เปรียบเทียบการเป็นนายกฯ คุณทักษิณกับพลเอกประยุทธ์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.60 KB
วันที่แก้ไข19 เมษายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

เปรียบเทียบการเป็นนายกฯ คุณทักษิณกับพลเอกประยุทธ์ _ป้ารัตน์ หนึ่งในธรรม · กราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูง การหาเสียง เพื่อเอาคะแนนในการเลือกเพื่อจะได้คะแนนให้ได้มาซึ่งนำมาเพื่อตัวเอง และพรรคตนเอง ถ้าเป็นการเมืองโลกุตตระ จะไม่เป็นเช่นนี้ เอาสมมุติมาใช้ เงินอนาคตมาใช้ ไม่อยู่กับปัจจุบันต้องมาดูของจริงที่อโศกเรา กราบสาธุค่ะ พ่อครูว่า... มันยังยากอยู่ ก็วิจัยนิดหน่อยก็แล้วกัน พวกหาเสียงจะเอาเงินอนาคตมาใช้ แถมเป็นเงินดิจิตอลอีกต่างหาก ไอ้เงินดิจิตอลคือเงินอยู่ในตัวเลขลอยลมอยู่ในอากาศ เอาตัวเลขมาล่อจะให้คนละ 10,000 บาท ทำไมคนเรา โดยเฉพาะคนไทย เอาละประเทศอื่นเขาจะหลอกกันจะหลงเชื่อก็เรื่องของเขา เขาจะฉลาดตามเขา แต่คนไทยทำไมต้องฉลาดน้อยเหมือนเขา อาตมาละเว้นคำว่าโง่ ทำไมต้องไปฉลาดน้อยเหมือนชาวเทวนิยม ที่เขาไม่เข้าใจเศรษฐกิจแบบโลกุตระแบบไทย บังคับไม่ได้หรอกคนจะฉลาดน้อยก็ฉลาดน้อย เพราะฉะนั้นคนฉลาดน้อยกับคนฉลาดจริงๆแบบโลกุตระ อันไหนมีมากกว่ากัน คนฉลาดโลกุตระก็ต้องน้อยกว่า เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องหลอกคนที่ฉลาดโลกียะ ฉลาดแบบทางโลกๆ เขาก็ต้องหลอกคนพวกนั้น เขาก็จะได้คะแนนเสียงมา เพราะฉะนั้นคะแนนเสียงที่หลอกกันได้ แล้วก็มาอวยกันมาให้กัน มันไม่ใช่ความจริงเลย มันไม่ใช่ประชาธิปไตย มันเป็นประชาธิปไตยมวล ประชาธิปไตยปริมาณ ประชาธิปไตยไม่ได้เข้าหาแก่นสารสาระที่แท้ แต่มันก็ไปเรื่อยๆ เมืองไทยก็เจริญขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นตอนนี้อาตมาขอวิจัยต่อนิดนึงว่า โพลต่างๆ เขาก็โพลไปกับคนที่ยังเข้าใจแบบโลกียะเยอะๆ ผลออกมาโพลก็จะต้องเป็นแบบนี้เช่นโทรบอกว่าเมืองไทยได้เบอร์ 1 มามากเลย เบอร์ 2 นี้จะได้คือพลังประชารัฐ หรือ ภูมิใจไทยจะได้มา เพื่อไทยต้องเบอร์ 1 เบอร์ 2 พลังประชารัฐหรือภูมิใจไทย รวมไทยสร้างชาติ จะ

อ่านต่อ

อยู่อันดับที่ 4 ที่ 5 นู้น ตามโพลที่เขาวัดโดยค่านิยมของตัวเลข หรือยังสับสน สาระกับตัวเลข ตัวหลอกกับตัวจริง คนที่ทำงานจริงๆ ชัดๆ ทำสาระกับมวลมนุษยชาติ ทำเพื่อประชาชนจริงๆมีความรู้ความสามารถ มีปรากฏการณ์จริง มีผลงานจริง ก็รู้อยู่ เพราะมันได้พิสูจน์ใหม่ๆสดๆนี้เลย พรรคเพื่อไทยก็ดี คณะที่ทำอยู่แล้วก็ดี ก็คือฝ่ายหนึ่ง ที่เป็นฝ่ายที่ยังไม่สมบูรณ์แบบกับอีกฝ่ายหนึ่งฝ่ายสมบูรณ์แบบกว่า ก็คือฝ่ายทักษิโนมิคกับฝ่ายพลเอกประยุทธ์ แบบพลเอกประยุทธ์กับแบบทักษิณ มีหมู่ใหญ่ๆอยู่ 2 หมู่เท่านั้นเอง ฉะนั้นตอนนี้ก็จะเลือก 2 ค่ายใหญ่ๆนี่แหละ ตัดสินกันให้ดีๆนะ อาตมาก็ไม่สามารถพยากรณ์ได้เหมือกนัน ก็ยังไม่ได้เลือกจริง อาตมาไม่สามารถไปตัดสินได้ว่าอะไรจะมา แต่ใครทายใจอาตมาได้ไหมว่า อาตมาอยากให้อันไหมมา...ได้ ว่า รทสช มา อยากให้ รทสช เบอร์ 22 มาชนะการเลือกตั้ง แน่นอน อาตมาก็อยากให้เป็นอย่างนั้น แต่อาตมาก็ไม่สามารถไปบังคับความเห็นความเชื่อ ซึ่งคนก็พยายามครอบงำทางความคิด propaganda หาเสียงแข่งกันอยู่อย่างนี้ จนกว่าจะผ่านวันที่ 14 พฤษภาคมค่อยมานับแต้มกัน ว่าแล้วจริงๆมันจะออกผลกันว่าอย่างไร ซึ่งโดย ถ้าจะบอกว่า ผลที่ควรจะเป็น อาตมาก็มีเหตุผลเพียงพอ มีหลักฐานมีที่อ้างที่อิง มีพฤติกรรมจริง พฤติกรรมสู้ไม่ได้ คนที่ไม่ควร จะเป็นทรยศ ขี้โกง ขี้โลภ เห็นแก่พวก เห็นแก่ตระกูล กับผู้ที่ทำเพิ่มมวลประชาชนที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆ มันไม่ได้เห็นยากอะไรมันง่ายเห็นชัดๆอาตมา ทำไมคนจะฉลาดน้อยจนกระทั่งไม่สามารถแยกได้ว่า อย่างทักษิณกับอย่างพลเอกประยุทธ์ ใครเป็นประชาธิปไตยเนื้อแท้ตัวจริงกว่าใคร ทำไมถึงยังโง่จนกระทั่งไม่รู้ว่าพลเอกประยุทธ์ 8 ปีเหมือนกัน ทักษิณก็ 8 ปี แล้วยังแถมต่อด้วย มากกว่าหรือเปล่า ตั้งแต่ 2544 ตัวเองถูกออกไปแล้วมี นอมินี สมัคร สมชาย ยิ่งลักษณ์ มากกว่า 8 ปี ทักษิณจะมากกว่าด้วยซ้ำไป ก็เห็นผลแล้วว่า มันก็น่าจะเทียบค่ากันได้ว่า ผลงาน ทั้งทุจริตและสุจริต ทั้งผลงานที่เกิดการพัฒนาให้แก่ประเทศชาติ มันชัดจะตายว่ามันเจริญกว่ากัน มันเสื่อมกว่ากันมันชิบหายกว่ากันเท่าไหร่ ถ้าจะอธิบายกันอย่างลึกซึ้ง ซับซ้อนแล้วนี่นะ ทักษิณนั้นขี้โกงไป พลเอกประยุทธ์ต้องมานั่งใช้หนี้ด้วยสร้างใหม่ด้วย ใช้หนี้ด้วย ก็ยังทำได้มีผลงานเหนือชั้นกว่าทักษิณ คิดดูสิ แค่นี้มองไม่ออก ฉลาดน้อยต่อไปเถอะ _ป๋อง.. ปีที่แล้วผมเชื่อพ่อท่านว่าพลเอกประยุทธ์ทำงานไม่ประชด 2533 พ่อท่านทำงานหนัก พ่อท่านว่า ทำงานอย่าประชดมันจะเสียหาย พ่อท่านบอกว่า พลเอกประยุทธ์ทำงานไม่ประชด ผมก็เชื่อตรงนั้น พ่อครูว่า... คือทำงานให้จริงใจ เราเข้าใจยังไง ถูกผิดอย่างไร ผิดเราไม่ทำ เราทำที่ถูก ที่ดี ที่ควร ไม่ต้องประชด อาตมาพูดนี้เป็นปรมัตถ์ เป็นเรื่องจิตเจตสิกที่ละเอียดลึกซึ้ง ในระดับโลกุตระ ไม่งั้นมันจะไม่แล้ว ประชดมันจะเป็นกิเลสเสริม มันไม่สมบูรณ์แบบ มันต้องทำหลายที ถ้าไม่ประชดแล้วทำทีเดียวจบ ทำด้วยความจริงใจ 1.ไม่ประชด 2. ทำแล้วไม่ต้องไปติดใจ เรามีความสามารถเท่านี้ทำไปได้อย่างนี้ แน่นอนผลก็ต้องออกมาตามความเป็นจริง จะมากหรือจะน้อยมันก็ต้องจริงตามที่เราทำ เพราะฉะนั้นก็ตามจริงเรานี่แหละ ถ้าไปประชดแล้ว การประชดเท่ากับการมีความสะท้อน ความสะท้อนนี้มันไม่จบเลย มันไม่หยุด มันไม่เป็นหนึ่ง มันมี 2 จาก 2 เป็น 4 จาก 4 เป็น 8 จาก 4 เป็น 16 ไปโน่น ซึ่งมันละเอียดขึ้นไปอีก แล้วไอ้ที่ความสะท้อนมันคือความไม่จบ เพราะฉะนั้นถ้าทำไม่ประชด มันจบเป็นหนึ่งเดียวเลย หนึ่งเป็นหนึ่ง หนึ่งคูณหนึ่งเป็นหนึ่ง หนึ่ง หนึ่งหนึ่ง หนึ่ง มันจบเลยมันก็คือหนึ่ง สำเร็จ 660419 ตอบปัญหาผ่าการเลือกตั้ง 2566 พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน