ช่วงชีวิตของผู้มีอวิชชาต่างกับผู้มีวิชชาอย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
ช่วงชีวิตของผู้มีอวิชชาต่างกับผู้มีวิชชาอย่างไร พ่อครูว่า... วันนี้วันพุธที่ 12 ตุลาคม 2565 ที่บวรราชธานีอโศก แรม 2 ค่ำเดือน 11 ปีขาล ได้เรียกขานวันว.เวลาน. เวลาน.ก็คือน้ำท่วม วันนี้ใกล้จะถึงวันพรุ่งนี้แล้ว วันพรุ่งนี้คือวันที่ 13 ตุลาคม ใครจำได้ไหมเอ่ยวันสำคัญอะไร เป็นวันที่เราได้สูญเสียพ่อของประเทศ 13 ตุลาคม 2559 ปีนี้ก็เป็นปีที่ 6 ย่างเข้าปีที่ 7 ไปแล้ว ผู้ที่ตายแล้วได้ฝากความดีงาม ความประเสริฐ เอาไว้ให้แก่มวลมนุษยชาติ เช่นพระพุทธเจ้าสิ้นพระชนม์ไปหรือปรินิพพานไป มีความยิ่งใหญ่ ผู้ที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมมนุษยชาติ ที่เป็นคุณค่าอย่างมากที่แท้จริง ตามสัจธรรมสัมมาทิฏฐิ สิ้นพระชนม์ไปหรือตายไป หมดกรรมกิริยาของท่านไปเสีย แน่นอน ท่านจะจบชีวิต จะต่อภพภูมิต่อไปอีกหรือไม่ นั่นเป็นเรื่องอีกเรื่องนึงที่ว่ากันไป แต่ว่าแต่ละ กาละๆ ที่ ตัดกรอบของแต่ละกาละ ชีวิตๆนึง ที่เกิดแล้วตาย ในช่วงระยะเวลาที่เกิดและตายมันเป็นช่วงชีวิตที่ครบพร้อม มีร่างกาย มีสังขารองค์ประกอบประชุมกัน มีจิตวิญญาณควบคุม เป็น 3 เส้า มี สังขาร วิญญาณ นามรูป 3 เส้า ประชุมกันอยู่ ถ้า 3 เส้านี้ ถูกควบคุมด้วยอวิชชา ตามหลักปฏิจจสมุปบาท มันก็ไปกันใหญ่ อวิชชา สังขาร วิญญาณ นามรูป อายตนะ ผัสสะ เวทนา นั่นแหละตัวร้าย ถ้าอวิชชาเป็นตัวประธานแล้วละก็ ไปใหญ่เลย ตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ อวิชชา ทำให้เกิดความผิดเพี้ยนไปใหญ่ แต่ถ้าควบคุมด้วยวิชชา เป็นความรู้ที่สัมมาทิฏฐิตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้าแล้ว สังขารก็จะเป็นอภิสังขาร วิญญาณก็จะเป็นวิญญาณที่ถูกสำรอกกิเลส ทำกรรมวิธีของรูปนาม อายตนะ ผัสสะ 3 สามเส้า เกิดเวทนา รูปนาม อายตนะ ผัสสะ ก็เกิดเวทนา แล้วเราก็ไปปฏิบัติตัวกรรมฐานของศาสนาพุทธ ย้ำว่าอยู่ที่เวทนา พระพุทธเจ้า ตรัสในพรหมชาลส
อ่านต่อ
ูตร มีฐานที่ตั้งแห่งการปฏิบัติ ถ้าไม่มี ไม่มีเวทนา ไม่มีฐานที่ตั้งแห่งการปฏิบัติ หรือ ฐานที่จะทำกรรม เรียกว่า กรรมฐาน คือฐานที่จะปฏิบัติไม่มี ยังพ่วงหลับตาไปทำตาปิดทวารทั้ง 5 เหลือแต่ทวารใจ ฐานที่ตั้งที่ทวารใจก็มีแต่สัมภเวสี มีแต่อยู่ในภวังค์ ภพชาติ ของตัวเองคนเดียว จะบ้าบอเป็นมิจฉากาย 3 นิรมาณกาย สัมโภคกาย อทิสมานกาย 651012 ความยุติ 2 ที่ยิ่งใหญ่คือใช้หลักเกณฑ์หรือปัญญา พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ