หลวงปู่มั่นสอนผิดจากสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนอย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
หลวงปู่มั่นสอนผิดจากสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนอย่างไร _สมณะฟ้าไท... เราได้ฟังธรรมะพ่อครู เห็นเลยว่าเขาว่ามา แต่พ่อครูเอาคำที่เขาว่ามาใช้ประโยชน์ เหมือนเขาปาขี้มา ก็เอามาใช้ทำปุ๋ยให้เจริญงอกงาม อย่างเรื่องของหลวงปู่มั่น ถ้าพ่อครูไม่พูดไม่มีใครกล้าพูดอย่างนี้หรอก เพราะทางยูเนสโกเขารับรองหลวงปู่มั่น พ่อครูว่า... เพราะอาตมาไม่กลัวโลก ไม่กลัวองค์กร UNESCO โลกุตระไม่กลัว สมณะฟ้าไท... บารมีถึง ถ้าไปหลงอันนั้น ว่าเป็นพระอรหันต์ ไปครอบงำคนอื่นหมดเขาก็ไปไม่ได้ พ่อครูจึงต้องเคลียร์พื้นที่ก่อนแล้วพวกเราจะได้ไปได้สะดวก พ่อครูว่า... องค์กรโลก เขามีกรรมการ มีคณะ ผู้รู้ที่บริหารอยู่นั้นเป็นชาวตะวันตก เป็นชาวคริสต์ เป็นศาสนาอื่น มีพุทธอยู่น้อยหรือไม่มีพุทธเลย ในองค์กร เพราะฉะนั้นเขาจะสามารถมารู้ความจริงว่า พุทธศาสนาเป็นอย่างไรไม่ได้ เขาก็ไปตามโลกๆ ทั้งๆที่ศาสนาพุทธคนนั้นเสื่อมไปจากศาสนาพุทธ แม้แต่อาจารย์มั่นก็เสื่อมจากศาสนาพุทธเป็นเดียรถีย์ไปแล้ว อาตมาพูดอย่างใจเย็น พูดอย่างไม่ได้สะทกสะท้านอะไร เพราะอาตมาไม่ได้พูดอะไรผิด อาตมาจึงไม่สะทกสะท้าน นิดนึงก็ไม่มี มังกุก็ไม่มังกุ ไม่สะทกสะท้าน เพราะอาตมามั่นใจว่าอาตมาถูกต้อง ไม่ใช่หน้าด้านนะ แต่เป็นการยืนหยัดยืนยัน ก็ขอขยายความอีกว่า หลวงปู่มั่นผิด นั้นผิดอย่างไร ผิด เพราะหลวงปู่มั่น ไม่ส่งเสริมการอ่านพระไตรปิฎก ไม่ส่งเสริมการเรียนบัญญัติ เรียนปริยัติก่อน ไปตาม อาจารย์เสาร์ ไปตามอาจารย์ที่ผิดมาก่อนแล้ว แล้วก็มาพา ลูกศิษย์ลูกหา มาพามหาบัว มาพาสำนักพระป่าเยอะแยะแล้วก็หลง ทำผิดกันตามไปหมด จนกระทั่งอาตมาทำงานมาในยุคนี้ก็เจอพวกที่ทำผิดมาหมด แต่ก็ต้องทำความถูกต้องทำความแก้ไข เพราะเป็นชาวพุทธเหมือนกัน เป็นคนไทยอยู่ในประเทศไทยเหมือนกัน อาตมาดูดายไ
อ่านต่อ
ม่ได้ ต้องแก้ไข ขอความเห็นใจเถอะ คุณอะไรก็แล้วแต่ที่ติงมาวันนี้ คุณไชยวัฒน์ คุณเดชา อัมพร หรือคุณชัวร์คอม อาตมาขอความเห็นใจว่า อาตมาจำเป็นจะต้องแก้ไขสิ่งที่ผิดให้ถูก เพราะอาตมา มาทำงานศาสนาเต็มตัว ยืนยันได้ว่าถ้าคุณไม่มาบวชอย่างนี้ ก็สู้อาตมาไม่ได้หรอกอาตมามาบวชเต็มตัวแล้ว อาตมาเห็นอยู่ทนโท่ หลวงปู่มั่นอาตมาไม่ได้ไปคลุกคลีเกี่ยวข้องเท่าไหร่หรอก แต่เกาะกระแส อะไรต่ออะไรอธิบายขยายความมา มีหลักฐาน มีบันทึกก็พอรับซับทราบ จากที่ลูกศิษย์ลูกหาบันทึกความคิดความลึก ความเป็นไปของอาจารย์มั่น เดี๋ยวนี้ยิ่งดูได้ใหญ่เลยเปิดเข้าไปดูสิ ในวิกิพีเดียหรือใน Google จะอ่าน ประวัติรายละเอียดอะไรต่ออะไรได้ตั้งเท่าไหร่ ฉะนั้นจึงรู้ว่า อ้อ!.. มีพฤติการณ์อย่างนี้เองหลวงปู่มั่น เอาประเด็นสำคัญ ที่เป็นหลักสำคัญของศาสนาก่อน ศาสนาพุทธ สิ่งที่ถูกต้องที่สุด ก็คือ จรณะ 15 วิชชา 8 ผู้ปฏิบัติธรรมไปหลับตานั้น ฌานเดียรถีย์ ทั้งนั้น ไม่มีฌาน 4 ที่เกิดจาก ศีล เกิดจาก อปัณณกปฏิปทา 3 แล้วพัฒนาเป็น สัทธรรม 7 และฌาน 4 ไม่มี ไม่ได้ทำ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีทฤษฎีของศาสนาพุทธเอาไปปฏิบัติ ไปหลับตาปฏิบัติเป็นวิธีของเดียรถีย์ ไม่มีหลักฐานยืนยันเลย ในพระไตรปิฎก ย้อนไปที่ว่า ไปยืนยันใคร ก็ พระพุทธเจ้าท่านหลับตา ที่คุณไชยวัฒน์ทักมา ว่า อาตมาอ่านหนังสือแค่นี้แล้วไม่ได้ปฏิบัติ จะเอาอะไรมาพูดถูก เขาว่า พระพุทธเจ้านั่งหลับตา ก็พระพุทธเจ้านั่งหลับตานั่นแหละ จึงได้รู้ว่าตัวเองว่า ที่ถูกนั้นมีมาก่อนหลับตาแล้ว ระลึกชาติได้ ว่า ท่านได้สำเร็จสัมมาสัมโพธิญาณมาก่อนแล้ว พระพุทธเจ้ามาเกิดในร่างของเจ้าชายสิทธัตถะ ไม่ได้เคย ปฏิบัติธรรมของศาสนาพุทธ เพราะมีแต่ภูมิเก่า ไม่ต้องเอาถึงพระพุทธเจ้า อาตมาทุกวันนี้ เอาธรรมะที่เป็นโลกุตรธรรมาบรรยายก็ไม่ได้ปฏิบัติธรรมในชาตินี้ เอาของเก่ามาพูดทั้งนั้น เพราะอาตมาบรรลุอรหันต์มาแล้วจนเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 แล้ว โอ้โห!.. เขาเข้าใจไม่ได้ง่ายๆหรอก เก่งกว่า โพธิสัตว์ระดับ 1-6 อาตมาระดับตั้ง 7 คุณจะมีปัญญารู้ไหม พระโพธิสัตว์คืออาริยะของพระพุทธเจ้า ซึ่งชาวประเทศไทยไม่ได้กระดิกหูเรื่องโพธิสัตว์หรอก เพราะจะเอาแต่อรหันต์ ไปหลงแบบพระมหากัสสปะ เอาตรงประเด็นที่ว่า พระพุทธเจ้านั่งหลับตา สะกดจิตตัวเอง แล้วก็ระลึกชาติ เป็นเตวิชโช ระลึกรู้ว่าตัวเองเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว เมื่อเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว อุบัติมาในชาตินี้เป็นเจ้าชายสิทธัตถะก็ยังหลงทางไปปฏิบัติผิดอยู่อีก นั่นเข้าป่าหลับตา ปฏิบัติกับเขา ทำ ทุกรกิริยา ต่างๆ จนไปนั่งอดข้าวก็ทำมาหมด เขาจะเขย่งเก็งกอยยืนขาเดียว เขาจะนั่งตะปู ก็ทำกับเขาหมดทุกอย่างแหละ อดข้าวก็อดยิ่งกว่าเขา ท่านก็ระลึกได้ว่า โอ้โห!.. ท่านไปปฏิบัติ 6 ปีผิดมาก่อนจึงมาระลึกได้ในวันเพ็ญเดือน 6 ถึงได้รู้ว่าศาสนาพุทธได้ผิดเพี้ยนไปไกลขนาดนั้น ท่านก็เลยรู้ตัวเองว่าที่ท่านรู้มาเป็นสัมมาสัมโพธิญาณ มันไม่ใช่หมดเลยที่เขาทำมานั้น เข้าป่าหลับตาปฏิบัติ ไม่ใช่เลย ท่านก็เลยทบทวนธรรมะฟื้นฟูพุทธธรรมขึ้นมาอีก 49 วัน เขาเรียกว่าเสวยวิมุตติสุข 49 วันแล้วเริ่มต้นออกไปสอน สอนกลุ่มปัญจวัคคีย์ก่อนเพื่อน อาตมาเรียงลำดับให้ฟังไปตามสัจธรรม มันจะต้องเป็นเช่นนั้น แม้แต่เรื่องลิงลมอมข้าวพอง อาตมาเรียกจนพวกเราใช้ศัพท์นี้มา ลิงลมอมข้าวพอง คือ เป็นการละเล่นอย่างหนึ่งของไทย เขย่าตัวคนให้เวียนหัวเมา แล้วไล่จับคน แตะคนไหนได้ คนนั้นตายแล้วไปเป็นลิงลมต่อ สนุกกัน มันก็เป๋ไปเป๋มาไล่จับกัน อาตมาเอามาเทียบกับ ภูมิธรรม พระพุทธเจ้าก็เป็นลิงลมอมข้าวอยู่ 6 ปี ไปหลงว่า ธรรมะจะต้องปฏิบัติแบบนี้หนอ ซึ่งเป็นทางผิด พระพุทธเจ้าก็มายืนยันในพระไตรปิฎกว่า เราเป็นผู้ชื่อว่า โชติปาละ ได้เคยกล่าวกับพระสุคต พระนามว่า กัสสปะ ว่า “การตรัสรู้เป็นของได้โดยยาก ท่านจะได้จาก โพธิมณฑลที่ไหน โพธิญาณท่านได้ยากอย่างยิ่ง” ด้วยผลแห่งกรรมนั้น เราได้บำเพ็ญทุกกรกิริยาเป็นอันมาก สิ้นเวลา๖ปี เราถูกบุรพกรรมตักเตือนแล้ว (ปุพพกัมเมนะ โจทิโต) จึงแสวงหาโพธิญาณโดยทางผิด เรามิได้บรรลุการตรัสรู้โดยทางนั้น บัดนี้เราเป็นผู้สิ้นบุญสิ้นบาป(ปุญญปาปปริกขีโณ)(ล.๓๒ ข.๓๙๒) เข้าสู่หลวงปู่มั่น หลวงตาบัว หลวงปู่มั่นพาคนปฏิบัติผิดจึงได้บาป ทำให้คนเข้าใจผิดหลงผิดปฏิบัติตามเยอะ ขออภัย ที่อาตมาพูดไม่ได้พูดอย่างสะทกสะท้าน ไม่ได้กลัวอะไรเลย เพราะว่าเป็นเรื่องจริง ที่พูดนี่พูดความจริงด้วยความสงสาร ด้วยความเมตตา เกื้อกูล ผู้ที่หลงผิด เช่น คุณไชยวัฒน์ คุณเดชา คุณชัวร์คอม ขอยืนยันว่าหลวงปู่มั่นได้นรกอเวจีมากเพราะพามหาบัวก็ดี พาลูกศิษย์ลูกหาที่ทำตามตามจนทุกวันนี้ออกไปเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านหรือเปล่า น่าจะเป็นล้าน เพราะคนไทยที่เป็นพุทธยังยินดีเห็นงามกับทางหลวงปู่มั่นนี้หลายล้านจริงๆ เพราะฉะนั้นเห็นไหมว่านรกอเวจีของการทำความผิดสร้างผิดแล้วก็ทำให้ศาสนาเสื่อม เพราะผู้ทำผิดของศาสนาพุทธนั้นจะไม่มีนรกอเวจีอย่างไร มันเป็นสัจจะ อาตมาไม่ได้หาความ ถ้าหลวงปู่มั่นไม่ผิด หลวงปู่มั่นก็ไม่เป็นไร อาตมาสิจะลงนรก อาตมาไปพูดตรงกันข้ามกัน ว่าหลวงปู่มั่นผิดใช่ไหม ถ้าหลวงปู่มั่นไม่ผิดหลวงปู่มั่นไม่ตกนรกหรอก แต่อาตมาชัดเจนอาตมาไม่มีปัญหาตามมาไม่มีตกนรกเลย มั่นใจว่าอาตมาไม่ตกนรก นรกคืออะไร นรกคือ จิตหวั่นไหว นรกคือจิตไม่มั่นคง นรกคือจิตไม่มีปัญญา แต่อาตมามีปัญญาเต็มอาตมาจึงไม่ได้หวั่นไหวไม่ได้ มังกุ ไม่ได้อุทธัจจะ ไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลยนี่เป็นเรื่องจริงเป็นสัจจะ ไม่หวั่นไหวว่าใครจะมาท้วงมาติงมาแย้งมาย้อนไม่กลัว เพราะอาตมามีความชัดเจนในสัจธรรม โดยเฉพาะเอาหลักฐานมายืนยันกับพวกคุณ คุณจะพูดหลักธรรมตัวไหนเอามา หากว่าอาตมาพูดสิ่งที่ไม่ใช่หลักธรรม เอาหลักธรรมมาเป็นตัวเลือกมาพูดกันสิ เอาหลักธรรมข้อไหนเอาเรื่องศีล อปัณณกปฏิปทา 3 สัทธรรม 7 ฌาน 4 วิชชา 8 ยืนยันตามมุมไหนของจิตเจตสิกรูปนิพพาน พูดเหมือนท้าทายอวดดี เพราะน่าสงสารคุณ อย่ามองอาตมาผิด คุณไปหลงผิดอย่างนั้นมันน่าสงสาร อาตมาพูดจริงไม่ได้พูดเล่นๆ เล่นคารม อย่างไรอย่างไรคุณก็เป็นพุทธ แล้วก็ใส่ใจติดตามด้วย มันน่าจะได้ มันน่าสงสารน่าจะได้ ถ้าคุณไม่ใส่ใจก็แล้วแต่เถอะ แต่คุณใส่ใจนี้ดีแล้ว ตั้งใจดีๆ สุสูสังลภเตปัญญัง ฟังด้วยดีย่อมเกิดปัญญา อาตมาจะขอว่าอย่าเพ่งโทษอาตมา เปิดจิตเต็มๆ เทน้ำชาออกจากถ้วย แล้วฟังอาตมาด้วยดี สุสูงสัง คุณตั้งใจฟังไม่น่าจะถึงปี เพราะคุณตั้งใจใส่ใจธรรมะอยู่ อย่าเอาตัวที่จะแย้งเถียงมาแย้งมาเถียง เปิดจิตเต็มๆเลย ลองเชื่อตามดู ลองทำความเข้าใจให้จริงๆ คุณจะได้ประโยชน์จริงๆ คุณทำสภาพของ สุสูสัง เป็นไหม ตั้งใจฟังอย่างดีๆ อย่าไปตั้งใจฟังอย่างอาบน้ำกลัวเปียก เอาอะไรมากันไว้ก่อน เอาอะไรมาบังไว้ก่อน เปิดเลย ฟังเต็มๆ อย่ามีอะไรแย้ง เพราะฉะนั้น ผู้ที่รู้ผิดแล้วก็มาบอกสิ่งที่ผิดนี่แหละคือผู้ที่มีสวรรค์ อรหันต์ไม่มีสวรรค์ไม่มีนรก เพราะหลุดพ้นจากสวรรค์นรกหมดแล้ว เป็นสุญญตาหมดแล้ว ผู้ที่ยังมีสวรรค์มีนรก มีสวรรค์ 6 ชั้น มีพรหม 16 ชั้น 20 ชั้นยังมีภพชาติอยู่ทั้งนั้น ยังติดยึดอยู่ อย่างเช่นอาจารย์มั่นยังมีภพชาติ มีภพมีชาติไปเที่ยวสวรรค์นรก สอนเทวดาเป็นตัวเป็นตน มีเทวดาจากเยอรมันมาเรียนด้วย อาจารย์มั่นรู้ภาษาเยอรมันนะ สอนเทวดาเยอรมันได้ หรือ เทวดาเยอรมันเรียนภาษาไทยมาก่อน อาตมาเดานะ อาตมาเอาตามนิทานเรื่องนี้ อุตริไปหมด ไปสอนเทวดาเยอรมันด้วย สอนเทวดา คืออะไร กลายเป็นสอนเทวดาเป็นร่างเป็นตัวมาในฝัน แล้วเข้าฌานมีจิตทิพย์ สามารถหยั่งรู้ภพของเทวดา ตัวเองก็สอนเขาใหญ่เลย อันนี้ก็ยังไม่ได้สัจธรรม ไม่ใช่ความถูกต้อง คุณเข้าภพ เวลาหลับก็ไปคุยกับเทวดา คุยกับเทวดาหมายความว่า มีจิตโอภาปราศรัยธรรมะกันเอง ปุจฉาวิสัชนากันเอง ตัวเองของตัวเองระลึกออกมาเอง เอามาคุยกัน ถ้าคุณยังไม่มีความเทวดาองค์ใด หรือมีความรู้อันใด คุณนึกถึงเทวดานั้นไม่ได้เพราะว่ามันไม่มี ฉะนั้นคุณเป็นเทวดาหรือรู้ธรรมะอันนั้นมาแล้ว มากพอคุณจึงจะดึความจำสัญญา เอามาสากัจฉากันได้ คุณดึงจากเทวดาเก่าของคุณเองมาถกกันเอง ไม่ใช่เรื่องลึกลับสำหรับอาตมา แต่ลึกลับสำหรับพวกคุณ เพราะคุณเข้าใจยังไม่ได้ พวกเทวดาไม่ใช่เรื่องลึกลับสำหรับอาตมา แต่ลึกลับสำหรับพวกคุณ เพราะคุณเข้าใจยังไม่ได้ คุณยังเข้าใจเป็นตัวตนเหมือนอาจารย์มั่น ไม่ได้เข้าใจเป็นธรรมะ คุยกับเทวดาคือ การพูดธรรมะด้วยกันเองของคุณเอง และได้ธรรมะมากขึ้นเอามาประกาศ เอามาสาธยาย ก็มาบอกพวกคุณเรื่อยๆ คือการคุยกับเทวดา การคุยกับเทวดาเป็นภาษาคนที่ติดภาษาก็เป็นตัวตนบุคคลเราเขา แต่คุณไม่ได้ติดตัวตน เขาก็เอาเนื้อหาธรรมะมาใช้ได้ อาตมาคุยกับเทวดาทุกคืน บางคืนลึกซึ้งจนกระทั่ง ตั้งใจจะเอามาอธิบายแต่ก็ลืม เพราะมันลึกละเอียด ลึกละเอียดเกิน พยายามบอกตัวเองสำทับว่าจำให้ได้มันก็ยังจำไม่ได้เลย พอตื่นมา หายไปเลยนึกไม่ออก จะอธิบายก็เลยไม่ได้อธิบาย หลายอันก็ได้อธิบายก็ดีอย่างนี้แหละ ยังมีลึกๆว่าอาตมาก็นึกอยู่ว่าคุยกับเทวดาตลอดเวลา การคุยกับเทวดาของอาตมา หรือของพระพุทธเจ้า ต่างกับการคุยกับเทวดาของหลวงปู่มั่น คนละเรื่องเลย คนหนึ่งเป็นเทวดาเดียรถีย์ แต่ของอาตมานี้เป็นเทวดาของธรรมะ ของพุทธธรรม มันคนละเรื่องเลย ตั้งใจฟังให้ดีๆ
_*Paramaet Kamnuedkeaw (ปรเมศวร์ กำเนิดแก้ว)* : เก๊ไม่เก๊ ไม่รู้...แต่ตอนนี้อัฐิหลวงตามหาบัว แปรเป็นพระธาตุ หมดแล้ว....พระพุทธเจ้าตรัสไว้ กระดูกที่แปรเป็นพระธาตุได้นั้นต้องเป็นพระอรหันต์อย่างเดียวเท่านั้น!!!!! พ่อครูว่า... ที่ไหนนะ ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ คุณพูดเอาเองทั้งนั้น ทั้งที่ไม่มี คนที่ไปสอนว่า เอาเถอะ อยากรู้ว่าผู้นี้เป็นพระอรหันต์หรือไม่เป็นอรหันต์ ต้องดูตอน ตายแล้ว กระดูกจะเป็นพระธาตุ พระธาตุก็คือพระธาตุ แต่ความหมายของเขาพระธาตุก็คือ มันจะจับตัวเป็นอะไรต่างๆนานา เป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ตามแต่เขาจะสมมติเอา มันเป็นเมล็ดเป็นกลมๆจับตัวเป็นลักษณะต่างๆ ซึ่งไม่มีในคำสอนพระพุทธเจ้าที่บอกว่า จะรู้จักใครว่าเป็นพระอรหันต์จงดูที่พระธาตุ ไม่มี พูดขี้ตู่เอาทั้งนั้น พระธาตุจะเป็นอย่างที่คุณเข้าใจกันหรือไม่ ก็ไม่ใช่เครื่องที่จะมาตัดสินความเป็นพระอรหันต์ ถ้าไปใช้พระธาตุตัดสินความเป็นพระอรหันต์ คุณจะไม่รู้ว่าใครเป็นพระอรหันต์ เพราะยังไม่เจอพระธาตุ เพราะพระอรหันต์ยังไม่ตาย ต้องแต่แล้วเท่านั้นจึงรู้ว่าเป็นอรหันต์ก็ไม่ได้เรียนรู้จากพระอรหันต์ตอนเป็นๆสิ โง่ที่เอาพระธาตุไปตัดสินว่าเป็นพระอรหันต์ ต้องดูที่พฤติกรรมว่า มีศีล มีสมาธิ มีปัญญา มีวิมุติ เอาอันนี้สิเป็นเครื่องตัดสิน กำหนดสิ่งที่ควรจะถูกต้องให้มันถูกต้อง แต่ไปกำหนดสิ่งที่ผิดอย่างนั้นมันเลอะเทอะ มันมีแต่โง่กับโง่เท่านั้นมันฉลาดไม่ได้หรอก ทำไมพูดยากพูดเย็นจังเลย สงสารพวกที่เข้าใจเลอะเทอะ ตอนนี้จะไปสร้างสถาปัตยกรรมอนุสาวรีย์ให้มหาบัวอีก ซึ่งเป็นอนุสาวรีย์ของคนผิด แล้วไปโง่ไปยึดถืออนุสาวรีย์ของคนผิด มันก็เลยกระจายไปด้วยความโง่สู่คนไปอีกตั้งเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นใครที่ไปตัดสินความเป็นพระอรหันต์เมื่อตายไปแล้ว เอากระดูกมาเผาเป็นพระธาตุเสร็จ คนนั้นโง่ซับซ้อนจริงๆ มันไม่มีโอกาสเจอพระอรหันต์ เพราะยังไม่ตายยังไม่ได้เผายังไม่รู้ว่ากระดูกจะเป็นพระธาตุหรือเปล่า มันไม่ได้ มันต้องรู้ตั้งแต่ตอนเป็นๆ เอาล่ะพูดไปคุณก็เชื่อว่าตั้งแต่ตอนเป็นๆเป็นพระอรหันต์ มหาบัวก็เป็นพระอรหันต์หลวงปู่มั่นก็เป็นพระอรหันต์ หลวงปู่มั่นสอนเรื่องศีลหรือไม่ หลวงปู่มั่นสอนเรื่อง อปัณณกปฏิปทา 3 ไหม ไม่มีเลย อปัณณกปฏิปทา 3 แปลว่าอะไร แปลว่า ธรรมะที่ไม่ผิดของศาสนาพุทธ แต่คุณไม่มีเลย คุณไปมีผิดหมดเลย เพราะสิ่งที่ยืนยันว่าต้องมีอันนี้จึงจะถูกคุณก็ไม่มี ศีลก็ไม่มี อปัณณกปฏิปทา 3 ก็ไม่มี สัทธรรม 7 ก็เดาเอาทั้งนั้น ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ พหุสัจจะ วิริยะ สติ ปัญญา ก็ตาม คุณ เข้าใจผิดเพี้ยนไปเข้าใจส่งๆเดาๆไป ไม่ได้มีศรัทธาที่เป็นๆสัมมาทิฏฐิ หิริโอตตัปปะ ก็ไปตีกลับเป็นโลกียะ พหูสูตก็กลายเป็น ปทปรมบุคคล เป็นผู้ที่รู้มากคือผู้ที่ท่องจำธรรมะพระพุทธเจ้าได้มาก แต่ไม่ได้บรรลุธรรม สอนคนอื่นอยู่ก็มาก หรือ มิจฉาทิฏฐิไปด้วย ท่องของพระพุทธเจ้าก็ท่อง แต่มิจฉาทิฏฐิออกนอกของพระพุทธเจ้าหมดเลย แถมไปหมด เอาของอรรถกถาจารย์ที่ผิดๆเพี้ยนๆ เก็บมาหมด อย่างปราชญ์ ของทางศาสนาพุทธ หรือแม้แต่ที่เรียนๆกันอยู่ เอาของอรรถกถาจารย์มาเรียนกัน พระไตรปิฎก ฉบับเดียวนี่แหละ ตีความให้แตกฉานไม่ผิดเพี้ยนจะดี แล้ว คุณเป็นคนผิดก็เลยเข้าใจที่ผิดของอรรถกถาจารย์ได้ ที่มันถูกคุณก็เข้าใจไม่ได้หรอก เพราะน้ำไหลไปหาน้ำ น้ำมันไหลไปหาน้ำมัน เป็นธรรมชาติธรรมดา จึงต่อทิฏฐิที่บานเป็นปากกรวยไปเรื่อยๆ อาตมา พยายามต่ออายุตัวเองให้ไปถึง 133 ปี Active ขนาดนี้มันพอจะไปถึงไหมล่ะ ได้ อาตมาว่าได้ แต่บางทีอาจจะไม่ถึงเพราะมันเมื่อยเหลือเกิน ประคองรักษาต่ออายุขันธ์มันเมื่อยๆจริงๆ ต้องอุตสาหะพยายามมากมีแต่สัมมาวายามะและสัมมาวายามะ พยายามแล้วก็พยายามหนัก เพราะฉะนั้นผู้ที่จะเข้าใจมหาบัวกระดูกเป็นพระธาตุ ก็ใช่ตายไปแล้วเหลือแต่กระดูกนอกนั้นก็เผาไปหมดแล้วมันจะไม่เป็นได้อย่างไร ใครก็เป็นได้ เอาหมูมาไก่ไปเผาสุดท้ายเหลือกระดูกมันก็เป็นได้ นอกจากจะเอาสัตว์ไม่มีกระดูกไปเผามันก็ไม่มีกระดูก เหลือแต่ขี้เถ้า เอาไอ้ตัวแมงกะพรุนมาเผา ไม่เหลือกระดูก ไม่มีอัฐิธาตุ แต่นี่เป็นคนมีกระดูกเผาแล้วมันก็ต้องเหลือ แต่ก็ไปงมงายสมมุติว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วมายืนย้ำอีกว่าพระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่ากระดูกที่แปลเป็นพระธาตุได้นั่นแหละต้องเป็นพระอรหันต์อย่างเดียวเท่านั้น โอ้ย!.. บาปกินหัว ขี้ตู่พระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสไว้ อาตมายืนยันว่าอาตมาตัดสินถูก อย่ามาเอาเรื่องนี้มาทำบาปให้แก่ตัวเอง เอาเรื่องที่ไม่ถูกต้องแล้วไปยืนยันว่าเป็นคำจากพระโอษฐ์เป็นคำตรัสของพระพุทธเจ้า มันบาปจริงๆนะคุณทำอย่างที่คุณเชื่ออย่างนั้นก็เป็นบาป บาปก็คือทำผิดต่อสัจจะ เพราะฉะนั้นอย่าทำ 650629 ตอบปัญหาผ่ามิจฉาทิฏฐิในชาวพุทธเมืองไทย พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ