การระลึกชาติ แบบอนุสาสนีย์ปาฏิหาริย์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.98 KB
วันที่แก้ไข23 มิถุนายน 2565

เนื้อหาในไฟล์

การระลึกชาติ แบบอนุสาสนีย์ปาฏิหาริย์ _*เดชา อำพร* : เท่าที่เราฟังธรรมของผู้นำอโศกมาตั้งแต่เมื่อราว46ปีก่อน.. เราไม่เคยได้ยินท่านเล่าบอกเลยว่า..ท่านระลึกชาติได้ด้วยวิธีอย่างไร?.. พ่อครูว่า...คุณเดชา จะไม่รู้หรอกว่าการระลึกชาติอย่างอนุสาสนีปาฏิหาริย์ ระลึกได้ร้อยชาติบ้าง พันชาติบ้าง หมื่นชาติบาง แสนชาติบ้าง เป็นกัปบ้าง เป็นคำสอนพระพุทธเจ้า ระลึกด้วยคำสอนพระพุทธเจ้าเป็นธรรมะ ไม่ได้ระลึกถึงเป็นตัวตนบุคคลเราเขา ถ้าไประลึกถึงตัวตนบุคคลเราเขาอยู่มันก็บ้ากันทั้งนั้น คุณเดชา ไปนึกว่า การระลึกชาติเป็นการระลึกถึงตัวตนบุคคลเราเขา ที่จริง มันเป็นปรมัตถธรรมทั้งนั้น แต่ไม่เข้าใจเป็นสมมติธรรม เป็นบัญญัติภาษา มันก็เลยเป็นตัวตนบุคคลเราเขาหมดเลย ยังอีกนานเนาะคุณเดชาจะเข้าใจสัจจะที่เป็นธรรมะ ถ้าไปอยู่กับอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ก็จะบอกว่า ไอ้ที่พูดนี้เป็นธรรมะหรือเปล่านะ ซึ่งที่พูดมายังไม่เป็นธรรมะเลย ยังติดในตัวตนบุคคลเราเขา พูดสมมุติธรรมอยู่ทั้งนั้นเลย อาตมาระลึกชาติ เจอ ธรรมะอาตมาก็รู้แล้วว่าแปลว่าอะไรแล้วแปลไม่เหมือนเขาด้วย นี่ล่ะคือธรรมะ โดยอาตมาบอกว่าอาตมามีของเก่ามาแต่ชาติก่อน ก็มาบอกว่าธรรมะนี้คืออย่างนี้อย่างนี้ไม่เหมือนกับที่เขาสอน ไม่เหมือนที่คุณเดชารู้อยู่ยึดอยู่อย่างนี้แหละ ไม่เหมือน คุณฟังอาตมาเข้าใจได้ยาก ยังยาก คุณเอ๋ย

_คุณเดชา… (ต่อ) : "นั่งหลับตา,ทำฌานฤาษี"แล้วระลึกชาติอดีตได้?..หรืออยู่ไม่อยู่,ลืมตาโพลงๆ..แล้วก็ปัง(แบบ"มหาบ.")..รู้ขึ้นมาเอง.. อย่างนั้นหรือไม่?..แล้วระลึกเป็นภาพ,ภาพสี,หรือภาพขาวดำ?..และระลึกแบบ"มีเสียงพูด"แบบ"ภาษาบาลีในครั้งพุทธกาล"ด้วยหรือไม่?..เรายอมรับว่า..อยากรู้และอยากให้ท่านลองเล่าดูจริงๆเลยครับ.. ผู้นำอโศกท่านนิยมพูดบางเรื่องให้เป็น"ฮิว

อ่านต่อ

เมอริสต์"(ติดตลก).. อย่างเรื่อง"การทำทานถวายทุเรียนกับพระ"แล้วจะไปถึงผู้ที่ล่วงลับไปแล้วได้หรือไม่?นั้น.. เป็นความเชื่อ,มโนจิตของเขา.. ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าจะถึงหรือไม่ถึง?.. เขาจึงทำเผื่อไว้ก่อน.. อย่างน้อยก็ทำให้สบายใจเฉพาะหน้าแน่นอน..ไม่ใช่ว่าเขาจะโง่จนไม่รู้ว่า.. ทุเรียนจะกลายเป็น"กากอาหารในลำไส้ใหญ่".. และต้องขับถ่ายออกมาเป็น"อุจจาระ"ในที่สุด..แต่เขาน่าจะมองว่า.. "แรงบุญหรือแรงใจหรือแรงกุศล"อาจส่งเป็น"สภาวะทิพย์"ของ"ทุเรียน"ไปถึงผู้ล่วงลับไปแล้วก็เป็นได้.. พ่อครูว่า...ไม่ต้องระลึกถึงแบบมหาบัวหรอก อาตมาระลึกถึงได้ง่ายๆ บรรยายมาตั้งแต่สมัยก่อนที่เขาเอามารีรัน บรรยายอยู่กับมหาเถระสมาคม บรรยายกับพระนิสิต พูดเร็ว แต่เย็นนี้ไม่ต้องเร็วขนาดนั้น ตอนนั้นไม่ต้องคิดเลย และไม่ได้รู้เอง แต่เป็นสยังอภิญญา แต่คุณเดชาบอกว่า ระลึกเป็นภาพขาวดำหรือภาพสี แสดงว่าคุณระลึกเป็นบุคคลตัวตนทั้งนั้น มีทั้งเสียงพูดอีก อาตมาระลึกถึง เป็นภาษาบาลีได้ ระลึกถึงเป็นอนุสาสนีของพระพุทธเจ้าได้ อาตมาก็ระลึกถึงพยัญชนะเหล่านั้นได้ อาตมาเล่าให้ฟังแล้วว่า อาตมาเข้าใจไปไกลกว่าคุณ คุณยังต้วมเตี้ยม สับสนระหว่างธรรมะสภาวะกับตัวตนบุคคลเราเขา คุณยังไปยึดตัวตนบุคคลเราเขามาเป็นธรรมะอยู่เลย เพราะฉะนั้นจะอธิบายจะพูด คุณก็ยังเข้าใจไม่ได้ พูดไปอีก คุณก็ยังเข้าใจไม่ได้ ที่อาตมาสอน อธิบายต่างๆมา ตลอดเวลาที่อาตมามาบวชและทำงานมา 52 ปี อาตมาสอน อาตมาเล่า อาตมาสาธยาย อาตมามาพูดถึงสัจธรรม ที่เป็นปรมัตถ์เป็นโลกุตระทั้งนั้น คุณยังต้วมเตี้ยมงมงายวนอยู่ในโลกียธรรม เพราะฉะนั้นต้องพยายามหน่อย สู่แดนธรรม... ส่วนมากคนแบบนี้ที่ได้ฟังอาจารย์วัดป่าที่บอกว่าเคยเกิดเป็นสัตว์ เคยเกิดเป็นคนในสมัยก่อนมากี่ชาติกี่ชาติ พ่อครูว่า... เป็นตัวตนบุคคลเราเขาทั้งนั้น มันไม่ใช่ธรรมะ ไม่ใช่อนุสาสนีปาฏิหาริย์ กลายเป็นสมมุติธรรมไป อาตมามีจิต อภิปโมทยังจิตตัง มีจิตใจเบิกบานร่าเริงสนุกสนานอยู่เสมอ ไม่ใช่คนจิตใจเศร้าหมอง อาตมาเคยพูดแล้วพวกเราพ้น โศก ปริเทว ทุกข โทมนัส อุปายาสะ แล้วจริงๆ จึงชื่อว่าอโศก ไม่เศร้าโศกแต่เบิกบานร่าเริงแต่ไม่ ร่าซ่า แบบทางโลกเขา หัวเราะจนกระทั่ง... ที่คุณนึกมา เป็นคิดวิตถาร ที่ว่า มีสภาวะทิพย์ของทุเรียนไปถึงผู้ตายได้ มันเป็นอย่างไร สภาวทิพย์ มันเป็นตัวตนอย่างไร คุณเดชา อัมพร อาตมาอธิบายมามากแล้วแต่ก่อนนี้ว่า การส่งอะไรก็แล้วแต่ไปถึงผู้ตาย แม้แต่พยัญชนะบาลีก็ไปแปลว่า ปรทัตตูชีวกเปรต เขาแปลว่า เปรต ผู้รอรับส่วนบุญ กินของที่เขาให้ ก็ไปแปลเป็น magical เป็นสิ่งลึกลับ เป็นทิพย์ส่งไปให้ อาตมาก็อธิบายแล้ว จิตวิญญาณสัมภเวสี มันไม่มีปากไม่มีตาหูจมูกลิ้นกายเลย ส่งทุเรียนไปแล้วมันจะไปกินอย่างไร มันไม่มีนะ จิตวิญญาณที่มีแต่จิตวิญญาณก็ไม่มีตา หู จมูกลิ้น กาย มันก็ไม่มีปากไม่มีลิ้น (สู่แดนธรรม... เขาว่ามีปากทิพย์) คุณเดชาเรียนดูให้ดีๆ คุณมัวแต่เพ่งโทษจับผิดอาตมา ไม่ได้เรียนรู้หรอก คุณรินน้ำชาออกจากถ้วยให้หมดเกลี้ยงแล้วฟังอาตมา สุสูสังละภะเตปัญญัง ฟังด้วยดีย่อมเกิดปัญญา แต่ถ้าคุณยังฟังจับผิดขอยืนยันว่า อาตมาเป็นอาริยะ เป็นอรหันต์ เป็นโพธิสัตว์ ไม่ได้มีสิ่งแฝงเป็นความผิด พูดความจริงพูดความถูกต้องเสมอ ตั้งใจศึกษาให้ดีๆแล้วปิดการเพ่งโทษอาตมา นี่ไม่ใช่ไปบังคับคุณ แต่บอกวิธีที่คุณจะเจริญ ถ้าคุณทำได้ คุณเจริญเด็ดขาด คุณทำเป็นไหม แต่ก็ยาก คุณไม่ศรัทธาแต่มาเพราะคุณเข้าใจสิ่งที่ผิดเป็นถูก คุณก็เลยไม่ศรัทธาอาตมา เมื่อไม่ศรัทธาอาตมาคุณก็ฟังสัตบุรุษไม่บริบูรณ์ เมื่อคุณฟังสัตบุรุษฟังเหมือนอาบน้ำกลัวเปียก คุณจะต้อง 1. คบสัตบุรุษให้บริบูรณ์ 2. ฟังสัทธรรมให้บริบูรณ์ 3. ให้เกิดศรัทธาที่บริบูรณ์ 4. โยนิโสมนสิการให้บริบูรณ์ 5.สติสัมปชัญญะบริบูรณ์ 6. มีการสำรวมอินทรีย์ที่บริบูรณ์ 7. ทำสุจริต 3 บริบูรณ์ 8. จะเกิดสติปัฏฐาน 4 9. จะเกิดโพชฌงค์ 7 10. จะเกิด วิชชา และวิมุติ นี่คือ คำสอน อวิชชาสูตร สมณะฟ้าไท... คุณเดชา ฟังพ่อครูมากแล้ว วิจารณ์พ่อครูมาอย่างนี้ พอจะได้ประโยชน์ไหมครับ พ่อครูว่า... หยุดเลย หยุดเพ่งผิด ตั้งใจจริง เชื่อว่าอาตมาถูกไว้ก่อน หมดไว้ก่อน ไม่เพ่งผิดเพ่งโทษ ซึ่งมันจะไม่มีทางเข้าใจหรอก 650622 ประสบการณ์พ่อครูในอิทธิปาฏิหาริย์และการออกป่า พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน