ฌานเกิดจากปฏิบัติศีล เป็นอย่างไรให้ชัดเจน.docx
เนื้อหาในไฟล์
ฌานเกิดจากปฏิบัติศีล เป็นอย่างไรให้ชัดเจน _พ่อครูว่า... ฌาน คือจิตที่กำลังเกิดปัญญา ปัญญาก็คือพลังงานชนิดหนึ่งของจิต ฌาน ก็คือพลังงานอย่างหนึ่งของจิต ฌานคือปัญญา ปัญญาคือฌาน ที่ใดมีปัญญาที่นั่นมีฌาน ที่ใดมีฌานที่นั่นมีปัญญา คำว่าปัญญาคือ ความรู้แบบโลกุตระของพระพุทธเจ้า ฌานคือ ลักษณะของปัญญาที่เป็นโลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้า จะเกิดได้จากการปฏิบัติ ศีล อปัณณกปฏิปทา 3 ซึ่งเด็กๆของเราปฏิบัติอยู่ ส่วนเถรสมาคม นักปฏิบัติของสายโน้น ไม่มีใครได้ปฏิบัติเหมือนเด็กของเราหรอก เพราะ สำรวมอินทรีย์ เขาสำรวมเหมือนกัน แต่สำรวมเป็นสมถะ ย่างหนอ ก้าวหนอ อยู่กับลมหายใจหนอ อยู่กับรูปเท่านั้น ไม่ได้อยู่กับนาม แต่เด็กๆของเราได้รับการสอน ให้รู้จัก เห็นอะไรไม่ค่อยจะอยากได้ จนกระทั่งไม่บันยะบันยัง เด็กของเราจะไม่ตะกละตะกลาม ละลาบละล้วง โดยเฉพาะทุจริตถึงในการอยากได้จะต้องขโมยเอา ก็ไม่ทำ การไม่ขโมย สัมผัสแล้วเห็นแล้ว มีความอยากแต่ไม่รุนแรงจนถึงขั้น ไปละลาบละล้วงหรือขโมยเอา ไม่ถึง เพราะฉะนั้นเด็กๆของเราไม่มีขโมย เมื่อไม่มีขโมย จิตเป็นฌาน 1. จิตของเราไม่ทุจริต จากที่ศีลห้ามไว้ ตั้งแต่ศีล ข้อที่ 1 คนที่เห็นสัตว์แล้วไม่ฆ่า จิตเป็นฌานแล้ว ฟังดีๆนะ เด็กๆก็ฟังเข้าใจได้ ไม่ฆ่า แม้บางที จิตเรา ชักโกรธๆเหมือนกันนะ แต่ไม่ฆ่า นั่นจิตเป็นฌานแล้ว จิตไม่ละเมิดศีล แม้จะมีอาการโกรธหรือรัก ก็พยายามหักห้าม นั่นแหละคือการปฏิบัติศีล ทำจริงๆ หยุดจริงๆ คุณลืมตา คุณปฏิบัติธรรมดานี่แหละคือ ฌาน แล้วคุณได้หยุดอย่างนี้แหละคือ ฌาน แล้วเลิกอย่าให้ละเมิด ปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าสอนไว้ ศีล ที่ตั้งไว้ศีล 5 นี้ก็ได้ เห็นสัตว์แล้วไม่ฆ่า ไม่ทำร้าย ไม่เบียดเบียน ฌานทั้งนั้น ไม่ละเมิดศีลได้เป็นฌาน จนกระทั่งกระทบสัมผัสกับสัตว์ จิตเฉยๆ
อ่านต่อ
หรือยังไม่เฉย แม้จะอยากจะตบสักที อยากจะบี้สักที จิตห้ามได้ ก็คือคุณมี ฌาน 1 วิตกวิจาร จิตดำริ จะตบ ห้าม จาระ ห้ามพฤติของจิต ให้เป็นวิเศษ วิตกวิจาร ไม่ทำ คุณยับยั้งได้คุณเป็น ฌาน คือ ฌานคือ พลังงานลดละกิเลส ฆ่ากิเลส ทำลายกิเลส กิเลสอะไร กิเลสอยาก อยากฆ่า อยากทำร้าย ไม่ เด็กๆอยู่ที่นี่ มีกาม ยับยั้งกาม เหมือนกับนัยยะยับยั้งโกรธ ยับยั้งกาม ก็คือฌาน ผู้ใหญ่ก็เหมือนกันมาที่นี่ยับยั้งกามก็คือฌาน คุณยับยั้งได้ก็คือมีฌาน คุณยับยั้งได้จนเป็นปกติ ไม่ต้องยับยั้งอะไรเลย คือฌานสมบูรณ์ เป็นศีลสมบูรณ์ เด็กๆฟังเข้าใจไหม น่าจะเข้าใจนะอาจจะยากนิดหน่อย พยัญชนะอาจจะไม่ถึง แต่ว่าสภาวะอาจจะได้ เด็กๆฟังแล้วสภาวะอาจจะเกิด แต่เขาจะไปเทียบพยัญชนะอาจจะยาก แต่สภาวะเด็กฟังเข้าใจแล้วบ้าง บางคนอาจจะมาก แต่ถ้าไปกังวลในพยัญชนะ ก็ติดอีก ถ้าฟังไม่ติดพยัญชนะเลย เข้าใจดีแล้ว คำว่าฌานวิสัย เป็นอจินไตยของพระพุทธเจ้า ไม่รู้ได้ง่ายๆ ไม่เป็นได้ง่ายๆ จิตของพระอรหันต์มีฌานตลอดเวลาเป็นต้น ไม่ต้องไปนั่งหลับตา ไม่ต้องไปหาสถานที่อะไรที่ไหน อยู่กันธรรมดานี่แหละ มีฌาน 24 ชั่วโมง นอนหลับก็เป็น ฌาน ยิ่งสบาย ลืมตาแน่นอนก็เป็น ฌาน การปฏิบัติไปหลับตา ไม่เป็นฌาน ไปสร้างฌาน ด้วยการหลับตา ไม่ใช่ฌานของพระพุทธเจ้าเลย ฌาน เป็น อจินไตย เพราะมันไม่ได้เข้าใจได้ง่ายๆ มันนึกไม่ออกหรอก อาตมาเอาฌานที่อาตมาเอามาพูด ถ้าคนบอกว่าไม่ใช่ของพระพุทธเจ้า เหมาว่าฌานนี้ เป็นของอาตมา ของโพธิรักเท่านั้น คุณเอาไหม ฌานที่ อาตมาธิบายไปนี่ เขาบอกว่าไม่ใช่ของพระพุทธเจ้า คุณเอาไหม ..เอา สภาวะที่อาตมาออกมาอธิบายนี้คุณเอาไหม ส่วนฌาน ที่เขาบอกว่าเป็นของพระพุทธเจ้าที่บอกว่า ต้องไปนั่งหลับตานี้ ให้เขาเอาไปสิ ไม่ต้องไปแย่งกันก็สงบ แย่งไหม แย่งฌานแบบเขาไหม...ไม่ ก็ดีแล้วนี่ คือความสงบสัจธรรมของพระพุทธเจ้าที่มีจริงแล้ว ไม่ไปทะเลาะกับใคร เขาแย่งกัน ฌานของเขา โดยเฉพาะเขาเข้าใจเป็นทิฏฐิเดียวกัน สำนักนั้นมีรายละเอียดเก่งกว่าสำนักนั้น นั่นแหละเขาแย่งกัน เราไม่ต้องแย่ง เขาจะบอกว่าของเราไม่ใช่ เขาจะตัดเลยเขาไม่มาแย่งเราหรอก สู่แดนธรรม... สำนักที่เขาหลับตาและเห็นพระพุทธเจ้า สำนักแรก บอกว่าหัวแหลม อีกสำนักหนึ่ง บอกว่าหัวทู่ พ่อครูว่า... ตอนนี้ก็เลยแยกกันเป็นธรรมกาย 2 ธรรมกาย ธรรมกายของพระมหาเสริม ไม่รู้ยังมีชีวิตอยู่ไหม หรือตายแล้ว ธรรมกายที่อยู่ราชบุรี เพราะเกิดเห็นพระพุทธเจ้าหัวปุ้มกับหัวแหลม ต่างกัน ซึ่งเป็นนิมิตสร้างกันเองทั้งนั้นเลย และหลงว่าเป็นจริง แล้วก็เลยทะเลาะกันแยกทางกัน ง่ายๆ แยกทางกัน เหมือนกับเด็กๆ แย่งขนม เห็นแล้วน่าเอ็นดู ทะเลาะกันเหมือนเด็กจริงๆ พลังงานฌานหรือทำจิตให้เป็นพลังงาน ปัญญาคือฌาน ฌานคือปัญญา ปัญญา 8 นี่แหละคือ ฌานยอด อาตมากำลังเขียนหนังสือปัญญา 8 อย่างพิสดาร เขียนแล้วได้ขยายไปมากมาย เลยเห็นว่าตัวเองก็รู้มากไม่ใช่น้อย ก็เอามาที่อธิบายละเอียดลออ ต่อเนื่อง ซับซ้อน ยิ่งเห็นใจคนว่า จะเข้าใจได้ตามที่เราพยายามเขียน พยายามอธิบายนี้ไหมหนอ แต่มันจำเป็นที่จะต้องเขียนเอาไว้ ถ้าอาตมาไม่ทำแล้วไม่รู้จะให้ใครทำ ไม่มีใครทำ อาตมาก็ทำ ทำเราทำ ทำเป็นธรรม รามบูชาธรรม มันก็เป็นสัจจะที่จำเป็นต้องเป็นเช่นนี้ สรุปง่ายๆ พวกชาวอโศกเป็นคนมีฌานเป็นธรรมดา เป็นฌานที่เป็นปกติ ได้ฌาน 1 วิตก วิจาร คือการเคร่งคุม ต้องระมัดระวังอยู่มากสำรวมสังวร สำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ มันจะไม่ตื่น มันจะหลงใหล หลงผิด หลงเลอะ ไม่ตื่น ก็พยายามให้เกิดฌานตื่น เพียร ให้เกิดสติเต็ม ปฏิบัติให้ได้จากการสัมผัสอันนั้นอันนี้เกี่ยวกับอันนี้แล้ว และผู้ใด มีไหวพริบปฏิภาณ อ่านจิต ในขณะกระทบสัมผัสเสมอ นั่นคือ ผู้ปฏิบัติฌาน และเข้าใจถึงอาการของจิต เห็นจิต เข้าใจจิต กระทบสัมผัสแล้วเกิด เกิดรู้ขึ้นมาเรียกว่ารู้สึก เวทนา จับความรู้หรือความรู้สึกนี้ได้ เริ่มต้นแต่แค่ รู้สึกว่า เฉยๆ รู้สึกชอบ ชอบแรง อยากได้ หรือชัง รู้สึกชังแรงๆ เอาออกไปๆ ชังแรงๆ หรือ ชอบแรงๆ อยากแรงๆ มันก็รู้ง่าย แต่พวกเราชอบแรงๆ ชังแรงๆ น้อยลง นี้คือฌาน มีปัญญารู้ว่าไม่ชอบแรงแล้วนะ นี่ถ้าเผื่อว่าที่อื่นจะไปเหลือเหรอ ผลไม้ที่อยู่หน้าโต๊ะ เดี๋ยวเขายกไปหมด ยกไปแอบขโมยไปกิน ไม่เหลือซากเลย แต่ตั้งอยู่นี่ เฉย เพราะมีฌาน มีปัญญารู้ว่า อย่าทุจริตในศีลข้อที่ 2 นั่นคือผู้มีฌาน มีปัญญาในศีลข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 คือผู้ที่มีฌาน มีปัญญารู้แล้วและไม่ละเมิดสิ่งที่เป็นอกุศล สิ่งที่ผิด อย่างน้อยอยากได้ก็ต้องทนเอา อยากโกรธก็ต้องทนเอา อยากไม่ชอบใจก็ต้องทนเอา อยากชอบใจก็ต้องทำ คุณก็ต้องปฏิบัติอยู่กำลังสร้างฌาน ไปหลับตาแล้วไม่มีสภาวะอย่างนี้จะไม่ได้ปฏิบัติอย่างนี้ เพราะคุณหลับตาแล้วไม่ได้กระทบ ตาคุณไม่เห็นรูป หูคุณไม่ได้ยินเสียง จมูกคุณไม่ได้กลิ่น กลิ่นทุเรียนโชยมา คุณก็ไม่ได้ คุณจะได้ปฏิบัติขี้หมาอะไรเล่า คุณไม่ได้สังวรสำรวมอะไรเลย ไปดับมัน ดับอย่าง อสัญญี อย่างมิจฉานิโรธ ดับอย่างผิดทาง พูดอย่างนี้เขาจะสะดุ้งสะเทือนไหม พวกที่ยึดถือผิดกัน แต่เขาไม่ฟังหรอกไม่รู้แน่ แต่เขาฟังบ้าง จะรู้สึกว่าพระรูปนี้มาจากไหนเป็นใคร พูดอะไรอย่างนี้ ถ้าเขาไม่รู้ว่าเป็นใครเขาจะฟังบ้าง แต่ถ้าเขารู้ว่าเป็นโพธิรักษ์ เขาก็จะเห็นว่าเหมือนมีตราหัวกะโหลกไขว้ไว้แล้ว ว่า อันทัชเอเบิ้ล ห้ามแตะต้อง อย่าเข้าไปใกล้ เป็นพวกตาบู taboo ห้ามใกล้ ของน่าเกลียดน่ากลัว น่าขยะแขยง มันมาในยุคนี้อาตมาเกิดในยุคนี้ จึงแหม คนเข้าใจผิด คนเข้าใจเพี้ยน เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นดอกบัวเป็นกงจักร เห็นขี้เป็นทองคำ เห็นทองคำเป็นขี้ อาตมาเป็นทองคำแล้วเขาเห็นว่าเป็นขี้ แล้วเขาก็เอาขี้มาหลงเป็นทองคำ น่าสงสาร ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร สู่แดนธรรม... เด็กๆฟังไว้ พ่อครูว่า... เด็กเรานี่แหละปฏิบัติฌาน พวกพระป่าทางโน้นไม่ได้ปฏิบัติฌาน เขาปฏิบัติฌานฤาษี แต่เด็กของเราปฏิบัติฌานแบบพุทธ สู่แดนธรรม... พ่อท่านสอนแบบเข้มข้น เข้มข้นแรกเรียกว่า รูปฌาน ส่วนความเข้มข้นที่จางลงมาเหมือนน้ำซาวข้าวเรียกว่า อรูปฌาน ทำไมเรียกรูปฌาน เพราะเรายังข้องเกี่ยวกับรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส เราเป็นทาส รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส เพราะสัมผัสแล้วตัณหามันก็เกิด แสดงว่าการทำฌานคือทำไฟ ไปเผายางเหนียวของตัณหา ใช่มั้ยครับ 650627 สภาวะฌานของพุทธโดยพิสดาร รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 43