เป็นอรหันต์แล้วจึงหมดผีปอบ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข20 มิถุนายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

เป็นอรหันต์แล้วจึงหมดผีปอบ _สมพอน สปป.ลาว ขอฝากคำถามเถีงหลวงปู่แน่ครับเพื่อขอคำอะทิบาย และเพื่อให้หายข้อสงใสครับ เดืยวนี้ที่หมู่บ้านผมผีปอบกำลังบุกรุกย่างร้ายแรงเลียครับ และมีผีปอบมากด้วยครับ ผู้คนมีความบาดกลัวมาก พอมืดมาหมู่บ้านมิดจี่ลี่ ยากจะถามหลวงพ่อว่า และข่อความอธิบาย ว่าผีปอบคืออะไร ? ผีปอบเกีดมาจากไหน และ ทำไม่ผีปอบเถีงส้างแต่ความไม่ดีงามมีแต่หาทำให้คนตาย หาเข้าสิงคนโน้นคนนี้ พ่อครูว่า... ฟังดีๆ หมอปลาน่าจะมาฟังอาตมาพูดเรื่องนี้ ไปไล่ผีกันจังเลย นอกจากผีปอบแล้วผีอะไรแกก็ไล่หมด ผีปอบนี้คืออุปาทานชนิดหนึ่ง มันเป็นอุปาทานหมู่ด้วย มันเป็นอุปาทานในตัวคนแต่ละคนนั่นแหละ ยึดมั่นถือมั่นว่าอาการอย่างนี้ เป็นจริงมีจริง มันยึดมันติดด้วยอวิชชา เพราะฉะนั้นจึงเป็นตั้งแต่เริ่ม เอาง่ายๆเลยสำหรับพวกเรา คุณยึดติดว่ารสอร่อยนี้มี นั่นแหละผีปอบ ผีกินหัว กินตัวคุณไหม คุณเคยถูกผีปอบนี้กินหัวไหม รสอร่อย นี่แหละอุปาทาน คนที่หมดอุปาทานแล้วหมดการยึดถือ โธ่เอ๋ย.... มันไปยึดผิดๆ มันไปจำความผิด มันไปยึดผิดว่า มันเป็น มันมี คนที่เป็นอรหันต์แล้ว ผีหายไปเลย ผีปอบ ผีกระสือ ผีอร่อยหายไปเลยไม่มีในอารมณ์จิต ไม่มีในความรู้สึก ไม่มีในเวทนา เวทนาไม่มีผี ไม่มีรสอร่อย ไม่มีผีปอบที่มันกิน ทีนี้ ที่มันเป็น มันเป็นไปถึงขั้นเป็นรูปธรรม เข้าสิงเข้าทรง พอผีเข้านี่ไม่มีอะไรเข้า คุณเองนึกว่าอาการอย่างนี้นี่ มันถูกเข้าทรง เป็นเจ้าเข้าทรง อย่างไม่กลัวเจ้าด้วย เอาเจ้ามาเข้าทรงแล้วแสดงอำนาจแสดงความเขื่อง แสดงความชอบนึกว่าเป็นสิ่งที่ดี หรือไม่ได้อยากเข้าแต่มันมาเข้า นึกว่าองค์ลง ผีเข้า หรือว่าวิญญาณเข้า มันไม่มีอะไรเข้าใครได้หรอก ตัวเองโง่ อุปาทานคิดว่ามันมีเอง ก็เลยมี ก็เลยเป็น เช่น คนที่รู้สึกว่าเข้าทรง

อ่านต่อ

แล้วเป็นไง สั่น ก็เป็นอุปาทาน มาแต่ชาติไหนก็ไม่รู้ จำมาแล้วมาถึงชาตินี้ หรือแม้แต่มาเห็นชาตินี้ คนนี้สั่น พวกเขาทรงก็จะสั่น ตัวเองมีเชื้อแล้ว เชื่อว่าเป็นอย่างนี้ เสร็จแล้วถึงคราวที่จะเป็นบ้าง ก็สั่นแบบนั้น บ้าๆบอๆทั้งนั้น ฉะนั้นจึงเป็นอาการที่ไม่ปกติ ปกติคือรู้ความจริงตามความเป็นจริง ตาเห็นรูปอย่างนี้ ทุกคนเห็นตรงกันหมดไม่มีอะไรผิดแปลกไปจากกัน นี้คือความจริง หากเห็นผิดแปลกไปก็กายต่างกันสัญญาต่างกัน องค์ประชุมเรียกว่ากาย สัญญาคือการกำหนดหมาย กำหนดต่างกัน มันก็ต่างกันไปเลย นี่ละเอียดมาก แม้แต่จะมาเรียนรู้บ้าง กายต่างกันสัญญาอย่างเดียวกัน สัญญาณมันอยู่ข้างใน กายมันอยู่ข้างนอก ฉะนั้นก็มีกายต่างกันแม้จะรู้สึกว่าอย่างนี้คือผี สัญญากำหนดตรงกัน ว่าอย่างนี้คือผี แต่กายคุณก็ยังต่างกันไปสารพัด องค์ประชุมข้างนอกที่รูปนาม มีทั้งกิริยาภายนอกภายใน มันก็จะต่างกันไปเยอะ จะเป็นกายอย่างเดียวกันสัญญาต่างกัน คือองค์ประชุมเหมือนๆกันคล้ายๆกัน เช่น เมื่ออุปาทานหมู่ว่าผีปอบเป็นอย่างนี้ แสดงตัวแบบนี้ เขาก็กำหนดกาย ถ้าแสดงกิริยา กายกรรม วจีกรรมออกมาเหมือนอย่างนี้ ส่วนมากก็จะเป็นสภาพที่ไม่รู้ตัว แล้วก็สติสัมปชัญญะอะไรก็ไม่ได้เป็นตัวตน ดิ้น ชัก อะไรก็แล้วแต่ ดีไม่ดีก็อาละวาดอะไรต่ออะไรต่างๆ เขาก็ถือว่าไม่ปกติแล้ว มันเป็นอุปาทานเอาอะไรไม่รู้มาเข้า จะเป็นด้วยชอบ จะเป็นด้วย อุปาทานหนัก ยึดอุปาทานเยอะ แล้วก็เป็นเช่นนี้ก็ตาม ก็อวิชชาทั้งนั้น คือโง่ทั้งนั้น มันก็เป็น แต่คนที่มีปัญญารู้ชัดอย่างที่อาตมาอธิบาย อาตมาตอนที่ยังเป็นลิงลมอมข้าวพอง อาตมาก็ไปเล่นไสยศาสตร์ ก็ไปเข้าทรง เข้าทรงนี้มีลักษณะเขื่องนะ เข้าทรงนี้เราจะต้องเข้าทรรงสภาพวิญญาณชั้นสูง มีอำนาจเหนือกว่าสิ่งที่เราจะเอามาเข้าทรง แล้วเราก็แสดงออกอะไร เพื่อที่จะแสดงอำนาจบาตรใหญ่หรือแสดงความเก่ง แม้กระทั่งถึงขั้นจะแสดงฤทธิ์ เป็นอาเทสนาปาฏิหาริย์ เป็นอิทธิปาฏิหาริย์ได้ ก็ทำ เพื่อแสดงความเก่งนั้น มันก็มีแล้วก็มีได้ คนไม่เข้าใจก็เชื่อสิเพราะเป็นเรื่องเกินสามัญ แสดงออกทางอาเทสก็ตาม หยั่งรู้อันนู้นอันนี้ ทายแม่นก็ตาม อิทธิฤทธิ์ อย่างน้อย พอเข้าทรงได้แล้วสูบบุหรี่ทีละ 10 มวน อม พ่น เอาไฟจี้ ก็ไม่เจ็บอะไรก็แล้ว แต่ที่ดูเหมือนอิทธิปาฏิหาริย์อะไรพวกนี้ หรือพวกปักษ์ใต้ ในวันกินเจ เขาแทงด้วยมีด ทำไปสารพัด เสร็จแล้วพอหายเข้าทรง เขาก็เพลาพวกนี้ไป บางคนแผลมันหายไปเลยด้วย ซึ่งมันฤทธิ์ เป็นอิทธิปาฏิหาริย์ มันเกินเชื่อ อาตมาไปเล่นไสยศาสตร์ อาตมาก็ทำ เล่นพวกนี้ก็เล่นมาทั้งนั้น หนังเหนียว หนังทนก็เล่นมาแล้ว เพราะฉะนั้นพลังงานที่มันยึดถือ แล้วเอามาใช้เป็นฤทธิ์ เป็นอิทธิฤทธิ์ เป็นอาเทสนาปาฏิหาริย์ หรืออิทธิปาฏิหาริย์ก็ตาม มันก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นถ้ามีพลังจิตที่รวมได้จริงๆ ถึงขั้นเหาะได้ มันเหาะได้จริงๆ พลังงาน ถึงขั้ใจนหายตัว อย่างสมัยโบราณเขาก็เป็น จริงๆการหายตัวไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไรหรอก หายตัวนี่ คือการสะกดจิตคน ให้คนเชื่อว่าฉันไม่มีตัวตน มองไม่เห็นตัว มองไม่เห็นเลย เป็นคนว่าง เป็นความว่างเป็น invisibleman ก็คือการสะกดจิตให้คนเห็นอย่างนั้น เหมือนคนที่สะกดจิตตัวเองให้ไม่เห็นสิ่งนี้ มันก็ไม่เห็น อาตมาเคยเล่นสะกดจิตทางวิทยาศาสตร์ สะกดจิตแล้วสั่งให้เขาไม่เห็น อย่างบนโต๊ะนี้มีหิน เขาก็บอก เราก็สั่งให้เขาไม่เห็นว่าบนโต๊ะนี้ไม่มีอะไร เราก็บอกให้เขาหยิบเห็นก้อนสีแดง จะควานหาเลย เขาจะไม่เห็นว่ามันอยู่ทนโท่ เขาก็ไม่เห็น เราทำบางทีมีแก้วใส่น้ำอยู่ บนโต๊ะ เขาก็ควานไปกลิ้งตกแตกเลย เขาก็สะดุ้งตื่น ว่าแก้วแตก เขาไม่เห็นจริงๆ อาตมาเคยสะกดจิตพวกเรา คุณสุภาพที่ตายไปแล้วเป็นสิกขมาตุ ไปสะกดจิตเขาแล้วเอาพริกให้เขากิน สั่งให้ไม่เผ็ด เขาก็กินเฉย ป้อนให้เขา เขาก็กินเฉยไม่แสดงอาการเผ็ดอะไรเลย อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องอุปาทานจิตทั้งนั้น ผู้มาเข้าใจด้วยปัญญาอันสมบูรณ์แบบแล้ว ไม่มีอุปาทานเหล่านี้ ผู้นั้นเองผู้หมดอุปาทานเอง ก็รู้ว่าพวกนี้มีอุปทานอยู่มากหรือน้อย เช่น คนกลัวผีเป็นอุปาทาน ผีมันไม่มีให้คุณกลัว ไม่มีผีหลอก แต่คุณกลัวเอง กลัวจนกระทั่ง ตาหลอก ไม่มีผี ไม่มีรูปร่างอะไรแต่เห็นอะไรเคลื่อนไหว ตาหลอก ทางหมอทางแพทย์ก็รู้ว่ามันเป็นความหลอกทางตา กลายเป็นอันนั้นอีกซึ่งมันไม่จริง อาตมาเคยบอกว่า ถ้าคุณเห็นผีตัวไหน คุณท่องคาถาไว้ว่าแค่ตาย แค่ตาย ก็เดินเข้าไปหาผีตัวนั้นเลย คุณก็จะรู้ว่าอะไรมีหรือไม่มี ดีไม่ดีไม่มีอะไรเลย หรือมีอะไรเป็นเค้าให้คุณเห็นว่า ที่แท้คุณหลอกตัวเองทั้งนั้น นี่คือสัจจะ เพราะฉะนั้นคำว่า ผีหลอก ผีคือกิเลสเท่านั้นที่มันโง่ สรุปแล้วคือผีโง่ ผีกิเลสโง่ คุณเป็นพระอรหันต์คุณหมดผี คุณยังไม่ใช่อรหันต์เป็นอนาคามีก็ยังผีอยู่เล็กๆน้อยๆ แล้วก็ไม่ได้กลัวแล้วถ้าเป็นอนาคามีก็ไม่ได้กลัวผีข้างนอก ผีอยู่ในคุณ คุณก็รู้ตัวถ้าเป็นอนาคามีอย่างสัมมาทิฏฐิคุณก็จะรู้ว่าผีคืออยู่ที่ตัวเรา ผีพวกนั้นคุณก็เข้าใจแล้วว่ามันไม่มี ถ้าผีที่อยู่ภายนอกที่ตายไปแล้ว พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ญาติพี่น้องญาติพี่โกโยติกาลูกหลาน ตายไปแล้วไปก่อน มันมาหาคุณไม่รู้ผีกี่ตัว เพราะคุณมีญาติเยอะแยะแต่ละคน มันจะมาหาพวกคุณกันทั้งนั้นคุณจะเห็นผีมาหลอกทั้งนั้นเลย ถ้ามันมีจริง แต่มันไม่มี นอกจากคนขี้กลัว คนนั้นก็จะเห็นผี จะมีผี ถ้าคนไม่ขี้กลัว มันไม่มีหรอกผีที่จะมาหลอก มีแต่กิเลสเรา โง่ ฟังพอเข้าใจไหม ถ้าใครเข้าใจเดี๋ยวนี้ชัดเจน หมด ผีพวกนั้นคุณไม่ต้องกลัวเลย คุณจะไปนอนป่าช้า คุณจะไปเดินที่ไหนๆ ที่มืดๆที่คุณเคยกลัวมันไม่ต้องกลัวหรอก พวกเรานี่ ศพที่นอนอยู่ ก็ไม่เห็นกลัวกันเลย พวกเราถึงบอกว่าจะไม่ค่อยกลัวผีเหมือนกับข้างนอกเขา ข้างนอกเขากลัวมากเลย ไปถามสังวร กลัวผีหรือเปล่าไปนอนอยู่ เฮือนสุดชีวิต เฝ้าเมรุอยู่ นอนอยู่ทุกคืน _สู่แดนธรรม... ผมมีเรื่องเล่าเสริม เกี่ยวกับผีปอบที่พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ผมฟังจากท่านถิรจิตโตเล่าให้ฟังว่า แม่ของเขา มากินมังสวิรัติกินมื้อเดียวแบบ กดข่ม แต่ลึกๆแล้วชอบอยากจะกินลาบเลือด ตอนกลางวันกดข่มไว้ พอนอนตอนกลางคืนก็ละเมอมาเปิดตู้กับข้าวกิน พ่อครูว่า... มี โดดตึก โดดบ้านก็ยังมีเลย 60619 เป็นอรหันต์แล้วจึงหมดผีปอบ รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #26 ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน