วัตถุ พฤติกรรม และจิตวิญญาณของโลกีย์เปรียบกับโลกุตระ.docx
เนื้อหาในไฟล์
วัตถุ พฤติกรรม และจิตวิญญาณของโลกีย์เปรียบกับโลกุตระ _พ่อครูว่า... 1. วัตถุ 2. พฤติกรรม 3. จิตวิญญาณ เพราะฉะนั้นวัตถุที่เป็นปืน เป็นอาวุธปืน ระเบิด เป็นอาวุธนิวเคลียร์อะไร อาตมาว่า คนที่ยังมืด คนที่ยังงมงาย คนที่ยังไม่ตื่น คนที่ยังหลงใหลคนที่ยังมีอัตตา คนที่ยังมีความรุนแรงจะเอาชนะคะคาน คนที่ไม่รู้จักแพ้ เขาจะทำอันนี้จะสร้างอาวุธขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้น ประเทศไทยนี่อย่าไปน้อยอกน้อยใจหรือไปรู้สึกด้อย ไปด้อยค่าว่าประเทศไทยไม่ได้สร้างอาวุธ สร้างอาวุธไม่เป็น อย่าไปน้อยใจอย่าไปเสียใจ อย่าไปด้อยค่าตัวเองเลย ดีแล้วล่ะสร้างอาวุธไม่เป็น ให้มาสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหาร ให้มันอุดมสมบูรณ์ให้มันมีปริมาณมากคุณภาพดีไปให้เยอะๆจริงๆ เลี้ยงโลกไปเลย โลกทั้งโลกนี้เราเลี้ยงได้ครึ่งโลกเลยก็ดีแล้ว ถ้าเราทำพืชพันธุ์ธัญญาหารได้ แล้วเรามีเหลือเฟือเหลือ แจกหรือขายอย่างถูก ในหลักเศรษฐศาสตร์ เราแลกเปลี่ยนถูกที่สุด ต่ำกว่าราคาทุน หรือแจกฟรี ถ้าในเกณฑ์ของเศรษฐศาสตร์ 1. แจกฟรี 2. ราคาต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ 2 อันนี้คือผู้ประเสริฐทางเศรษฐศาสตร์ แจกฟรีหรือแม้จะขายก็ขายให้ราคาต่ำที่สุด แน่นอนต่ำกว่าราคาทุนหรือราคาตลาดแน่นอนอยู่แล้ว ต่ำที่สุดเท่าที่จะต่ำได้ จนใกล้กับแจกฟรีให้ได้ นั่นคือผู้ที่เก่งทางเศรษฐศาสตร์ ทางเศรษฐกิจที่สูงสุด เศรษศาสตร์เศรษฐกิจที่สำคัญจะให้รวยนั้นมันแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่จบหรอกมันเป็นไปไม่ได้ด้วย การแก้ปัญหาที่จะให้คนไปรวยๆให้หมดนี้ เป็นไปไม่ได้ ต้องแก้จิตให้มามักน้อยสันโดษจน คนมันจนเพราะว่าคนมันไม่เข้าใจ ที่จริงแล้วมันอยากรวยทั้งนั้น 1.อยากรวยแล้วมันรวยไม่ได้เพราะมันจำนน ก็เลยต้องยอมทนอยู่อย่างนั้น ก็ต้องมาเข้าใจว่าจนนั้นดีแล้ว 1.อย่าเป็นหนี้ 2. มีการสร้างสรรค์เลี้ยงตัวเองรอด 3. สร้างใ
อ่านต่อ
ห้เหลือให้เกินให้มากเท่าไหร่ยิ่งดีเกินกินเกินใช้ของตน 4. สะพัดแจกจ่าย หรือขายให้ถูกที่สุด 4 ขั้นนี้ ก็บอกก็พูดมาไม่รู้เท่าไหร่ นี่คือคุณสมบัติความประเสริฐของมนุษย์ของสังคมที่ทำได้ ชาวอโศกเราทำได้ _สู่แดนธรรม... ทุกข้อเสนอที่พ่อท่านนำเสนอในรายการวันนี้ ล้วนแต่เป็นความประเสริฐที่ทวนกระแสโลกทั้งนั้นเลย พ่อครูว่า... ใช่ เพราะฉะนั้นเมื่อทำได้แล้ว และวัตถุที่สร้าง แทนที่จะสร้างปืนระเบิดหรือเครื่องมือฆ่าคน ไปสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารที่เป็นปัจจัย 4 ของมนุษย์ มาสร้างอันนี้จึงเป็นสุดยอด ฉะนั้นเราก็เชื่อพระพุทธเจ้าแล้วก็ทำ และอีกอันหนึ่งก็คือสำคัญมาก คนเรานี่ไม่ต้องกลัวตาย เพราะตายไปแล้วถ้าคุณยังไม่ยอมจบ 1. ถ้ากิเลสไม่หมด อย่างไรคุณก็ต้องมาเกิดอีกตามวิบาก ถ้ามีวิบากเร็วมันก็ยิ่งแย่ ถ้าวิบากดีเกิดอีกก็ยิ่งดีต้องเกิด 2. คูณเป็นอรหันต์แล้ว ตายอย่างปรินิพพานเป็นปริโยสานไม่ต้องเกิดอีกได้ คุณก็ตายไปถ้าคุณจะจบ เลิกเลยทำตัวเองตาย ปรินิพพานเป็นปริโยสาน แยกจิตนิยามเป็นดินน้ำไฟลมได้เลย แต่ถ้าคุณจะเกิดอีก หลักประกันที่คุณจะไม่ทำบาปทำชั่วอีกก็มีแล้ว แล้วก็เป็นผู้ที่จะเผยแพร่สิ่งที่ประเสริฐสิ่งที่ตัวเองมีเป็นสิ่งที่ดีแล้ว ตัวเองก็จะพัฒนาสูงขึ้นไปจนเป็นพระพุทธเจ้าสูงที่สุด อย่างอาตมาเกิดมาในถึงขั้นโพธิสัตว์ กำลังจะเป็น อภิภู เป็นมหาโพธิสัตว์ขึ้นไป เป็นเรื่องจริงไม่ได้พูดเล่น ไม่ได้พูดพล่อย ไม่ได้พูดหลงตัวหลงตนด้วย พูดความจริงที่จริงที่สุด แล้วอาตมาจะพูดอย่าง อาสโภ พูดอย่างกล้าหาญ ไม่ได้พูดอย่างย่อหย่อน เหยาะแหยะ หวาดหวั่นเลย พูดอย่างเต็มที่ เต็มสภาพเลย เพราะฉะนั้น สัจจะที่อาตมาเป็นได้นี้ มันไม่ใช่เรื่องฟลุ๊คๆ ไม่ใช่เรื่องไปเสแสร้ง ไม่ใช่เรื่องไปขโมยใครเขามา มันต้องมีในตัวเองเต็มที่ จริงจัง แล้วก็แสดงออกอย่างจริงจังแล้วก็อยากให้คนอื่นๆ มาศึกษามาเป็นอย่างนี้ แล้วพระพุทธเจ้าท่านได้ค้นพบในสิ่งที่ดีงาม อาตมาก็ต้องมาทำตาม ก็ได้อย่างนี้ มันเห็นประโยชน์ อาตมาเห็นว่า ยังมีอัตราการก้าวหน้าในสังคมมนุษยชาติ มันมีการพัฒนาก้าวหน้าอยู่ในมนุษยชาติ แม้แต่สถิติมันจะไม่ใหญ่ ไม่มากไม่น้อย ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ มันจุดศูนย์อยู่นั่น ก็ต้องพัฒนา ถ้าให้ทางนักรัฐศาสตร์ หรือนักเศรษฐศาสตร์เขาคิด ทำให้มนุษย์เจริญขึ้นมาได้สักกี่เปอร์เซ็นต์ โอ้โห มนุษยชาติ 7 พันล้านในโลก ถ้าจะอย่างนั้นจะเป็นทศนิยม.0001 เลย อาตมาไม่ท้อนะ แม้ทศนิยมน้อยเท่าไหร่ อาตมาก็ไม่ท้อ เพราะว่ามันเป็นสิ่งสุดยอดถ้าเกิดไม่มีอะไรดีเท่านี้อีกแล้ว ไม่มีอะไรจะทำอะไรก็ทำเท่านี้แหละทำไปให้นานด้วย ยิ่งได้น้อยยิ่งจะต้องพากเพียร ทำให้มันมากมันหนักก็ต้องทำเต็มที่ จะเห็นได้ว่าแม้แต่บางทีอาตมาเจ็บป่วย ท่านปัจฉาฯก็นิมนต์พัก อาตมาก็บอกว่าพอได้ก็ทำไป จริงๆแล้วไม่ได้ทรมานตนเองหรอก มันเป็นเรื่องน่ารำคาญ ทรถะ ไม่ใช่กิลมถะ _สู่แดนธรรม... พ่อท่านพูด หมายถึงอุปสรรคทางร่างกายใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... อาตมายอมรับอันนี้ เป็นทรถะ เราไม่ได้ติดใจอะไรมากมาย ไม่ถึงลำบากลำบน ไม่ถึงขั้นทรมานอะไร เป็นกิลมถะ อาตมาไม่เป็นเลือดอรหันต์ อาตมาเป็นเลือดโพธิสัตว์ ตั้งปณิธานเป็นโพธิสัตว์ จึงต่างกันกับผู้ที่ตั้งจิตอรหันต์ พูดจริงๆแล้วอรหันต์นั้นเห็นแก่ตัว อรหันต์เป็นแนวคิดที่ไม่ดี เห็นแก่ตัว เจาะช่องน้อยแต่พอตัว เอาตัวรอด มันเป็นแนวคิดที่ไม่ดีเลย _สู่แดนธรรม... ผมเคยจำได้นานมาแล้ว พ่อท่านเคยพูดบอก ถ้าคุณเป็นอรหันต์แล้ว ต่อจากนั้นไปคุณจะรู้เองว่าจะทำอะไร ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าคำตอบคืออะไร ตอนนี้พอจะเห็นทางว่า ควรมาบำเพ็ญโพธิสัตว์ เพราะไม่มีอะไรประเสริฐกว่านี้อีกแล้ว พ่อครูว่า... ไหนๆคุณก็ได้เกิดมาเป็นคน มีจิตนิยามแล้ว มีอัตตาตัวตน แล้วคุณก็ศึกษาฝึกฝน อัตตาตัวตน จนกระทั่งก็เป็น อัตตาตัวตนของพระโพธิสัตว์ ถือว่าเป็นภาษา อัตตาตัวตน มีตัวตนที่ไม่มีตัวตน ภาษาว่า มีตัวตนที่ไม่มีตัวตน เป็นอรหันต์แล้วไม่มีตัวตนแล้วหมดตัวตน สูงไปกว่านั้นก็ยิ่งไม่มีตัวตนใหญ่ แต่มันมีภาวะซับซ้อน ดูเหมือนมีตัวตน ดูเหมือนอวดตัวอวดตน ดูเหมือนแสดงเอาชนะคะคานคนอื่น แต่ไม่ ไม่ได้เอาชนะคะคานใคร เพราะมันเป็นเชิงข่ม ไปรุกคนอื่น ไปทำให้คนอื่นรู้สึก จริง มันต่ำกว่า อันนี้สูงกว่า ก็เลยดูเหมือนข่ม ซึ่งมันเป็นสัจจะที่เลี่ยงไม่ได้ ความจริงของสิ่งที่สูงกว่าย่อมข่มความจริงที่มันต่ำกว่า มันเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องพูดความจริงอันนั้น เมื่อพูดความจริงอันนั้นมันออกมาประจาน คุณทำใช่ไหม คุณทำคุณข่มใช่ไหม ก็ใช่น่ะสิ ก็เป็นความจริงที่ดีมันก็ต้องข่มความต่ำ เป็นธรรมชาติที่ถูกต้อง ที่ประเสริฐแล้ว เพราะฉะนั้น สิ่งที่อาตมาจะทำอยู่นี่ต่อไป คนจะค่อยๆเข้าใจมากขึ้น อาตมาว่าคนยังเข้าใจได้น้อย จึงยังไม่อยากตายง่ายๆ ยังไม่สมควรตาย 651010 วัตถุ พฤติกรรม และจิตวิญญาณของความยุติที่ยิ่งใหญ่ รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 58