โลกุตระจะไม่ยินดีในการเที่ยวแต่ยินดีในการสร้างอาหารเผื่อโลก.docx
เนื้อหาในไฟล์
โลกุตระจะไม่ยินดีในการเที่ยวแต่ยินดีในการสร้างอาหารเผื่อโลก _พลังเพ็ญ คำด้วง · ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ละเอียดสุขุมลึกซึ้งอย่างยิ่ง (เรื่องอบายมุขที่พ่อครูอธิบาย แค่มีความยินดีที่ต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทยเยอะ) ก็ถือเป็นอบายมุขขั้นละเอียด ทำให้เข้าใจลึกซึ้งขึ้นค่ะ เกิดปัญญามากขึ้น กราบขอบพระคุณค่ะ พ่อครูว่า... เป็นอบายมุขขั้นละเอียดคือเป็นสิ่งที่ไม่ดี อบาย ถ้าใส่คำว่า มุขะคือเป็นหัวหน้า ยิ่งใหญ่ สำหรับเราที่ยังมีจิตที่ยังมีการฟูใจ คนชาวต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทยเยอะ เราก็ยินดี แล้วไอ้ความยินดี มันก็มีองค์ประกอบ ยินดีที่เขามาเที่ยวเมืองไทย ตื้นๆก็ยินดีที่เขามาเที่ยวเมืองไทย แต่องค์ประกอบที่มาเที่ยวเมืองไทยก็จะมีว่า ในด้านวัตถุ เขามาเที่ยวเมืองไทยก็เอาเงินมาจ่าย เอาเงินมาใช้สอยในเมืองไทย อันนี้ก็เป็นเรื่องของโลกสากล คิดว่า อันนี้เป็นเศรษฐกิจ อันนี้เป็นรายได้ ที่คนต่างชาติเข้ามาแล้วก็นำเงินเข้ามาแล้วเอามาจับจ่าย เอามาใช้ เอามาสะพัดออก มาให้แก่คนไทยได้รับเงิน จากการซื้อขายของกินของใช้อะไรก็แล้วแต่ มันก็เกิดการเป็นบทบาทของโลก คนทั้งโลกก็มีเรื่องซื้อขายแลกเปลี่ยนด้วยอัตราเงินทอง จนกระทั่งมันสนิทเนียน จนกลายเป็นเรื่องที่เขายึดว่าสำคัญที่สุดที่จะใช้ ในการยังชีพ เพราะฉะนั้นในโลกสามัญปกติธรรมดาๆ ก็มีการซื้อขายแลกเปลี่ยน สร้างผลผลิตขึ้นมาแล้วก็ขาย เอาเงินมาซื้ออย่างอื่นที่เราไม่ได้ผลิต เราผลิตอันนี้แล้วก็ไปซื้ออย่างอื่นที่เราจำเป็นต้องกินต้องใช้ต้องอาศัยอย่างอื่น สลับไป มันก็เป็นการยังชีพไป ทีนี้ถ้าคนที่ลึกซึ้งขึ้นไปอีก จนกระทั่งไม่ต้องไปพึ่ง ไม่ต้องไปพึ่งพาเงินของคนอื่น อีกเลย หรือให้ชัดๆก็คือ ไม่ต้องไปพึ่งเงิน ไม่ต้องไปพึ่งธนบัตรอีกเลย เรามีชีวิตอยู่กับปัจจัย เช่น ปัจจัย 4 ปัจจัย
อ่านต่อ
4 คืออาหาร ข้าว ผ้า ยา บ้าน อาหารการกิน พืชพันธุ์ธัญญาหารแล้วก็เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค แล้วก็ที่พักที่อาศัย ที่พักที่อาศัย อย่างเราชาวอโศกไม่ต้องยึดว่าเป็นบ้านของเรา มีบ้านส่วนกลาง แม้คนที่มาสร้างบ้านในส่วนกลางนี้ก็จนกระทั่งไม่ยึดว่าเป็นบ้านของเรา ใครจะมาอาศัยร่วมก็ได้ เพราะว่าบ้านก็อยู่ได้หลายคน อย่างนี้เป็นต้น เราก็พึ่งพาอาศัยกัน บ้านไม่ต้องมีของตนเลย ก็อาศัยพึ่งพากันไปได้ ยาก็มีของส่วนกลาง อย่างบ้านราชที่โฮ่งปัว ผ้านุ่งก็เบิกใช้กับกองกลาง ก็มีเบิกได้ อาหารการกินยิ่งมีส่วนกลาง แต่ละวันแต่ละวันก็เก็บขึ้นมาช่วยกันปลูกช่วยกันใช้ทุกวัน กินไปหมดไป แล้วก็อุจจาระออกไป ทิ้งไป มันก็ต้องปลูกต้องเก็บทุกวัน อันนี้เป็นเรื่องหนักต้องทำงานสำคัญเรื่องอาหารการกิน กวฬิงการาหาร เรากินพืชพันธุ์ธัญญาหาร อุดมสมบูรณ์ เราก็สร้างจนกระทั่งเป็นปกติสามัญ ซึ่งอาตมาก็ยังพยายามจะเร่งรัดพัฒนาให้พวกเราลงมาเป็นชาวไร่ ชาวสวน ชาวกสิกรกัน ไปปลูกพืชผักกันให้มากยิ่งขึ้น เพราะถ้ามากแล้วเราก็มีหน่วยสะพัดแจกจ่ายออกไป เชื่อว่ามีที่แจกจ่าย จะขายบ้างเพื่อที่จะได้อะไรแลกเปลี่ยนมาอย่างถูกๆจริงๆ แจกได้อยู่แล้ว มันมาก ทุกวันนี้เราก็ยืนยันว่าเราพอแจกได้อยู่ ขายถูกเราก็ขายได้อยู่ แล้วยิ่งทุกวันนี้พวกเราเข้าใจ แล้วก็มาช่วยกันทำให้มากยิ่งขึ้นๆ แจกออกไปอีก ขายให้ถูกลงไปอีก นี่คือความเจริญ ยิ่งแจกได้มากยิ่งถูกลงไปอีก เห็นไหม เศรษฐศาสตร์ของชาวโลกุตระ ทิศทางแนวโน้มของความเจริญกับทิศทางแนวโน้มของความเจริญโลกียะของทุนนิยม มันตรงกันข้ามกันเลยเห็นไหม แล้วเห็นจริงๆอย่างที่ว่านี้ด้วยนะ เห็นจริงอย่างนี้ไหม เรายิ่งทำอย่างนี้ได้ เพราะฉะนั้นอย่าไปเห็นจริงเฉยๆ มาลงมือทำสิแล้วมันจะได้มากยิ่งๆขึ้น เพื่อการให้เห็นทิศทางของสัจธรรมที่ว่า เจริญจริงๆ ความเจริญที่เป็นโลกุตรธรรมแท้ๆ เรายิ่งได้เสียสละ เพิ่มพูนการเสียสละ ตัวสุดท้าย ใน อิสระ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล และเพิ่มพูนเสียสละ (พ่อครูคันจมูก ตัดออก) การไปยินดีในสิ่งที่ได้มา จนกระทั่งเราเห็นชัดเจนว่าสิ่งที่ได้มามันดี มันไม่เสียหาย เราก็อย่าไปให้เกิดจิตฟูขึ้นมาถือเป็นอุปกิเลส ของอาริยะชนชั้นสูง ชั้นละเอียด รู้ความจริงตามความเป็นจริงแล้วก็ วางใจ มุทิตา เห็นว่าก็ดีแล้วก็วางไม่ต้องมีจิตฟูใจ มุทิตา แล้วก็อุเบกขา มุทิตา คือ มันรับรู้ในทันทีทันใดนั้นว่าอันนี้มันควรแล้ว แม้เรื่องไม่ควร เราก็รู้มีปฏิภาณซ้อนว่าอันนี้บกพร่องอยู่นะไม่ควร จะต้องปรับปรุงให้มันดี แต่อันนี้ดีแล้วควรแล้วก็มุทิตาดีแล้ว แล้วก็อุเบกขา ใจของเราก็เข้าใจอย่างนี้ ทำใจในใจของเราได้อย่างนี้ อย่างชำนาญอย่างเร็วอย่างได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากใน ฌานทั้ง 4 นี่แหละเป็นอาการของจิตเจตสิกของผู้ที่ ฝึกดีแล้วก็จะเป็นอย่างนี้ 660419 ตอบปัญหาผ่าการเลือกตั้ง 2566 พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก