ความจริงสุดยอด Axiom คือ ปรินิพพานเป็นปริโยสาน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.30 KB
วันที่แก้ไข25 มิถุนายน 2565

เนื้อหาในไฟล์

ความจริงสุดยอด Axiom คือ ปรินิพพานเป็นปริโยสาน _พ่อครูว่า… ธรรมะพระพุทธเจ้าวิเศษจริงๆ พระพุทธเจ้าใช้คำว่าอุตตริมนุสสธรรม เกินกว่าธรรมดาสามัญมนุษย์ในโลกจริงๆ ที่เขาไม่สามารถเป็นได้อย่างธรรมะโลกุตระของพระพุทธเจ้า อันนี้เราก็คงเข้าใจกันเพราะ เราได้เราเป็นเรามี แต่คนทั้งโลกส่วนใหญ่เลยทั้งโลก เป็นเทวนิยมเป็นโลกียะธรรมดา เขามีแต่ความดีกับความชั่ว เรียนรู้การจัดความดีกับความชั่ว แล้วก็พยายามปฏิบัติให้เป็นคนดีดีๆให้เที่ยง เป็นคนดีให้เที่ยง อย่าเสื่อมไปเป็นชั่วเด็ดขาด เขาก็พยายามทำ แต่มันไม่เที่ยงหรอก อาจจะเที่ยงได้ทั้งชาตินี้ ชาตินี้เป็นศาสดา ทำความดีไม่ทำความชั่วเลยตามสมมติของแต่ละศาสดา แต่ละศาสนา เพราะฉะนั้นความดีก็ไม่ตรงกันทุกๆศาสนา ไม่ว่าจะเป็นเทวนิยมหรือ อเทวนิยมอย่างชาวพุทธก็ตาม มันเป็นสมมติสัจจะ มันไม่ตรงกัน ตรงกันมันมีแต่นิพพานอันเดียวจบ เป็นหนึ่งเดียว นอกนั้นแย้งกันได้หมด มากบ้างน้อยบ้างก็แล้วแต่ อาตมาพยายามเน้นชี้ให้เห็นว่าความพิเศษคือความพ้นทุกข์พ้นสุข หรือพ้นสุขพ้นทุกข์นี่แหละ เป็นเรื่องที่เทวนิยมเขาไม่ได้ศึกษา และไม่รู้เรื่องไม่ใส่ใจด้วย เพราะไม่เห็นเป็นสำคัญ ศาสนาพุทธ พระพุทธเจ้าตรัสรู้อันนี้แหละสุขทุกข์นี่แหละ เป็นประเด็นเหตุที่ทำให้ไม่รู้จักรู้แจ้งรู้จริงจิตวิญญาณที่จริง อัตตาที่จริง พระเจ้าที่จริง เทวฺที่จริง เมื่อศึกษาศาสนาพุทธแล้ว มีโลกุตระธรรมบรรลุอรหันต์ จึงจะรู้จักจิตวิญญาณจริง อัตตาที่จริง ที่เขาเป็นกันด้วยความไม่รู้อวิชชา แล้วหลงว่าเป็นพระเจ้า ศาสนาพุทธก็รู้หมดแล้วเลิกหมดเลย เลิกอัตตา เลิกจิตวิญญาณ เลิกความเป็นเทวะใดๆ เทวะคือ ความเป็น 2 เลิกความเป็นพระเจ้า เลิกความเป็นเทวะ จิตวิญญาณหายไป ไม่มีจิตวิญญาณของผู้นั้นอีก ปรินิพพาน เป็นปริโยสาน ไม่มีชีวะอาย

อ่านต่อ

ุในมหาจักรวาล ในกาละอีกเลย แต่ความเป็นกาละนี้มีอยู่นิรันดร สิ่งเหล่านี้ยังเป็นความยากมากๆ ผู้จะรู้ได้เห็นได้เข้าใจได้แล้วก็เลิก มาเรียนรู้ เลิกจบ หมดสุขหมดทุกข์เป็นอรหันต์ ตาย ปรินิพพานเป็นปริโยสาน เป็นดินน้ำไฟลมไปเลย นี่คือคุณวิเศษที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คนที่ไม่มีภูมิธรรมมีบารมีพอจะฟังรู้เรื่อง ก็ไม่รู้เรื่องหรอกว่าสำคัญถึงขนาดไหน มีความสุขอยู่ดีๆจะไปเลิกความสุขได้อย่างไร ไม่เอาทุกข์ก็เอาแต่สุขก็พอแล้วจะเลิกทำไมสุข ก็ไม่พยายามทุกข์ ไม่มีเงินแล้วทุกข์ก็พยายามหาเงินให้ได้มากๆ ไม่มีลาภยศสรรเสริญก็พยายามทำให้ได้ มันก็เป็นสุขเอง เขาไม่รู้ไม่เข้าใจว่า สุข มันเป็นโลกีย์ขึ้นอยู่กับโลกธรรม ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป เพราะคุณมีสุข คุณก็มีทุกข์ เพราะความทุกข์กับความสุขมันเป็นเทวฺเป็น 2 ที่แยกกันไม่ได้ นี่คือความจริง ความแยกกันไม่ได้นี่แหละของทุกข์กับสุขต้องเป็น 1 หรือ เมื่อเป็น 1 ได้แล้วก็เป็น 0 ได้ ผู้บรรลุ 1 ได้จะบรรลุ 0 ได้ เพราะบรรลุความเป็น 2 คือ บรรลุทั้งความดีความชั่ว บรรลุทั้งไม่สุขไม่ทุกข์ เรียกว่า เรียกว่าเทวะ หรือไม่สุขไม่ทุกข์นี่ เหมือน 0 แต่ถ้าคุณยังมีชีวะอยู่ คุณก็เป็น 1 ปรินิพพานเป็นปริโยสาน เลิกไม่เป็นชีวะไม่เป็นที่ 1 อีกแล้ว ก็เป็น 0 เลย ทั้งโลกเขาไม่รู้หรอก อะไร 0 อะไร 1 อะไร 2 มันเป็นสุดยอดความเป็น อัตตา ความเป็นชีวะ ของมวลมนุษยชาติที่วนเวียนอยู่ใน 0 1 2 เลิกแล้วไม่วนเวียนอีกแล้วให้ความเป็นไตรลักษณ์ จบเลยสัมบูรณ์ Absolute Ultimate ไม่มีอะไรต่อเลย Axiom เลย สุดแล้วจริงที่สุดแล้วนี่คือความจริงที่สุดยอด 650624 วิตกวิจารเป็นฌานวิสัยของผู้มีจรณะวิชชา พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน