อรหันต์คือมนุษย์พืชที่มีกายแต่ไม่มีกาย.docx
เนื้อหาในไฟล์
อรหันต์คือมนุษย์พืชที่มีกายแต่ไม่มีกาย _พ่อครูว่า... ต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อาตมากับพระพุทธเจ้า อาตมาพูด พระพุทธเจ้าท่านตรัสออกมาสอนไว้ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเป็นอย่างเดียวกัน ไม่ได้แยกกันไม่ได้แตกต่างจากกัน คนฟังได้รู้เรื่องเข้าใจดีมีบารมี คนฟังแล้วรับไม่ได้ไม่รู้เรื่องไม่มีบารมี บารมีของศาสนาพุทธ หรือบารมีที่จะเข้าถึงโลกุตระธรรม ไม่ใช่ไปว่าเขานะ แต่เขาไม่มีบารมีจริงๆของเขา ทิฏฐิ ความเห็นความเข้าใจของเขา ยังไม่ถึงปัญญานะ ทิฏฐิ จะเรียกว่าไม่มีปัญญาก็แน่นอน เพราะว่าทิฏฐิของเขาเข้าใจไม่ได้ เข้าใจไม่ถูก เป็นมิจฉาทิฐิ เพราะฉะนั้นจะไปมีปัญญานั้นห่างมาก ทิฏฐิ ก็ได้แค่ครึ่ง 50 % ความรู้ความเข้าใจคือทิฐิ กว่าจะปฏิบัติได้บรรลุเต็มร้อยเป็นปัญญา ทิฏฐิเข้าใจได้ถูกทาง เป็นสัมมาทิฏฐิไป เริ่มสัมมาทิฏฐิของพระพุทธเจ้าจึงเริ่มกันที่ กาย ฟังความตรงนี้ให้ดี คำว่า กาย นี้ยิ่งใหญ่มาก พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า กาย คือ จิต มโนวิญญาณ พระไตรปิฎกเล่ม 16 ข้อ 230 ตถาคตว่ากายคือจิต มโน วิญญาณ ฟังแล้วหูเขาจะหัก กาย เขาเข้าใจเพียงสรีระภายนอก..เข้าใจไปอย่างนั้นสนิทแล้ว โดยไม่นึกว่า กาย จะมีส่วนของจิตใจหรือมโนเข้าไปเกี่ยวข้อง นี่ละ มันผิดจริงๆเป็นมิจฉาทิฐิไปไกล เริ่มต้นสังโยชน์ข้อแรก สักกายทิฏฐิ ต้องมารู้จัก กาย ของตนเอง แยกกายแยกจิต ต้องรู้แยกกายแยกจิต เป็นมูลกรรมฐาน 5 โดยพิจารณาจากสิ่งที่พอเห็นได้ข้างนอกของอวัยวะของคน คือ ผมขนเล็บฟันหนัง โดยเอามาแต่ละอย่างมาขยายความ เมื่อใดทำจิตให้เป็นอุตุ เมื่อใดทำจิตให้เป็นพีชะ เมื่อไหร่จิตนี้จะสำเร็จในการปฏิบัติให้เป็น พีชะ ให้เป็นอุตุได้ด้วยกรรม ด้วยธรรมะ ที่แบ่งเป็นโลกียะกับโลกุตระ สำเร็จได้ เมื่อใด เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่เข้าใจเลยในมูลกรรมฐาน 5 อาตมาถนัดจะเ
อ่านต่อ
อาเล็บมาอธิบาย เล็บมีส่วนที่ยาวออกมาพ้นปลายประสาท ซึ่งยังมีชีวะอยู่ ไม่เจ็บ ไม่สุข ไม่ทุกข์ เพราะฉะนั้นแม้เราจะทุบมันส่วนที่มันยาวพ้นออกมา อย่าไปทุบส่วนที่ติดกับปลายประสาท หรือว่าตัดทิ้งไปเลย มันก็ไม่เจ็บไม่ปวดไม่อะไรเลย ไม่รู้สึกรู้สาอะไร ฉะนั้นคือคนที่ทำให้จิตตัวเองให้รู้จักอารมณ์ของความไม่สุขไม่ทุกข์ เมื่อไหร่กระทบกับอะไรก็ไม่ทุกข์ไม่สุข ไม้หน้าสามตีหัวก็ไม่ทุกข์ไม่สุข แต่มันเจ็บนะ ดีไม่ดีตาย ใครไปตีพระอรหันต์ พระอรหันต์ก็เจ็บแต่ท่านไม่จองเวรจองกรรม ไม่ทุกข์ไม่สุข ไม่มีบาปไม่มีบุญอะไร เพราะฉะนั้นส่วนนั้นมันไม่มีกาย กาย คือความรู้สึก เป็นจิตนิยาม เป็นองค์ประชุมของเจตสิกต่างๆ เวทนา สัญญา สังขาร เป็นองค์ประชุม เป็นหมู่กลุ่มของเวทนา กลุ่มของสัญญากลุ่มของสังขาร กายนี้คือ จิต เจตสิก ต้องเรียนรู้ตรงนี้ จึงจะหมดสุขหมดทุกข์ จึงจะพ้นทุกข์พ้นสุขได้ ทำให้จิตเจตสิกพ้นทุกข์พ้นสุข เหมือนเล็บที่มันไม่ติดกับประสาท นี่แหละไม่มีกาย ไม่มีกายขั้นอุตุเลย เมื่อตัดมันออกไปมันก็เป็นอุตุ แต่ส่วนที่ติดอยู่เป็นชีวะยังยาวออกมาได้อยู่ ที่ยังไม่ติดกับประสาทเป็นพีชะ พีชะ ก็ไม่มีกาย ไม่มีสุขไม่มีทุกข์ เพราะงั้น อารมณ์ที่เราฝึกหัดอบรมต้องตรวจสอบเวทนาของเรา ว่ามันไม่สุขไม่ทุกข์ต่อเมื่อกระทบสัมผัสอันนี้ อันใดก็แล้วแต่ในโลกโลกีย์ สัมผัสแล้วเราไม่สุขไม่ทุกข์ สิ่งที่เราชอบเราติดเรายึด เราสัมผัสแล้วเราก็ต้องเกิดรสชาติอย่างไรก็ตามใจ มันไม่มีแล้วรสชาติที่เป็นสุขเป็นทุกข์ โลกุตระนี่คือสุขทุกข์ นี่คือไม่มีกายเป็นพีชะ ส่วนอุตุ แน่นอนมันก็ไม่สุขไม่ทุกข์อะไรแน่นอน ขนาดพืชหรือพีชธาตุ เล็บ ผม ขน ฟัน หนัง ที่เราเอามาแยกแยะเรียนรู้วิเคราะห์ให้ฟัง ผมยาวๆนี่ตัดมันทุบมัน มันก็ไม่เจ็บ ขนก็เหมือนกันแต่มันเล็ก ฟันก็อธิบายยากกว่า ยิ่งหนังก็ยิ่งมีแต่ขี้ไคล เมื่อใดตัวมันนั่นแหละ อวัยวะส่วนนั้น เรามีอวัยวะสัมผัสกับข้างนอก ผมขนเล็บฟันหนัง เรียนรู้สุขทุกข์จะทำให้เกิดสภาพแบบมีอาการแบบอุตุ แบบพืช โดยทำกรรมให้เกิดโลกุตรธรรม มีกรรมนิยาม ธรรมนิยาม เมื่อจิตนิยาม จิตเราเป็นอรหันต์ จิตนั้นก็ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข มีชีวะชีวิตอยู่ ทำตนให้เป็นพืช ที่มีสติเต็ม พืช ไม่มีภายนอกนั้นไม่ใช่ พืชมีกาย แต่ไม่มีกาย เป็นคำสิริมหามายา dialactic พืชที่มีกาย อรหันต์นี้คือมนุษย์พืช ที่มีทั้ง กาย มีทั้งจิต มีทั้งภายนอกภายใน มีสติเต็มทั้งภายนอกภายใน และไม่มีกาย คือไม่มีสุขไม่มีทุกข์ แต่มีกาย เพราะมีความเป็นภายนอกภายใน มีสภาวะ 2 มีจิต มีวัตถุที่มากระทบ แล้วก็รู้ วัตถุ ข้างนอกตัวเรา จิตวิญญาณ ไม่ได้ไปเกี่ยวข้อง ไม่ได้ไปสัมผัสเลย มันก็ไม่มีอายตนะ มันก็ไม่มีผัสสะ มันก็ไม่รู้สึกอะไร มันต้องมีเวทนา มีตัวรู้สึก เพราะฉะนั้นตัวเรียนรู้จริงๆ กรรมฐานแท้ๆ ของพระพุทธเจ้าก็คือเวทนา ต้องมีฐานที่ตั้งเวทนา ผัสสะแล้วเกิดเวทนาให้ศึกษา คุณไปหลับตาแล้วทิ้งกายภายนอก โยนทิ้งได้เลย ไม่มีทางบรรลุธรรมพระพุทธเจ้า ผู้บรรลุธรรมของพระพุทธเจ้านั้น มีกายภายนอกสัมผัสอยู่ กิเลสกามไม่มี กิเลสรูปธรรมอรูปธรรม ก็ไม่มีหมดสิ้น ทำที่สัมผัสอยู่กับภายนอกนี่แหละ ไม่ได้หนีไปไม่ได้หลับหูหลับตา มีสติเต็ม แต่กิเลสมันดับหมด ดับจากหยาบ ทางกายทางกาม แล้วเหลือรูปราคะ อรูปราคะ ก็ไปดับอีก เหลือกิเลสมานะ อุทธัจจะ อีก หมดอวิชชา มีวิชชาเต็มบริบูรณ์ เป็นอรหันต์จ้อย 650620 อรหันต์คือมนุษย์พืชที่มีกายแต่ไม่มีกาย รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 42