ทุกวันนี้คนอายุ 100 หายยาก แต่ที่โน่นเขาอายุ 100 เป็นเรื่องสามัญ อายุ 120 อายุ 130 เฉย พวกเรานี้ยืนยาวไปอีกหลายรุ่นจะเป็นมนุษย์อายุยืนยาวต่อไป เพราะเป็นคนที่ถูกต้อง คนทางขั้วโลกเหนือขั้วโลกใต้กินแต่เนื้อสัตว์ไม่มีพืช อายุมันแค่ 20 30 40 สูงสุดแก่แย่แล้ว ถ้าคนอายุ 40 นี้ เขาบอกเอาปล่อยแข็งตายข้างนอกเลย อาหารก็หายากเพราะเป็นเนื้อสัตว์ แล้วจิตใจก็อำมหิต อายุแก่แล้วปล่อยทิ้งให้ตายไปเลย ก็กินแต่เนื้อสัตว์ หาเนื้อสัตว์มากินก็จะยาก นี่แหละมันจึงเป็นคนใจโหดเหี้ยม ฟังๆดูแล้วนะคนเรา สิ่งแวดล้อม แล้วก็ไปอยู่ทำไม ยิ่งสมัยนี้จะไปอยู่ทำไมขั้วโลกเหนือ มาอยู่ในที่อบอุ่นได้ พูดไปก็อย่างนั้นแหละ วิบากของคนก็เป็นไปตามประสา ซึ่งคนที่ศึกษาเรื่องวิบากดีแล้วจะชัดเจน อย่างพวกเทวนิยมไม่รู้จักวิบาก ไม่รู้จักกรรม มีแต่คำสั่งจากพระเจ้า อะไรก็เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าหมด เป็นอะไรไปอย่างไร จะทุกข์จะสุข จะตกต่ำจะเจริญอย่างไร ก็ตามพระประสงค์ของพระเจ้าทั้งนั้น มันเลยไม่อิสระ แล้วมันก็เลยไม่มีความพากเพียร เขาพากเพียรเหมือนกันแต่พากเพียรความขี้โลภ แล้วก็อ้อนวอนพระเจ้าให้มาช่วย แล้วก็พากเพียรที่จะสะสมเอาเปรียบเอารัดอะไรไป ก็พากเพียร แต่ไม่พากเพียรที่จะเรียนรู้สัจธรรม โลกุตรธรรมที่เป็นสัจธรรมที่เยี่ยมยอดเขาไม่พบไม่เจอ คนจะมาพบเจอศาสนาพุทธและเป็นศาสนาพุทธที่เป็นโลกุตรธรรมน้อยกว่าน้อยมาก เหมือนอย่างที่เห็นในชาวพุทธทั่วไป ไม่ได้รู้กันได้ง่ายๆนะโลกุตระ แล้วก็เข้าใจยินดีในโลกุตระ ชีวิตเกิดมาต้องมาเอาอันนี้ เขาก็จะไม่เอาแล้วทางโน้น ทิ้ง ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุขมา อย่างพวกคุณ จะไปเข้าใจยากอย่างไร ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มันเป็นเบื้องต้นเข้าใจได้ อ๋อ.. เพราะฉะนั้นจึงทิ้งได้ง่ายเพราะเข้าใจไม่ยาก เข้าใจจริงๆโลกแต่ละไม่ต้องไปแบก ลาภ ยศ สรรเสริญ เทิ่งๆ ความสุข ยิ่งลึกซึ้งยิ่งไม่รู้เรื่อง เพราะฉะนั้นมีน้อยคนที่จะมีความรู้ โลกุตระในยุคนี้จะเห็นชัดเจนว่า เหลือน้อยเต็มทีเลย อาตมาก็เก็บเบี้ยใต้ถุนร้านกว่าจะได้มาคน 2 คน 3 คน 4 คน ไป กอบกู้ศาสนาไป มาถึงวันนี้แล้วอาตมาก็ถือว่าสำเร็จ เพราะว่าทำให้เกิดสาราณียธรรม 6 ได้ ทำให้เกิดสาธารณโภคีได้ นี่เป็นเครื่องหมายที่ยืนยันว่าอาตมาทำงานมีผลสำเร็จ เป็นจริงถูกต้องตามโลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้า ดังนี้ คนที่เขาไม่ได้ศึกษาหรือเขาไม่เชื่อเขาไม่รู้ เขายืนยันอย่างอาตมาไม่ได้ เถียงอาตมาก็ไม่ได้เพราะมีอยู่ในพระไตรปิฎกยืนยันได้ แล้วเขาก็รู้โดยปฏิภาณไหวพริบเหมือนกันว่า มันไม่ง่ายนะ อย่างนี้มันไม่ง่ายนะ มันลึกซึ้งนะ ถ้ายิ่งมีปฏิภาณลึกซึ้งหน่อย แล้วมันจริงด้วยนะมันสงบเรียบร้อย มันสมบูรณ์แบบจริงๆ กลายเป็นสังคมที่เศรษฐกิจก็ดีเยี่ยม การเมือง การรัฐศาสตร์ก็ดีเยี่ยม สังคมก็อยู่กันอย่างดีเยี่ยม จะชมตัวเองไปถึงไหนนะ 650209 โลกุตระคือสิ่งสำคัญสุดที่เกิดมาแล้วต้องเอาให้ได้ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน