ทำไมต้องเข้าไปตั้งความละอายเกรงกลังอย่างแรงกล้า.docx
เนื้อหาในไฟล์
ทำไมต้องเข้าไปตั้งความละอายเกรงกลังอย่างแรงกล้า เข้าไปตั้งความละอาย อย่างแรงกล้า(ติปปัง) ความเกรงกลัว มันกลัว ละอายแล้วก็กลัว หิริแล้วโอตตัปปะ กลัว แล้วก็รักและเคารพ ละอายเกิดก่อนกลัว กลัวเพราะว่าเราไม่น่าจะโง่ไปทำสิ่งที่ไม่น่าทำเลย มันน่าเกลียดน่าชัง น่าทุเรศ ขนาดหนัก เราจะโง่ไปถึงขนาดนั้น มันจะเห็นอย่างนั้นจริงๆ มันถึงกลัว คนที่เกิดปัญญาความฉลาดเกิดความรู้อย่างนี้ มันมีแรงพอ มันไม่กลับไปเอาหรอกอย่างนั้นอีกมันน่าทุเรศขนาดไหน ทั้งละอายทั้งกลัว เพราะฉะนั้นคนที่มีพลังของความแรงกล้า ความละอาย พลังของความแรงกล้าของความกลัวสิ่งที่เราไปถลำ โง่หลงมาตั้งนานแสนนาน มันชัดเจน มันหยั่งถึงรากแห่งความจริง มันจึงอาย มันจึงกลัว เพราะฉะนั้นจึงเต็มไปด้วยความรู้ เต็มไปด้วยความรู้จึงเกิดความรัก เกิดความเคารพ สิ่งที่เราเพิ่งจะเห็น โลกุตระ รักโลกุตระ เคารพโลกุตระ นี่ อาตมามีพยัญชนะแค่ไม่กี่คำ ขยายความละเอียดละออของสัจธรรมพวกนี้ให้ฟัง คลี่ความให้ฟัง เป็นความรู้ของมนุษยชาติที่จะมาเข้าใจและจริงใจอย่างที่อาตมาพูดไป ขนาดรู้แล้วมันยังเป็นไปไม่ได้ง่ายๆเลย ใช่ไหม เป็นไม่ได้ทันที เป็นไม่ได้ง่ายๆ แต่พวกคุณนี้มีส่วนแล้วทำได้ ส่วนผู้ที่จะเริ่มฟังอาตมา เปิดจิตฟัง ถ้ายังเป็นมิจฉาทิฏฐิ ยังเห็นว่าอาตมาผิดเป็นผู้ไม่รู้ คนนี้บ่มีไก๊ ไร้สาระ มิจฉาทิฏฐิ คนนี้ก็ปิดประตูเขา แต่อีกคนหนึ่งฟังแล้วรู้สึกว่ามีอะไรดีๆเหมือนกันนะโพธิรักษ์ แง้ม เปิดรับอาตมาไปบ้าง เขาก็จะค่อยๆได้ เริ่มเป็นรอยร้าวเขื่อน เขื่อนถ้ามีรอยร้าวจะพังในอนาคต แต่เมื่อไหร่ไม่รู้นะ นานเท่าไหร่ก็แล้วแต่ เริ่มมีรอยร้าว ผู้ที่ชัดเจนว่าโพธิรักษ์เป็นผู้ที่มีอะไรพอฟังได้ แต่ด้วยความจริงใจนะ ไม่ใช่ถูกหลอก แสดงว่าเกิดจิตใจที่เต็มที่ เริ่มรับรัศมี
อ่านต่อ
ของโลกุตระได้ เริ่มรับกัมมันตภาพรังสีของโลกุตระได้ ก็ค่อยๆเข้ามา สู่แดนธรรมว่า...ที่พ่อท่านพูดนี้ไม่ได้หาบริวารนะ พ่อครูว่า…ใช่ อาตมาบอกมาแต่ไหนแต่ไร อาตมามาทำงาน อธิบายขยายความไม่ใช่เป็นไปเพื่อให้คนมานับถือ ไม่ได้มาหาบริวาร ไม่ได้ให้คนเข้าใจว่า อาตมาเป็นคนเก่งคนวิเศษ ไม่ได้มาหาลาภยศสรรเสริญโลเกียสุข ตั้งแต่ต้นก็ไม่มี แม้แต่จะให้คนมานับถือ มาเป็นบริวาร มาเข้าใจว่าอาตมาเป็นผู้ที่เก่งวิเศษเลิศเลอ เป็นผู้ที่จะมาสร้างลัทธิ ข่มลัทธินั้นข่มลัทธินี้ ไม่ใช่ แต่มาเปิดเผยความจริงให้มาละหน่ายคลาย ให้เลิกยึดถืออย่างที่หลงมาไม่รู้กี่ล้านชาติแล้ว ให้เลิกซะ เท่านี้ เพราะอาตมามาชาตินี้ อาตมาไม่ได้ลาภ อาตมาก็พอแล้ว อาตมาไม่ได้ยศ อาตมาก็พอแล้ว อาตมาไม่ได้รับสรรเสริญเลย ดีไม่ดีได้รับแต่ความนินทาว่าร้าย อาตมาก็พอแล้ว อาตมาไม่ได้เสพสุขเสพทุกข์เลย เพราะอาตมาชัดกว่าชัดว่า สุขทุกข์มันก็เป็นสภาพ 2 ที่คนไปหลงน่ามี น่าเป็น น่าได้ เท่านั่นเอง แต่ถ้ามาก็ไม่มีจริงๆ จิตใจของอาตมาก็เห็นว่า อันนี้ทุกข์สุข ก็ไม่เป็นมันก็เป็นอย่างที่มันเป็น อาตมาก็มีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ปัจจุบันนี้สังขารมันมีอยู่อย่างนี้ มีสิ่งที่บกพร่องและสมดุลอยู่บ้างแต่ก็พอเป็นไป ถ้ามันหนักหนาสาหัสกว่านี้ก็อาจจะบอกว่าไม่อยู่ ตอนนี้มันยังพอไปได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบาก ไม่ได้ทนอะไรมากมายแต่ก็พอเป็นไปได้แต่รู้ว่ามันเป็นภาระ ภาราหเวปัญจขันธา ก็ไม่เป็นไร ถ้ายังอยู่ต่อไปอาตมาว่าก็ยังทำประโยชน์ได้อยู่นะ อย่างดีก็ขอกินข้าววันละมื้อ มีที่นอนให้นอนอย่างไรก็ได้ มีที่นั่งทำงานที่ไหนก็ได้ มีเวลาทำงานเท่าไหร่ก็เอา ไม่มีเวลาให้อาตมาก็ทำของอาตมาเอง เขียนไป บ่นใส่ที่เก็บบันทึกไป คนเก็บบันทึกเขาก็เก็บไว้ทั้งหมด มีเวลานอนเท่านั้นเขาขอเอาไปชาร์จ ถ้าไม่ชาร์จก็เอาไว้อย่างนั้นตลอดกาล แต่เขาจำนนต้องเอาไปชาร์จ รุ่งเช้าก็เอามาให้แต่เช้า นอนลงเมื่อไหร่ก็เอาคืนไป ทุกวัน ไม่มีคำไหนตกหล่น อัดไว้หมด เสียงปู๊ดป้าดก็มี เอ้าจริง ไม่ได้พูดเล่น พูดจริงเรื่องจริง ตลอด ถ้าเผื่อว่าไม่เอาไปชาร์จ เขาเอาไว้ 24 ชม.แน่ ก็มีเสียงกรนเสียงลมหายใจ อัดไป ก็ไม่มีปัญหาอะไร อาตมาไม่มีอะไรปกปิด ไม่มีอะไรซ่อนแฝง อาตมาก็เปิดทุกอย่าง เปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่าง
640328_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ คนจนโลกุตระมีประชาธิปไตยที่ดีสุดในโลก