คนจนโลกุตระมีประชาธิปไตยที่ดีสุดในโลก.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.37 KB
วันที่แก้ไข29 มีนาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

คนจนโลกุตระมีประชาธิปไตยที่ดีสุดในโลก ในชีวิตของคน ในเรื่องสาระทางธรรมะมันเป็นเรื่องสาระธรรมะ แต่สาระของสังคมมาเรียกสาระของสังคมว่า ระบอบการบริหาร ระบอบการปกครอง แล้วก็ตั้งชื่อกันไปสารพัด ตั้งแต่เผด็จการคอมมิวนิสต์ประชาธิปไตย ก็เป็น 3 อย่างใหญ่ๆ คอมมิวนิสต์หรือสังคมนิยมก็คล้ายๆกัน แล้วก็เป็นประชาธิปไตย มันก็เป็น 3 ความหมายใหญ่ๆ ทีนี้คนจะรู้ว่าเรื่องประชาธิปไตย เดี๋ยวนี้มีปฏิภาณปัญญากันทั่วโลก ชัดเจนแล้ว ว่าประชาธิปไตยนี้ดีที่สุด คือให้ทุกคนมีสิทธิ มีอำนาจเท่าเทียมกันหรือพอกัน ซึ่งความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้หรอก คนที่มีความดีงาม มีความถูกต้อง แล้วก็ทำงานให้แก่ประชาชน รับใช้ประชาชน โดยตนเองนั้นเป็นผู้เสียสละจริงๆ เป็นผู้รับใช้จริงๆ โลกานุกัมปายะ หรือ พหุชนหิตายะ เป็นประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติ (อายะ 3) พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) อายะคือ gain คือ ประโยชน์ คือรายได้ คือกำไร อายะ 3 เป็นสุดยอดของประโยชน์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ แล้วก็เป็นให้ได้ เป็นคนที่มีคุณค่ามีประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ พหุชนะนี่แหละคือ ประชาธิปไตยเป็นหมดอำนาจประชาชน แล้วให้ได้รับความสุข ใช้คำว่าสุขมาอาศัยใช้ เขายังไม่เข้าใจว่าความสุขเป็นมายาชนิดหนึ่ง แต่ก็ต้องยอมให้เขาอาศัยก็ยังดีกว่า จนทำให้คนเข้าใจได้ว่า คนจะสุขเพราะได้เป็นคนไม่มีตัวตน คนจะเป็นสุขเพราะได้เสียสละเต็มที่ คนจะสุขเพราะมีความรู้ความสามารถมีสมรรถนะ แค่ 3 ความหมาย 1. ไม่มีตัวตน 2. รับใช้เสียสละ 3. มีความรู้ความสามารถ ใช้ความรู้ความสามารถทำเพื่อสละให้แก่ผู้อื่น อย่างไม่ถือตัวถือตน อย่างไม่มีตัวตน นี่คือสภาพของประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบที่สุด นี่คือคุณสม

อ่านต่อ

บัติอันวิเศษ เป็นคุณวิเศษของประชาธิปไตย ผู้ที่มีจริงเป็นจริงได้นี่คือ หัวใจของประชาธิปไตย ผู้ศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าและนี้ได้รับวัฒนธรรมของพระพุทธเจ้าจริงๆ มารู้ว่าตัวตนคืออะไร ไม่มีตัวตนคืออะไร ทำได้จริงไหม เสียสละคืออย่างไร พูดก็พอเข้าใจว่าเสียสละคืออะไร ความรู้ความสามารถคืออะไร ก็พอรู้ ถ้าเข้าใจประชาธิปไตยแล้วว่า ยอดประชาธิปไตยคือ 3 ประเด็นใหญ่ สามเส้าใหญ่ อยู่ที่ไหน ก็อยู่ที่คน คนในสังคมไหน มีคุณลักษณะ 3 อันนี้จริงๆ ตรงนั้นแหละคือประชาธิปไตย ชาวอโศกเป็นประชาธิปไตยไหม ...เป็น พูดออกมานี้พวกคุณเข้าใจ อย่างน้อยเราก็มีลักษณะจริงตามนั้นได้ ควรจะเชื่อได้ 2 อย่างคือ 1. บัญญัติ 2. สภาวะจริง เมื่อเชื่อแล้วเป็นไปได้ เพราะฉะนั้นในประเทศไทยมีชาวโลกุตระมีคนเป็นประชาธิปไตยตามที่อาตมาว่านี้จริงอย่างน้อยก็ชาวอโศก ซึ่งกระจายความรู้อยู่ในพุทธศาสนา เป็นโลกุตระ เป็นรากเหง้ามาตั้งแต่ประเทศไทยมีพระพุทธศาสนา แล้วก็มีพระเจ้าแผ่นดินที่ต้องพยายาม พระเจ้าแผ่นดินทุกพระองค์ต้องพยายาม พระเจ้าแผ่นดินของไทยเป็นพุทธมามกะทั้งสิ้น ตั้งแต่เริ่มต้นประเทศไทยจนถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นเป็นพุทธมามกะ เป็นพุทธศาสนิกชน อย่างไรอย่างไรก็อยู่ในกรอบของความเป็นโลกุตระทั้งนั้น มีมากมีน้อยก็ตาม ศาสนาอื่นเขาไม่มีหรอกโลกุตระ เขาไม่พูดถึงเลย เขารู้ไม่ได้ด้วย เขาอยู่ในกรอบของโลกียะเท่านั้น โลกุตระก็คือไม่ได้ไปเอาอะไรของคุณเลย จะเป็นก็ให้คุณหมด คุณจะได้ก็ให้คุณหมด คุณจะเอาก็ให้คุณหมด ไม่มีตัวตน เพราะฉะนั้นเราจะช่วยคุณ แต่คุณจะไปหลงยิ่งกว่าเดิมมันไม่ดี เพราะฉะนั้นก็ต้านเอาไว้หน่อย ถ้าเผื่อว่าเป็นประชาธิปไตยแบบโลกุตระ ในเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ เป็นเมืองแกนของโลกุตระ มีมากมีน้อยก็แล้วแต่ ศาสนาพุทธไม่ได้มีมาก ถ้ามากก็ที่ลังกา พม่า ก็มีเยอะ ประมาณ 80 90 เปอร์เซ็นต์ แต่ในนั้นจะมีความรู้ของความเป็นโลกุตระจริงแค่ไหน ต่างกันตรงนี้เท่านั้นเอง เท่าที่อาตมามีภูมิโลกุตระในฐานะโพธิสัตว์จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม อาตมาเป็นโพธิสัตว์ตัวจริง ไม่ใช่พูดเล่นเอาโก้เก๋ เพราะฉะนั้น อาตมาจะเข้าใจโลกุตระ พูดแล้วก็เป็นไก่ตัวพี่ในยุคนี้ทั่วโลก ขออภัยพูดใหญ่ ก็ขอยืนยันว่า อาตมา เป็นคนเลย์แมนธรรมดา เป็นคนพื้นฐานติดดิน อาตมาไม่ได้เป็นคนใหญ่โตอะไรเลย ไม่มีตำแหน่งยศศักดิ์ หน้าที่ ความรู้ อะไรทางโลกเลย มีแต่ธรรมะอย่างเดียว แล้วคนก็ไม่ค่อยเชื่อน้ำหน้า ก็ไม่เป็นไรไม่เชื่ออาตมาก็ยืนยันความจริงไป อาตมาไม่ได้มาหลอก อาตมาพูดความจริง ขออภัยตอนนี้อย่าหาว่าอาตมาเองตีตนเสมอท่าน อย่าหาว่าอาตมาอาจเอื้อมอะไรเลย ในเมืองไทยมีพระเจ้าแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในยุคเดียวกันกับอาตมา อาตมาอายุน้อยกว่าท่าน 7 ปี ท่านอายุมากกว่าอาตมา 7 ปี ท่านกับอาตมาพูดคำเดียวกัน คำนั้นคือ ต้องมาเป็นคนจน ไม่มีพระเจ้าแผ่นดินในประเทศไหนในโลก จะตรัสอย่างเต็มๆเลยว่า ต้องมาบริหารประเทศแบบคนจน แต่คนไทยแม้เป็นชาวพุทธ โลกุตรธรรมนั้นยังเสื่อมมาก ก็ไม่กระดิกหูเท่าไหร่ แต่ไม่กล้าทาน ไม่กล้าแย้ง ถ้าในหลวงไม่ตรัสถึงความจน อาตมาจะเขียนหนังสือแบบคนจนนี้ออกมาไม่ได้ คงจะถูกด่าขรมเลย ขนาดในหลวงท่านตรัส ต้องมาเอาแบบคนจนซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ฟังแล้วก็บอกว่าไม่ใช่ ขาดทุนคือกำไร นักเศรษฐศาสตร์ก็บอกว่าไม่ใช่พูดอย่างนั้นไม่ถูก ท่านก็ว่าไว้เรียบร้อย แต่มันใช่ แล้วท่านก็ขยายความสรุปความ ว่าเราเสียนี่แหละคือเราได้ ซึ่งเป็นภาษาที่ทวนกระแส เราเสียนี่แหละคือเราได้ แล้วมันเป็นสัจจะความจริงที่สุด ผู้ใดเข้าใจความจริงอันนี้แล้ว ..สรุปว่าคนสามารถศึกษาเอาความจริงอันนี้มาใช้ แล้วต้องใช้ ต้านทานกระแสโลกีย์ที่เข้าไปหาความทุกข์ หาอบายมุข แย่จริงๆอย่างเห็นได้เลย อย่างที่เขาเข้าใจไม่ได้ อย่างเช่น ชาวอเมริกัน เป็นต้น

640328_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ คนจนโลกุตระมีประชาธิปไตยที่ดีสุดในโลก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน