ธรรมะ 12 วิ จากพ่อครูในวันสิ้นปี.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.31 KB
วันที่แก้ไข31 ธันวาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

ธรรมะ 12 วิ จากพ่อครูในวันสิ้นปี เขาเอา วิ มาให้อาตมาดู ให้อาตมาพูดธรรมะ 12 วิ เขามีกำหนดการมาเลย สำหรับอาตมา และอย่าใช้คำว่าหมายกำหนดการ ใช้คำว่ากำหนดการได้ หมายกำหนดการใช้เฉพาะพระเจ้าแผ่นดินและพระราชวงศ์ พวกเรานี้ใช้กำหนดการเฉยๆ โดยกำหนดการมาให้อาตมา อาตมานี้ใครจะเอาอะไรมาอาตมาพูดได้ทั้งนั้น

วันนี้อาตมาจะแสดงธรรมส่งท้ายปีเก่า ด้วย “ธรรมะ 12 วิ” และจะปิดท้ายสรุปธรรมะทั้ง 12 วิ นี้ด้วย “ธรรมะอะไร วะ”

เดือนนี้คือเดือน 12 เป็นเดือนสุดท้าย เขาเลยจัดให้อาตมาเทศน์แค่ 12 วิ ก็พอ คือ 1. วิมาน (ชุมชนมีศีล5 เป็นเทวดาที่มีสุข) 2. วิโมกข์ (ชาวศีล8 รักษาศีลพรหมจริยา) 3. วิมุติ (ศีล10 เป็นผู้พากเพียรเพื่อการไม่กลับมาเป็นอย่างชาวโลกีย์อีก) 4. วิหาร (ศีลบุคคล คือ หลุดพ้นแล้ว บริสุทธิ์แล้ว จึงเป็นอยู่อย่างธรรมดาด้วยศีล)

ที่เป็นชุมชนที่มีความสุขสบาย (สัปปายะ) เช่นนั้นได้ เพราะขจัดสิ่งที่ไม่ดีเพียง 4 วิ คือ 5. วิปลาส 7 (สัญญา, จิตตะ, ทิฐิ, ไม่เที่ยงว่าเที่ยง, เป็นทุกข์ว่าสุข, ไม่ใช่ตัวว่าเป็นตัว, ไม่ดีงามว่าเป็นดีงาม) 6. วิปริต (แปรปรวนเป็นอื่นไปจากความสงบสุข) พูดส่งท้ายปีเก่าพวกเรานี้ไม่วิปริตพวกเรามาฟังทำให้หน้าเห็นตากัน ดี เดี๋ยวไปดูหน้าตาเจ้าที่เกิดใหม่เมื่อตอนตี 2.36 น. ตัวแดงๆ เกิดใหม่ไปดู (น้องปุณย์) 7. วินาศ (ย่อมพังทลาย เสื่อมไป) โดยเขาไม่รู้ความวินาศ แล้วคนที่เต็มที่สุดคืออะไร ใครตอบได้บ้าง เต็มที่สุดคือ สูญ คนที่เต็มที่สุดคือ 0 สูญ คือ Infinity เพราะฉะนั้นมันไม่เต็มที่สุดมันวินาศอยู่ตลอดกาล จนกระทั่งที่สุด วินาศสันตะโร 8. วิสันตโร (หาความหยุดไม่ได้ สงบไม่ได้ จึงวุ่นวายตลอด) ไม่สันติ

เมื่อขจัดได้แล้ว จึงดำรงอยู่อีก 4 วิ คือ 9. วิสุทธิ์ (ความหมดจด

อ่านต่อ

) 10. วิศิษฐ์ (เป็นเลิศ)ยอดเยี่ยม 11. วิเศษ (ไม่มีสิ่งเหลือ) ไม่มีอะไรเหนือกว่า 12. วิสัย (อาศัยสิ่งที่ไม่มีแล้วเป็นความเห็นนำทาง) มาเป็นตัวเรา สยัง มีอภิญญามีปัญญามีความรู้ไปตามลำดับที่เป็นความรู้โลกุตรธรรม เป็น สยังอภิญญาไปตามลำดับ วิ คือไม่ ที่ไม่คือไม่มีที่มีก็มีอย่างยิ่ง วิ มีความหมายเป็นทวิ หรือเทวะ มีความหมาย 2 อย่างในตัวมันเอง สิ่งที่ไม่ก็ไม่เลยสิ่งที่มีก็มีเยอะ วิ จึงเป็นวิเศษ วิสุทธิ์ วิศิษฏ์ เพื่อสร้างอีกหลายวิตามมาอีก เช่น วินัย วิปัสสนา วิภวตัณหา(ต้องเรียนรู้ตั้งแต่ กามภพ…) วิตักกะ วิจาระ วิหิงสา วิหรติ วิกาล วิสามัญ วิบาก ช่วยทำวิจิกิจฉาของคนอื่นให้วิบัติ ฯลฯ วิภวตัณหา(ต้องเรียนรู้ตั้งแต่ กามภพ…)จนหมด กามภพ ภวภพ จนเป็น วิภวภพ คือ เป็นผู้ที่ไม่มีภพผู้หมดภพแล้ว แต่เป็นวิภวภพ เป็นำภพที่ไม่มีสิ่งที่ไม่มี แต่มีสิ่งที่ควรมีได้อย่าง วิเศษ วิสุทธิ์ วิศิษฏ์ ผู้ที่มีตัณหาเป็นตัณหาอุดมการณ์เป็นตัณหาที่เรียกว่า “วิภวตัณหา” เป็นตัณหาที่ยิ่งใหญ่ที่อาตมาเคยพูดแล้วควรว่าอาตมาตั้งแต่แรกๆ เดี๋ยวนี้ไม่กล้าว่าแล้ว อาตมาบอกว่าพระพุทธเจ้านี้เป็นสุดยอดวิภวตัณหา เขาก็บอกว่าไปว่าพระพุทธเจ้าอีกว่ามีตัณหา ตัณหาเป็นคำกลางๆ ตัณหาแปลว่าความอยากความปรารถนา พระพุทธเจ้ามีความอยากความปรารถนา พอบรรลุรู้ตัวเองว่าเป็นพุทธเจ้าแล้วมารก็เลยมาอาราธนา เป็นพระพุทธเจ้าแล้วรู้ตัวก็ตายเสียสิ พระพุทธเจ้าบอกว่ามารเราตายไม่ได้ เรายังไม่ตายเพราะว่าเรายังไม่ได้สถาปนาธำมรงค์ไปให้แก่มนุษยชาติให้เกิดให้ตั้งอยู่ ไม่มีมนุษยชาติรับได้จนกระทั่งเป็น ปรับวาทะ มนุษย์อื่นไม่ได้จำแนกได้อธิบาย ได้สาธยาย ได้ให้พูดให้เป็นที่รู้จักนำมาใช้อาศัยในมนุษยชาติ ให้เป็นธรรมะที่มนุษยชาติรับไว้ แล้วก็เอาไปใช้ กันอยู่ ให้สมบูรณ์แบบก่อนที่เราจะตาย ชุมชนของเราสร้างกันมาได้อย่างเปิดเผย ตั้งอยู่ในที่สว่าง แต่ชาวโลกีย์ก็ยังไม่อาจเห็นได้โดยง่าย จึงเห็นเป็นสิ่ง “ลี้ลับ” เพราะอยู่ห่างไกลหลายหมื่นลี้ จึงลี้ลับสำหรับผู้ไปไม่ถึง และมาไม่ถึง / แต่พวกเขากลับไปเข้าถึงความ “ลึกลับ” ซึ่งลึกจมบาดาลแค่ไหน มืดลึก,มืดลับแค่ไหน ก็อยากไป

แต่เมื่อมองมาทางชุมชนชาวอโศก เขากลับงงว่า นี่มันธรรมะอะไร”วะ” ? จริงๆ แล้ว เราก็สอนสร้างดำเนินรอยตามพระพุทธเจ้า ที่สอนด้วย”วจนะ”ครั้งแรกจนได้พระอัญญาโกณฑัณญะขึ้นมา จนเกิดพุทธอุทานคำว่า วะ เป็นครั้งแรกว่า “อัญญาสิ วตโภ โกณฑัณโญ” นี่แหละคือ ธรรมะอะไร”วะ” ที่เกิดมาพร้อมกับคำอุทานระบุว่า “หนอ” คือ ท่านโกณทัณญะรู้แล้วหนอ เมื่อจบธรรมะอะไรวะ สำหรับพวกเราแล้ว ก็ “ค่อยยังชั่วหน่อย” คือ เข้าไปยับยั้งมิให้พวกนักการเมืองทำชั่วได้สะดวก ฯลฯ

631231 ธรรมะรับอรุณโดยพ่อครู งาน ว.บบบ.เพื่อฟ้าดิน ครั้งที่ 8

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน