พ่อครูแตกฉานในธรรม แต่คนมิจฉาทิฏฐินั้นธรรมแตก.docx
เนื้อหาในไฟล์
พ่อครูแตกฉานในธรรม แต่คนมิจฉาทิฏฐินั้นธรรมแตก _*ไชยวัฒน์ สุริยะภักดิ์ * : อ่านแค่หนังสือก็คิดว่าตัวเองรู้ คิดเองเออเองจินตนาการเองทั้งนั้น เอาความคิดตัวเองทั้งนั้นมาพูด คนที่นั้งฟังก็เชื่อง่ายเกิน ถ้านั่งหลับตาผิด พระพุทธเจ้าท่านก็ทำผิด ดิ อ่านแค่หนังสือไม่เคยปฏิบัติยังกล้าพูด อ่านหนังสือแล้วบรรลุรู้แจ้งคงสำเร็จกันทุกคนละท่าน แบบนี้แถวบ้านเรียกว่าพวกธรรมแตก พ่อครูว่า... อาตมาเอาความจริงของตัวเองมาพูดจริง ไม่ได้เอาความจริงของเถรสมาคมมาพูดเลย หรือแม้แต่ปราชญ์เอกของยุคนี้อาตมาก็ไม่ได้เอาความจริงของท่านมาพูด อาตมาเอาความจริงของอาตมามาพูด จริงอีก อาตมาอ่านหนังสือพระไตรปิฎกนิดเดียวตัวเดียว 2 ตัว หรืออ่านไปพารากราฟ หนึ่ง ก็รู้ขึ้นมาเองเลย ของเก่ามันขึ้นมาทันที เพราะว่าอันนี้มันทวน มีบัญญัติเข้ามาให้อาตมา โอ้โห! รู้เองเลย เอามาพูดอยู่นี่เยอะแยะเลย แล้วเป็นความรู้ที่ถูกต้องของพระพุทธเจ้าด้วย ขอยืนยัน คุณไชยวัฒน์ จริงๆ คุณช่างรู้จังเลย บอกว่าคนที่นั่งฟังก็เชื่อง่ายเกิน แสดงว่าเขาฉลาด เขามีปัญญา คนมีปัญญามาฟังอาตมาก็เลยรู้สึกว่าใช่เลย คนที่ยังโง่อยู่ฟังแล้วฟังอีกก็ไม่เข้าใจกูไม่เชื่อ ฟังไม่เข้าใจกูไม่เชื่อ ก็คุณอยากโง่อยู่ทำไม ก็จริง ฟังดีๆนะคุณไชยวัฒน์อาตมาไม่ได้ว่าคุณ แต่พูดความจริงของคุณ ไม่ได้ตีไข่ใส่ไคล้ ไม่ได้พูดออกนอกความเป็นจริง เขาฟังแล้วมีปัญญาก็เลยเชื่อ ไม่เหมือนคุณฟังเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจ น่าสงสาร ส่วนของคุณระวังดีๆ ระวังคุณจะธรรมแตก ส่วนอาตมานั้นแตกฉานมานานแล้ว ระวังคุณจะธรรมแตก อาตมานั้นแตกเหมือนกัน แต่แตกฉาน จริงๆ ที่บอกว่า อาตมาทำแล้ว ผิดไปจากพระพุทธเจ้า ที่เขาว่า พระพุทธเจ้านั่งหลับตา นั่นถูก ก็เพราะนั่งหลับตานั่นแหละ พระพุทธเจ้าถึงได้รู้ชัดรู้จริงว่า อ้อ.. เร
อ่านต่อ
ามานั่งหลับตานั้นผิดท่านจึงรู้ชัดรู้จริง ท่านจึงตรัสรู้ แล้วก็รู้ว่า อ้อ.. ธรรมะพระพุทธเจ้านี้ ไม่ต้องนั่งหลับตา เพราะฉะนั้นออกมาป่า ตั้งแต่ท่านบวชเข้าป่าก็มีแต่พวกนั่งหลับตา นั่งคู้บัลลังก์ตั้งกายตรงดำรงสติคงมั่น ทำอานาปานสติก็นั่งเหลือแต่ลมหายใจระรวยระรินเข้าออก อยู่อย่างนี้เป็นกาย ตาเป็นกาย หูเป็นกาย จมูกเป็นกาย ลิ้นเป็นกาย ไม่รู้จักเลยจะขาดรอนๆ เหลือแต่ลมหายใจ เป็นกาย ระรวยระริน แล้วดีไม่ดี อวิชชา ดับลมข้างนอก เข้าไปดูแต่ข้างใน ไม่รับรู้ข้างนอกเลย ไปเลย เดียรถีย์กินหัวไปเลย ออกนอกรีตนอกทางกันไปหมด พระพุทธเจ้าต้องมากอบกู้เพราะเขาเป็นเดียรถีย์ออกป่ากันหมด จึงได้ยากมาก ถ้าหากอาตมาเกิดตอนนั้น ดึงเข้าเมืองดึงเข้าลืมตานั้นไม่ได้ แต่นี่อาตมาเกิดมาในยุคนี้ ที่จริงก็ผ่านมาหลายยุคแล้ว ที่ออกมาสืบทอดศาสนาพระพุทธเจ้าสมณโคดมนี้ก็ตาม เพราะฉะนั้นมาถึงยุคกึ่งพุทธกาลนี้ มันมีพุทธอยู่แล้วมาตั้งแต่ 2,500 กว่าปี ไม่ต้องพูดมากแต่ถล่มขย้ำขยี้ เต็มที่เลย อาตมาไม่รอไม่ยั้งมือเลย แล้วบอกว่า อ่านตัวหนังสือไม่เคยปฏิบัติ ไม่อ่านหนังสือ อาตมาก็รู้ตัวเองแล้ว ก่อนอาตมาจะมาบวช มาแสดงธรรม ตอนบวชมา คุณมาได้เห็นอาตมาตอนบวช แต่อาตมาตอนเป็นฆราวาสนั้นนั่งหลับตามาเท่าไหร่แล้วจนรู้ว่ามันผิด เพราะอาตมาปฏิบัติธรรมมาก่อนตั้งแต่เป็นฆราวาสก่อนจะมาบวช อาตมาจึงรู้ตัวว่าทำผิดมาแล้ว นั่งหลับตอนนั้นอาตมานั่งหลับตา โอ้โห! แม้แต่เป็นฆราวาส แต่ก่อนหลงทางไปเล่นไสยศาสตร์อยู่ 8 ปี มาปฏิบัติธรรมอีก 2 ปีประมาณนั้น ก็ไม่เอาแล้วเลิกเลย พออีก 2 ปีก็ตัดขาดจากทางโลก หยุด ทิ้ง ตัดขาดเลยไม่ได้เคยย้อนกลับไปหาทางโลกอีกเลย ก็มาทำงานทางนี้หมด เพราะฉะนั้นอาตมาดีที่ว่าได้อ่านธรรมะจากพระไตรปิฎกของพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นอ่านแม้นิดหน่อย ก็กล้าพูดเลย ยิ่งยืนยันให้อาตมา เลยบอกว่าอาตมาไม่ปฏิบัติ นั่นคุณพูดโดยไม่รู้จักประวัติอาตมา ไม่รู้หลัง ก่อนมาถึงวันนี้ Background ของอาตมา ถ้าจะย้อนกลับไปก่อนจะมาถึงวันนี้ คุณไชยวัฒน์ไม่รู้จักอาตมาเลย คุณก็พูดไปดุ่ยๆ ของคุณ อาตมามาทบทวนธรรมะของพระพุทธเจ้าอยู่ 2 ปี ก็รู้สึกเบื่อหน่ายทางโลก ปฏิบัติเลอะๆเทอะๆ อยู่ 8 ปี แล้วปฏิบัติจริงอยู่ 2 ปี ทำงานโทรทัศน์มาแล้ว จนกระทั่งสุดท้ายก็มาปฏิบัติก่อนจะออกจากโทรทัศน์ ทำงานโทรทัศน์อยู่ 12 ปี ซึ่ง 2 ปีสุดท้ายอาตมาเริ่มปฏิบัติธรรมอยู่ รู้กันทั้งหมดแหละ อยู่ที่นั่นก็รู้หมดว่า อาตมาปฏิบัติธรรม เป็นเพื่อนก็รู้จักกัน อาตมาก็เปลี่ยนแปลงจากที่เคยเป็นคนโลกๆ มาเป็นคนใหม่ เห็นชัด มีกายสักขีชัดเจน ใครเห็นใครก็รู้ จนที่สุดก็ตัดขาด เลิกจากทางโน้นมาทางนี้หมด ที่ว่า อ่านหนังสือแล้วรู้แจ้งคงสำเร็จหมดทุกคน.. ใช่ ถ้าใครอ่านหนังสือแล้วบรรลุแจ้ง ไม่ต้องคงสำเร็จหรอก แต่สำเร็จจริงๆ แต่ถ้าอ่านหนังสือแล้วโง่ต่อ ฟุ้งซ่านต่อ เพ้อเจ้อต่อ ก็ไม่สำเร็จ แต่อ่านหนังสือแล้ว บรรลุแจ้งก็สำเร็จสิ ฟังให้ดีนะอาตมาพูดความจริง อาศัยพยัญชนะของคุณ ดาบนั้นคืนสนอง ย้อนศรไปเสียบคุณ เป็นกิริยา อาการที่อาตมากำลังทำอยู่กับคุณ ใช่ พวกคุณต้องเป็นอย่างนั้นธรรมะแตกฉาน อาตมายิ่งอ่านแล้วยิ่งแตกฉาน นี่พูดความจริงสู่ฟัง อาตมาไม่เคยพูดคำไม่จริง อาตมาพูดคำใดเป็นความจริงทั้งนั้น อาตมาแตกฉาน ยิ่งอ่านยิ่งแตกฉานนจริง อาตมาอ่านพระไตรปิฎก อ่านซักบรรทัด อ่านหลายบรรทัด อ่านพารากราฟหนึ่ง อ่านหน้าหนึ่ง บทหนึ่ง ได้เรื่องมาอธิบายขยายความของพระพุทธเจ้ามา สนุกจริงๆ เพราะฉะนั้น คุณพูดมาก็ถูกทั้งนั้น แต่คุณนึกว่า อาตมาผิด มันเป็นความนึกคิดของคุณ มันเป็นความเข้าใจของคุณ ที่คุณมองอาตมาไปในแง่ว่ามันผิด แต่ที่อาตมาทำอยู่นี้อาตมามีแต่ถูกกับถูก ไม่มีผิดเลย แต่คุณมองไม่ออก ก็ตั้งใจศึกษาเพื่อที่จะรู้ความถูก อย่าไปหลงมัวเมาวนเวียนอยู่ในความผิดเลย คุณไชยวัฒน์ ถ้าคุณไชยวัฒน์นี้เปิดจิต ปรโตโฆษะ ฟังแล้วอ๋อ! รู้ว่าโพธิรักษ์สัมมาทิฏฐินะ ถ้าคุณเปิดจิต ปรโตโฆษะ ฟังเสียงอาตมา แล้วคุณก็ฟังจะรู้ว่าคนนี้สัมมาทิฏฐินะ คุณพร้อมเลย ทั้ง ปรโตโฆษะ สัมมาทิฏฐิได้ทันที แล้วคุณก็จะ โยนิโสมนสิการเป็น ปฏิบัติจิตเป็น แต่นี้คุณยังปฏิบัติจิตไม่เป็น แม้ตัวหนังสือ คุณก็ยังสับสน ไม่ถูกไม่ผิด มันยิ่งกว่าถูกผิดนะ แต่คุณอ่านหนังสือนั้นคุณยังไม่ถูกไม่ผิด ที่จริงคุณยึดความไม่ถูกไม่ผิดมาเป็นความผิดหมด นี่ การพูดของอาตมาเป็นโวหารให้ฟังให้ดีๆ อาตมาไม่สงสัยในสภาวะ อาตมาใช้พยัญชนะวนสลับไป สลับมา ให้คุณฟัง ไม่พูดอย่างที่สำนวนคนอื่นพูด พูดอย่างสำนวนอาตมาหมุนรอบเชิงซ้อน เพราะเอาดำมาพูดก่อนขาว เอาขาวมาพูดก่อนดำ โลกเขานิยมพูดดำก่อนขาว หรือขาวก่อนดำ อาตมากลับจากเขา ฟังแล้วจะสะดุด จะเห็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นตั้งใจฟังให้ดีๆ ยินดีต้อนรับ ลงทะเบียนแฟนคลับก็แล้วกันนะ เป็นแฟนคลับอาตมาหน่อย FC กันหน่อย อาตมาไม่ได้ทำเหมือนกับ โทรทัศน์ช่อง Top News เขา เขามี Topfan 650629 ตอบปัญหาผ่ามิจฉาทิฏฐิในชาวพุทธเมืองไทย พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ