สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามศัพท์) ตอน คนบ้าคือคนเช่นไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.60 KB
วันที่แก้ไข29 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามศัพท์) ตอน คนบ้าคือคนเช่นไร _คำถามนี้เป็นสิ่งที่ค้างคาใจของใครหลายคน คำถามว่า ทำไมที่ บ้านราชฯเราถึงชอบอนุเคราะห์ช่วยเหลือคนที่จิตไม่ปกติหรือแนวบ้าๆคะหลวงปู่ ? พ่อครูว่า.. ใครหนอ เป็นคนลักษณะพวกนี้ คำว่า จิตไม่ปกติหรือบ้า คนที่คิดไม่เหมือนคนอื่นคนที่ยึดถือไม่เหมือนคนอื่น ยึดถือไปแล้วก็จมอยู่ในอัตตา คนนี้บ้าแน่นอน ยึดถือความเห็นยึดถือความเข้าใจแล้วก็อยู่กับหมู่ แล้วยึดถือทิฏฐิตัวเองอันนี้เป็นอัตตามานะ แต่ก็พูดเรื่องอื่นกับคนอื่นรู้เรื่องอยู่แต่เรื่องที่ตนเองยึดถือก็พูดไม่รู้เรื่องแม้แต่หมู่ใหญ่ก็จะเห็นเป็นเช่นนี้ ก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามหมู่ใหญ่ จะขวางโลก ขวางลำอย่างนี้ คนนี้ถ้าทำอะไรผิดแปลกไปมากมันก็ดูแปลกจริงๆ ก็ต้องให้เขาเรียกว่าบ้า ประมาณมีความพิลึกวิตถาร บ้าบอไม่เหมือนหมู่ มันไม่กลมกลืน มันไม่อยู่ในลักษณะที่เป็นหนึ่งเดียว มันมีตัวแตก ตัวแปลกแตกต่าง เพราะฉะนั้น นี่แหละคือความวิตถารลชนิดหนึ่งของคนที่เขาเรียกว่าศิลปิน ซึ่งมันไม่ใช่มันเป็นการหาความแปลกแตกต่าง แล้วก็ ซ้อนเป็นกิเลส เป็นอัตตาฉัน ว่าฉันต้องมีเอกลักษณ์ มีสิ่งแปลกส่วนตัวที่ไม่เหมือนใครนี่เป็นประเด็นใหญ่ ที่พวกที่ไม่ใช่ศิลปะหรอก เป็นศิลเปรอะเลอะเทอะ เขาเอาแค่นี้มาซะ ประเด็นของศิลปะนั้นไม่ใช่ไม่เหมือนใครเท่านั้น มันไม่เหมือนใครคือไม่เหมือนกับโลกที่เขาเป็นกัน ไม่ใช่เป็นโลกจินตาคิดให้แปลกเท่านั้น แต่ไม่เหมือนใครที่เป็นของศาสนาพุทธที่ไม่ใช่เรื่องบ้าคือ ไม่เหมือนใครก็คือ โลกุตรจิตอย่างเดียวเท่านั้น โลกุตระจิตคือ รู้กิเลส ทำให้กิเลสลดหมดได้ นอกนั้นไม่ใช่เลยอันนี้แหละเป็นเรื่องของจิต อัญญธาตุ เป็นความหลุดพ้นเป็นปัญญาธาตุรู้ ไม่ใช่โลกียะ ที่เป็นธาตุรู้ของปุถุชนทุกคนหมุนอยู่ในความดีความชั่ว จะเป็นรู

อ่านต่อ

ปรสกลิ่นเสียงสัมผัส สวยงามสูงส่ง ลาภยศสรรเสริญมาก แม้แต่แปลกมากๆ แปลกประหลาดมากๆก็อยู่ในโลกีย์ แปลกประหลาดของโลกุตระก็มีเรื่องจิตที่นอกจากโลกธรรม ไปเท่านั้น เป็นจิตอื่นที่แยกโลกียะออกจากโลกโลกุตระได้ นอกนั้นยังเป็นความแปลกที่เป็นโลกียะบ้าบอทั้งสิ้น _ส.คิดถูกว่า...สรุปคือคนมีจิตยังไม่ปกติเท่านั้นเอง พ่อครูว่า...คุณเอาปกติ กับบ้า มาคู่กัน ผมก็นิยามให้ฟังว่า บ้าคือความแปลกที่อยู่ในโลกียะ ถ้าแปลกคือมีจิตมีปัญญารู้กิเลส แล้วทำให้กิเลสลด รู้จักตัวกิเลส คือสักกายะ เรามีธาตุรู้ที่ไปรู้ตัวกิเลส ตัวตนอัตตาก็คือตัวจับได้ยังไม่สงสัยพ้นวิจิกิจฉา นี่คืออาการของกิเลสตัวตนของกิเลสมันไม่มีรูปร่าง มันมีอาการ เรากำหนดหมายรู้เองว่า อาการอย่างนี้ไม่มีสีสันรูปร่างแต่เป็นอาการของจิต อย่างไม่ผิดเพี้ยนไม่ไปละเมิดอะไรเลยพ้นวิจิกิจฉา แล้วคุณก็มีทฤษฎีเรียกว่าศีลพรต หรือสัมปทาวิธีการให้กิเลสลดด้วยวิปัสสนาวิธีวิปัสสนาญาณนั่นแหละคุณก็ทำ ถ้าคนไม่ได้ทำ รู้ทฤษฎี ศีลพรตแต่ไม่เอาจริงก็เรียกว่า สีลัพพตปรามาส อาจเป็นโสดาปัตติมรรค พ้นสังโยชน์3 แต่ไม่เอาจริง เล่นหัวกิเลสอยู่ ต้องเอาจริงให้กิเลสลดได้ ลดได้เข้าข่ายโสดาบัน แต่ถ้าลดหมดก็เป็นพระอรหันต์

_ส.คิดถูก...คนบ้า เราชอบเรียกคนไม่ปกติว่าคนบ้า แต่ถ้าคนบ้านี้ตั้งใจปฏิบัติให้จริงจะสามารถบรรลุธรรมหรือไม่ พ่อครูว่า...ก็ได้ ถ้าบ้านี้ ไม่ทำให้เกิดเดือดร้อนอะไรมากมายก็อยู่ไปเถอะ บ้าคือพิลึกพิเรนไม่ทำให้เดือดร้อนอะไร ท่านก็ให้อยู่ในอธิกรณสมถะ5 อมูฬหวินัย แม้กฎหมายทางโลกก็ยังอนุโลมให้คนบ้าเลย คือการบ้าที่ไม่ทำความเดือดร้อนให้แก่ใคร แม้แต่เดือดร้อนที่สุดถึงขั้นฆ่าคน กฎหมายก็ยังพิจารณาสิ่งแวดล้อมแล้วปล่อยไป ให้มันบ้าอยู่ในที่กว้างดีกว่าดีกว่าขังในที่แคบ ก็อธิกรณสมถะ อมูฬหวินัยก็ยกไว้ไม่เอาโทษกับคนบ้า 620708_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 57

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน