โลกุตระเป็นเรื่องทวนกระแสที่ยาก แต่มีคนทำได้จริง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข29 มีนาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

โลกุตระเป็นเรื่องทวนกระแสที่ยาก แต่มีคนทำได้จริง _Somporn Laosaengfar (สมพร เลาแสงฟ้า) : สมัยทักษิน ตั้งงบสมดุลย์ แต่จีดีพีสูงสุดในอาเซี่ยนแถมมีการตั้งงบ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ให้เพื่อนบ้านไปพัฒนาประเทศ 2 หมื่นล้านบาท สมัยนี้ ตั้งงบขาดดุลย์ปีละห้าแสนล้านบาท จีดีพีกลับต่ำสุดในอาเซี่ยนองค์กรเพื่อความโปร่งใสโลก ให้สมัยทักษินไม่โกง ซื้อสัตย์ลำดับที่ 59สมัยนี้ ได้ลำดับที่ 104 แสดงว่าโกงขึ้นเท่าตัว สมัยก่อน สว มาจากการเลือกตั้ง มีภรรยา สส ได้เป็น สว โดยด่าว่าสภาผัวเมีย (อเมริกา มี แยะ) สมัยนี้ เป็น สว ไอ้ตู่แต่งตั้ง มาค้ำยันไอ้ตู่ มันตั้งน้องชายมัน สลิ่ม ไม่ว่าอะไร พ่อครูว่า…ก็เป็นการมองบางคนก็มองไปในมุมลบก็หาข้อมูลมาอ้างอิงของตนเองไปต่างๆนานา เรื่องที่จะพูดว่าเศรษฐกิจดีก็ดี การเมืองดีก็ดี สังคมดีก็ดี คำว่าดี ของสังคม หรือคำว่าดีของเศรษฐกิจ คำว่าดีของการเมืองมันเป็นการประมาณของผู้ที่เอาความรู้สึก เอาความรู้ของตัวเองเป็นมาตรวัด อาตมาเองเกิดมาในยุคเดียวกับสังคมข้างนอก อาตมาพาพวกเรามาจน พวกเรานี้จนได้มาเป็นคนจนมีคุณภาพ มาเป็นคนจนได้จริง แล้วก็อยู่เย็นเป็นสุขสำราญขนาดนี้ อาตมาพูดนี้เป็นการพูดเล่นลิ้น พูดโก้ๆไม่เข้าร่องเข้ารอยหรือเปล่า ก็ไม่ใช่ เป็นการพูดความจริง ได้สะสมความมากด้วยเงินทองทรัพย์สินเข้าของ แต่สละออกให้คนอื่นเขาใช้ได้มาก เรามีน้อยก็อยู่ได้ตามฐานานุฐานะของเรา จิตใจจริงๆมุ่งหวังตั้งใจลดละให้ไม่มีตัวตน ยึดหลักวรรณะ 9 สาราณียธรรม 6 แล้วพวกเรามาปฏิบัติได้โลกุตรธรรมตามพระพุทธเจ้าเป็นได้ขนาดนี้ อาตมาว่าพวกเราที่อยู่นี้คือการมีสังคมเศรษฐกิจการเมืองดีแต่คนเขามองไม่ออก ดอกเตอร์ทางเศรษฐศาสตร์ ดอกเตอร์ทางการเมือง เขามองไม่ออก หรือเขาอาจจะพอเห็นว่ามันน่าจะดี แต่อั๊วไม่เอาตาม

อ่านต่อ

เพราะทำตามไม่ได้ขายขี้หน้า ไปยอมรับแล้วทำไม่ได้จะโดนว่า เพราะฉะนั้นก็ไม่ยอมรับดีกว่าก็เป็นได้ แต่เขาว่ามันสุดโต่งไป นี่แหละมากกว่า คนในยุคเดียวกันแต่สุดโต่ง เรามาเป็นได้แต่เขาหาว่าสุดโต่ง เศรษฐกิจสังคมการเป็นอยู่กินอยู่ก็อันเดียวกัน แต่พวกเราไม่อ้วนฉุ เป็นคนสันทัดคน ได้สัดส่วนดี เอาค่าเฉลี่ยหาคนลงพุงได้น้อย คนลงพุงจะมีหัวโตอยู่คนนึงเท่านั้น นอกนั้นเขาก็มีร่างท้วมได้ เรื่องพวกนี้เป็นคนสามารถที่จะเข้าใจว่าจะเป็นอย่างนี้ มีพฤติกรรมอย่างนี้ อารมณ์อย่างนี้ ความรู้สึกอย่างนี้ เป็นอย่างนี้ก็เหมือนคนทั้งหลาย เขาก็รู้เรื่องเงินทองเข้าของ อารมณ์ความรู้สึกการกระทบสัมผัส เขาก็รู้เหมือนอย่างที่เรารู้ได้ แต่เราก็มาเลือกเป็นอย่างนี้จิตใจของเราเป็นจริงอย่างนี้ คนอื่นบางคนอาจเข้าใจว่าดีเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่มาก็เรื่องของเขา เรื่องการศึกษาทางจิตวิญญาณที่รู้และเป็นได้นี้ รู้แล้วเป็นไม่ได้มีเยอะรู้แล้ว เป็นได้มีน้อย ไม่รู้แล้วก็เป็นไม่ได้ยิ่งมีมากมาย มากถึงขั้นเป็นเทวนิยม เทวนิยมกับอเทวนิยมเป็นโลกียะกับโลกุตระ พูดไปเหมือนไปข่มเขาทับถมเขา เหมือนดูถูกดูแคลนเขา อย่างนั้นจริงๆ โลกุตระ โลกุตระมันเป็นเรื่องที่ทวนกระแส โลกียะนั้นเป็นกระแสเดียวกันมีความสุขอย่างเดียวกันใครเขาจะเอาสุขไม่เอาทุกข์ เอาแต่รวยไม่เอาจนเอาลาภยศสรรเสริญความยกย่องเชิดชู ไม่เอาความดูถูกดูแคลนก็ไม่มีอะไร คนมาดูถูกเราย่ำยีเรา ไม่ใช่เราจะไม่มีปฏิภาณรู้ว่าเขาด่าเรา แล้วเราแย่จริงไหม เรามาจนเราไม่ได้เป็นคนแย่นะ เราเป็นคนจนไม่มีอะไร จะเป็นคนเสียสละ เป็นคนไม่ตอบโต้ ไม่รังแกคนอื่น เราไม่ใช่คนอ่อนแอขี้แพ้นะ แต่เราไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายเดือดร้อน เรายอมแพ้ถึงแม้เขาจะฆ่าเราตายก็ไม่มีความพยาบาทถือสา ตายก็ตาย แล้วเราก็ไม่ทำในสิ่งที่เป็นความพยาบาท เป็นเรื่องที่จะต่อไปไม่ว่าจะเป็นราคะ โทสะที่จะเป็นการต่อภพชาติ เราก็ตัด ไม่ว่าเขาจะรักเรา เราก็ไม่รักตอบ ใครเขาจะโกรธเรา เราก็ไม่โกรธตอบ เขามารักเราแล้วเราไม่รักตอบมันจะดีหรือ ...ดี แต่รู้ว่า สิ่งที่ควร ควรมีใยอย่างรัก มีใยอย่างโกรธเกลียด แต่โกรธเกลียดไม่มีใยเลยก็ได้ แต่รักต้องมีใยต่อกันที่ควรเป็นประโยชน์ต่อกัน เราก็มีปฏิภาณรู้ แต่เราไม่ได้รักผูกพันติดยึด จะต้องเป็นวาสิฏฐีกามนิตต่อภพชาติไป ไม่เอา มันก็เป็นเพียงปัจจุบันนี้ ก็ช่วยเหลือกันไปเท่านี้ก็พอแล้ว อะไรอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นในเรื่องของความเข้าใจ คนไทยนี้เป็นพุทธ 95% เดี๋ยวนี้เขาก็ตรวจสอบอยู่ก็ยังเป็นพุทธที่มีพลเมืองเพิ่มขึ้นอีก ศาสนาอื่นก็เข้าแทรกเพิ่มไม่ได้ ก็ยังมีค่าเฉลี่ย 95% เขายังเพิ่มพลเมืองของศาสนาอื่นไม่ได้ เราก็ไม่ได้รังเกียจต่อต้าน ใครจะนับถือศาสนาอะไรก็ไม่ได้บังคับ ให้อิสระเสรีภาพเต็มที่ คน 95% อย่างไรทุกวันนี้ก็ยังเป็นพุทธนะ ก็ยังมีความรู้ความฉลาดที่เป็นโลกุตระ ยังน้อย ถ้าจะว่าจริงๆ ในยุคของพระพุทธเจ้าย่อมมีมากกว่าแน่นอน พระพุทธเจ้าปรินิพพานไปก็น้อยลงมาเรื่อยๆจนถึง 2,500 กว่าปีก็กึ่งพุทธกาลสมณะโคดม ก็ไม่ใช่เรื่องประหลาดพระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อาณิสูตรว่า ต่อไปเรื่องโลกุตระจะไม่นิยมกัน จะไปหลงคารมพวกภาษาสวยๆโลกีย์ แล้วก็ (พ่อครูไอตัดออกด้วย) ไปหลงคำสอนสวยหรูของชาวโลกีย์ที่ยังเต็มไปด้วย ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ผู้บริหารศาสนาเป็นพวกโลกีย์เต็มไปด้วยลาภ ยศสรรเสริญ โลกียสุข บริบูรณ์ไปด้วย พระพุทธเจ้าเปรียบเหมือนดั่งกับใบดอกผล ส่วนศาสนานั้นมีกระพี้ มีสะเก็ด มีเปลือก มีแก่น เขาไม่เอาเลย สะเก็ดคือศีล เขาไม่เอา เอาแต่แบบสีลัพพตุปาทาน สีลัพพตปรามาส ไม่ได้เป็นศีลที่ยิ่งยอด เป็นศีลนี่แหละทำให้เกิด สมาธิ ปัญญา วิมุตติ เขาไม่เชื่อ เขาไม่ได้เข้าใจอย่างนั้น เพราะฉะนั้นเรื่องของศีลไม่มี ก็อย่าไปพูดเรื่องของสมาธิ ปัญญา เลย ศีล ของเขามิจฉาทิฏฐิ แล้วสมาธิ ปัญญา วิมุติ ก็เป็นมิจฉาทิฐิหมดไปแล้ว อาตมาทำงานมา 50 ปีเลย 50 ปีแล้ว อาตมาไม่ขออมพะนำ แต่ขอพูดอย่างเต็มปากเต็มคำแรงๆว่าเป็นเช่นนั้นและก็ยังเป็นอยู่ มีคนมาเข้าใจอย่างที่อาตมาว่า ของโลกุตรธรรมพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนี้ ก็คือพวกเราเข้าใจแล้วก็ทำได้อย่างที่เรียกว่า ท่ามกลางประชาชนเกือบ 70 ล้านคน เราปฏิบัติจริงได้มรรคผลอย่างพวกเรา มีกี่คน เป็นหมื่นเป็นแสนนับอย่างหลวมๆ ใน 60 70 ล้านคน ตีว่าเป็นชาวพุทธสัก 50 ล้านคน มาอยู่นี่ได้แค่นี้ ถึงห้าหมื่นไหม? แต่ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันของมนุษยชาติ พวกคุณเสียดายไหมที่ โอ้โห มาถูกโพธิรักษ์ ครอบงำทางความคิดและเป็นอย่างนี้ บางคนมาเป็น 40-50 ปี 40 กว่าปีก็เยอะ 50 ปีก็คงจะน้อยคนเพราะอาตมาทำงานมา 50 ปี แล้วเสียเวลาไป ไม่เสียดายหรือ? ...คนบอกว่าเสียดายที่มาช้าไป มันเป็นเรื่องเหมือนเราพูดข่ม ตลก แหมทำโก้ ทำสวย ทำเด่น ทำดี แต่เป็นเรื่องที่ยากโลกุตระเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจได้ ต้องทวนกระแสกันคนละขั้วคนละทางกับโลกียะ มันจะเห็นดีเห็นงามไม่ได้ง่ายๆ มันตรงกันข้ามกันเลย

640328_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ คนจนโลกุตระมีประชาธิปไตยที่ดีสุดในโลก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน