สมณะชาวอโศกไม่ฉันเนื้อสัตว์ จะเป็นสายพระเทวทัตจริงหรือ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สมณะชาวอโศกไม่ฉันเนื้อสัตว์ จะเป็นสายพระเทวทัตจริงหรือ _ทอส เข้ม : ท่านมาสายพระเทวะทัตมั้ยอะเพราะเทวะทัตเสนอให้พระพุทธเจ้าบัญญัติพระสงฆ์ห้ามฉันเนื้อสัตว์แต่พระพุทธองค์ไม่เห็นด้วย แล้วอยากถามท่านว่าพระพุทธเจ้าสำเร็จเป็นพระอรหันต์ด้วยวิธีไหน สมัยที่เรียนวิชาศีลธรรมก็สอนว่าพระพุทธองค์ตั้งสัตย์ว่าจะไม่ลุกขึ้นจากที่ประทับถ้ายังไม่ทรงสำเร็จมรรคผล ดีใจกับท่านที่สร้างวัดสวยไว้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวครับ ชอบแค่ตรงนี้ พ่อครูว่า... ที่คุณบอกว่าพระเทวทัตขอให้บัญญัติเป็นกำหนดระเบียบเลยว่าห้ามภิกษุของพระพุทธเจ้าฉันเนื้อสัตว์ พระเทวทัตก็ไม่ชัด พระพุทธเจ้าก็ไม่ฉันเนื้อสัตว์ ข้าพระพุทธเจ้าฉันเนื้อสัตว์อยู่ พระเทวทัตจะไปกล้าพูดกับพระพุทธเจ้าหรือว่าไม่ให้ฉันเนื้อสัตว์ แค่นี้ถ้าเข้าใจจะไม่มาแย้งกับอาตมาหรอก ประวัติพระพุทธเจ้ากับเทวทัตไม่ฉันเนื้อสัตว์ พระเทวทัตก็เลยบอกว่า ทำไมไม่บัญญัติให้พระไม่ฉันเนื้อสัตว์ เพราะว่าพระเทวทัตก็รู้ว่าไม่ฉันเนื้อสัตว์มันถูก พระพุทธเจ้าไม่ฉันเนื้อสัตว์ก็ถูก ก็เลยบอกว่าทำไมไม่บังคับเป็นพระวินัยเลยว่าไม่ให้พระภิกษุฉันเนื้อสัตว์ ที่พระพุทธเจ้าไม่กำหนดข้อนี้ก็เพราะว่าคนอินเดียเขาเข้าใจอยู่แล้ว ยิ่งมาบวชแล้วแม้แต่ศาสนาเดียรถีย์ ศาสนาอื่นเขาก็เข้าใจว่าไม่ฉันเนื้อสัตว์อยู่แล้ว มีกันเยอะแยะไป เพราะฉะนั้นเมื่อมันมีอยู่เยอะ จะไปตั้งกฎเกณฑ์ทำไม ก็เขารู้อยู่แล้วว่าไม่ฉันเนื้อสัตว์นั้นคือผู้ที่สูง ผู้ที่เจริญ พวกกินเนื้อสัตว์อยู่คือพวกยังไม่เจริญ เพราะการไม่ฉันเนื้อสัตว์นั้นเป็นผู้ที่เข้าใจกรรมวิบาก เข้าใจว่าบาปนี้ 1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) 2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา ย่
อ่านต่อ
อมได้เสวยทุกข์โทมนัส 3. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้” 4. สัตว์นั้น เมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส 5. ผู้นั้นย่อมยังตถาคตและสาวกตถาคต ให้ยินดีด้วยเนื้อเป็นอกัปปิยะ ชื่อว่าย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา ตถาคตสาวกํ วา อกปฺปิเยน อสฺสาเทติ อิมินา ปญฺจเมน ฐาเนน พหุง อปุญฺญํ ปสวตีติ) ชีวกสูตร ล.13 ข.60
พ่อครูว่า... เขาไม่เข้าใจกรรมวิบากว่า สัตว์ทุกตัวมันติดมันยึด แม้ตายไปแล้วมันก็ติดยึดว่านี่เนื้อของข้า คนผู้ที่มีอวิชชาก็ยังติดยึดว่า เป็นร่างของข้า วนเวียน หรือยึดถือว่านี่เป็นของข้า เหมือนพวกนั่งหลับตาไปใหญ่เลย ตายแล้วก็ยังไม่ยอมตาย คือจิตวิญญาณไม่ออกจากร่างไปหมด เป็นแต่เพียงว่าจิตวิญญาณมัน Drop เป็นเพียงมนุษย์พืช แล้วก็นอนไม่เน่า แล้วไปเคารพพวกอวิชชา นอนไม่เน่า บอกว่าเป็นผู้วิเศษ เอาโลงแก้วมาใส่อีก แล้วมันก็ค่อยทยอย ถ้าให้อาหารอยู่ก็อยู่อย่างมนุษย์พืช แต่ถ้าไม่ได้ให้อาหารมันก็จะค่อยๆ เหี่ยวลงๆ พลังงานที่จะเอาอาหารในร่างกายที่เหลือ ที่เป็นธาตุ เป็นวิตามิน เป็นอะไรมาเลี้ยงกาย ก็จะค่อยๆผอมแห้งลงเรื่อยๆอยู่ในโลงนั่นแหละ แล้วก็เคารพกันอย่างมิจฉาทิฏฐิ หรือไปเคารพพระที่นั่งหลับตาสมาธิตาย ก็คล้ายกัน สิ่งเหล่านี้มันน่าสงสารเพราะมิจฉาทิฏฐิผิดไปไกล ก็ไม่ง่ายที่จะเข้าใจ ผู้ยึดติดเป็นมิจฉาทิฐิเหนียวแน่น ข้อสำคัญคือไม่มีปฏิภาณปัญญาจะเข้าใจโลกุตรธรรม ที่อาตมาอธิบายพวกนี้ ก็เลยยาก สำหรับผู้ที่ยังยึดมั่นถือมั่นในความเห็นเก่า ความเห็นเดิมของตัวเอง 650622 ประสบการณ์พ่อครูในอิทธิปาฏิหาริย์และการออกป่า พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ