เมื่อคนยอมรับพ่อครูจะเกิดความละอายเกรงกลัวอย่างแรงกล้า.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.19 KB
วันที่แก้ไข29 มีนาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

เมื่อคนยอมรับพ่อครูจะเกิดความละอายเกรงกลัวอย่างแรงกล้า _สว่างแสง ขวัญดาว : น้อมกราบนมัสการพ่อด้วยความรพอย่างสูงค่ะ ในวิญญาณอาหารที่พระราชาสั่งฆ่าโจรไม่ตาย มายุคนี้ลูกเห็นพ่อครูเป็นประดุจ พระราชาที่สั่งประหารโจรปล้นศาสนา แต่โจรดื้อด้านมากไม่ยอมตาย ลูกน้อมกราบนิมนต์พ่อครูรักษากายขันณ์ อยู่เพื่อปราบโจรที่ฆ่าไม่ยอมได้ ได้ไหมเจ้าคะ เพราะนอกจากพ่อครูแล้ว คงไม่มีใครที่จะปราบโจรเหล่านี้ได้เลยค่ะ น้อมกราบพ่อครูด้วยเศียรเกล้าค่ะ พ่อครูว่า…ได้ นิมนต์ได้ แต่ตายแล้วก็ไม่รับนิมนต์นะ ขออนุญาตตาย อาตมารู้สึกว่ามันเป็นการยึดมั่นถือมั่นจริงๆ 2,500 กว่าปีผ่านมาแล้วของศาสนาพุทธ มันหนักจริงๆตกต่ำไปเรื่อยๆ อาตมาก็จะว่านึกไม่ออกก็นึกออกอยู่ จะว่ามองดูถูกเขาก็ไม่ได้ดูถูกเพราะเขาก็ฉลาด แต่ทำไมพูดป่านนี้แล้วก็ยังไม่เข้าใจ ก็ไม่ได้ลบหลู่เขาว่าโง่เขาไม่ฉลาด ก็ว่าเขาฉลาดอยู่ แต่ทำไมไม่เข้าใจสักที ก็ต้องมาลงโทษตัวเองว่าทำไมเราไม่เก่งจริงนะ อ้างพระไตรปิฎกก็แล้วเอาไปขยายความก็แล้ว ยืนยันมาปฏิบัติให้ดูก็แล้ว อะไรต่างๆนานาก็แล้ว จนกระทั่งเกือบจะตายอยู่แล้วนี่ แล้วเมื่อไหร่จะพอรู้กันได้ น่าสงสารจริงๆ อาตมาก็ว่า เดี๋ยวจะได้ขยายความ ขยายความเห็นอาตมาเห็นอย่างนี้ การยึดถือเขายึดถือสิ่งที่ผิดเป็นมิจฉาทิฏฐิ แล้วเราจะทำให้เขาเข้าใจเป็นสัมมาทิฏฐิซึ่งมันตรงกันข้ามกันคนละอย่าง จะให้เขาพลิกเหมือนพลิกฝ่ามือ มันจะได้หรือ ถ้าได้แล้วก็จะรู้สึกจริงๆ อันนี้อาตมาจึงเห็นว่าพระพุทธเจ้าตรัส ผู้ที่ได้มิจฉาทิฏฐิ เมื่อมาได้พบพระพุทธเจ้ามาพบสัตบุรุษ ได้ฟังธรรมพระพุทธเจ้า ฟังธรรมของสัตบุรุษ โอ้โห! ก็จะเกิดความละอายอย่างแรงกล้า เคารพอย่างแรงกล้า รักอย่างแรงกล้า เกรงกลัวอย่างแรงกล้าเลย มันจริงที่สุด คุณฟังแล้วเข้าใจกันยากว่าทำไม

อ่านต่อ

ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า จากสัตบุรุษผู้อยู่ในฐานะครู ฟังแล้วเกิดละอายอย่างแรงกล้า ติปปัง โอ้โห! ละอายอย่างแรงกล้า เกรงกลัวอย่างแรงกล้า เคารพอย่างแรงกล้า รักอย่างแรงกล้า มันมีสภาวะจริงที่สุดเลย ถ้าคนที่เห็นจริงอย่างนั้นเลย ยกตัวอย่างปัจจุบันเลย เช่น ขณะนี้พวกผู้รู้ทั้งหลายจะเห็นโพธิรักษ์เป็นมิจฉาทิฐิ ถ้าเขารู้สึกว่าเขาต่างหากที่เป็นมิจฉาทิฐิเขาเห็นตรงกันข้ามกับโพธิรักษ์ เขารู้สึกอย่างนั้นเมื่อไหร่เขาจะเป็นอย่างนี้ แล้วคิดว่าเขาจะเกิดไหม อาการนี้จะเกิดไหมในชาตินี้จะเกิดไหม มีหวังไหม มันซ้อน เขาอาจจะพอเข้าใจได้ แต่เขาไม่กล้าเปิดเผยยอมรับว่าใช่ แต่ก่อนนี้เข้าใจว่าโพธิรักษ์มิจฉาทิฏฐิ เดี๋ยวนี้เข้าใจแล้วว่าโพธิรักษ์เป็นสัมมาทิฏฐิ เขาเองเป็นผู้มิจฉาทิฏฐิ มันจะไหวหรืออย่างนี้ สมณะฟ้าไท...กาละพัฒนาขึ้นไป พ่อครูมีคนยอมรับมากขึ้น จะมีเหตุปัจจัยให้เขาเปลี่ยนได้ง่ายขึ้น ผมเดานะครับ พ่อครูว่า…ก็ค่อยๆว่ากันไปเพราะมันเป็นเรื่องจริง ตามเหตุการณ์ยุคสมัยและสัจจะ ผ่านมา 2,500 กว่าปีมันก็เสื่อมไปจนกระทั่งเห็นผิดเป็นถูกเห็นถูกเป็นผิดจริงๆ แล้วอาตมาก็เป็นคนจริงที่บอกแล้วเขาก็ไม่เชื่อง่ายๆว่าเป็นคนที่เอาความถูกมาแก้ไข มาดึงกลับคืนเขาไม่ยอมเชื่อหรอก เพราะว่ามันเป็นเรื่องของวิบากของอาตมา เป็นสัมภาระวิบากที่อาตมาจะต้อง มาอย่างนี้ มาอย่างไม่มีอลังการ ไม่มีที่ไปที่มา บอกตัวเองเป็น สยังอภิญญารู้มาแต่ชาติก่อน คนเขาจะเชื่อหรือ เขาก็เรียนเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด แต่เขาไม่ยอมเชื่อง่ายๆหรอก เพราะความเห็นของเขาที่ได้จมฝังลงไป ยึดมั่นถือมั่นแล้วเดินตามอาจารย์กันมาต่อกันมาหลายร้อยปี อาจจะถึงเป็นพันปีเชื่อกันอย่างนั้นมาเรื่อยๆ เริ่มมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ แล้วก็ได้ยึดถือสิ่งที่เสื่อมตรงกันข้าม ขาวเป็นดำ ดำเป็นขาว ถูกเป็นผิด ผิดเป็นถูก เพราะว่าเมื่อเราโผล่มา พลั๊ว ก็ยังไม่มีใครมา ค้าน แต่นี่โผล่มาค้าน ปัง ไม่มีที่สืบทอดสืบต่อครูบาอาจารย์ก็ไม่มี บอกว่าเอ็งเป็นศาสดาหรืออย่างไร เราบอกว่าไม่ได้เป็นศาสดาแต่เป็นโพธิสัตว์ เขาก็เรียนมาเรื่องโพธิสัตว์ว่าเป็นผู้ที่พยายามไปสู่ความตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตแต่เขาก็เข้าใจไม่ลึกซึ้งอะไร มันเป็นจริงที่อาตมาต้องพิสูจน์ความจริงว่า คำสอนของพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฎกนี่ อาตมาอธิบายแล้วมีคนเข้าใจและมีคนปฏิบัติได้เป็นจริงเลย มีภาวะยืนยันปรากฏ ตรงตามคำสอนพระพุทธเจ้า เช่น มีวรรณะ 9 มีสาราณียธรรม 6 มีอะไรต่างๆนานาสารพัด มีสาธารณโภคียืนยัน ซึ่งยากมากที่สุดเลยแต่มันเป็นไปได้ เขาก็ยังไม่เชื่ออยู่อีกนั่นเอง ก็ต้องอาศัย 1.ความเป็นจริงในคน 2.มวลปริมาณมากพอ 3.เวลาต้องยาวนานเพียงพอ 4.เขาจึงจะกลับมาเข้าใจว่าตรงตามพระไตรปิฎก แล้วแม้ว่าตรงกับพระไตรปิฎกแล้วเขาก็จะอาจจะบอกว่าแล้วพระไตรปิฎกมันจริงไหม หรือพระไตรปิฎกมาถูกแก้ไขมา ก็ไม่เป็นไรคนเชื่อก็ได้ไป คนไม่เชื่อก็ไม่ได้ คุณเข้าใจมาเชื่ออาตมาอย่างนี้ก็ได้อย่างนี้ คนไม่เชื่อไปเชื่ออย่างอื่นก็ได้อย่างนั้น ก็เป็นตัวใครตัวมัน เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องเสแสร้งอะไรหรอกเป็นเรื่องจริง โดยเฉพาะโลกุตระนั้นเสแสร้งเอาไม่ได้นะ มาเสแสร้งเอาไม่ได้หรอก ไม่ช้าไม่นานก็ โลหิตพุ่งออกจากปากออกไป อยู่ไม่รอดหรอก อยู่ยาก หากไม่จริง

640328_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ คนจนโลกุตระมีประชาธิปไตยที่ดีสุดในโลก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน