561130_ภาคคำ่ มัฆวานฯ โดยพ่อครูและอ.สมศักดิ์ เรื่อง การเมืองอาริยะ.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2556
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์339 KB
วันที่แก้ไข16 พฤศจิกายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

561130 ภาคค ่ำ มัฆวานฯ โดยพ่อครูและอ าจารย์ สมศักดิ์ เรื่อง การเมืองอาริยะ

วันนี้วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2556 ที่เวทีมัฆวานฯ ตอนนี้ทุกคนคงทราบแล้ว เรื่องการเตรียมการจะปฏิบัติการที่สำคัญมากในวันพรุ ่ งนี้ ชีวิตนี้ไม่เคยคิดมาก่อนว่าได้มาทำเช่นนี้ แต่ภาคภูมิใจมาก ตั้งแต่เป็นฆราวาส ไม่เอาใจใส่เรื่องของการเมืองเลย ก็ทำมาหากินไปอยู่ในโลกที่เขาจะทำอย่างไรก็แล้วแต่เพื่อได้เงินมากๆ หรือได้ยศ ลาภ ตำแหน่งให้มากๆ ซึ่งเป็นความคิดของปุถุชนสามัญ ไม่เหมือนความคิดตอนนี้ ที่ไม่ได้คิดหาคิดทำเพื่อตัวเอง ก็ไม่ได้ไปโกงกินอะไร ทำสัมมาอาชีพ ในชีวิตนี้ไม่เคยถูกจับ แต่ก็มาถูกจับในการมาทำงานนี้ ร่วมกับคุณจำลอง และคนอื่นๆ เขาก็ตั้งข้อหา ตอนนี้ก็ถอดถอนคดีทิ้งไปหมดแล้ว ก็จบไปแล้ว เลิกถอนไป ก็เท่านั้นครั้งเดียว และก็มีที่ถูกจับคดีสันติอโศกอีกครั้งหนึ่ง ตอนเป็นฆราวาสก็ทำบุญทำทานไปตามประสา แต่ว่าไม่ได้มาทำอย่างที่เราทำ คุณมานี่มานั่งเสียสละ ช่วยบ้านเมืองช่วยสังคม เป็นเรื่องน่ายกย่อง แต่ก่อนเป็นฆราวาสไม่มีความคิดนี้เลย เห็นว่าเขาทำอะไรกัน ในชีวิตไม่เคยไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเลย ตั้งแต่ฆราวาสจนบวช คนเราที่ไม่มาช่วยบ้านช่วยเมือง ย ิ่ งตอนนี้สำคัญมากประเทศชาติถูกนักการเมืองใช้อำนาจบาตรใหญ่ปู้ยี้ปู้ยำสร้างหนี้สินให้ชาติ ซึ่งประชาชนทุกคนก็ต้องรับใช้หนี้เช่นกัน ที่จะกู้กันมาตั้ง 2 . 2 ล้านๆ บาท การเมืองที่เราทำนี้เป็นการเมืองระดับคนเหนือโลก คนโลกๆ ใช้กำลังกดขี่ หรือว่า Force เขาใช้อันนี้กันมาทั่วโลก จนคนเร ิ่ มมีปัญญา ว่าการที่จะใช้พลังกดข่มคนอื่น เป็นความประพฤติที่เป็นชนิดเดียวกับเดรัจฉานมา ช้างม้าวัวควาย มันก็ใช้แบบนั้น คนที่ไม่เจริญ ก็ไปรุกรานเขา ด้วยเรี่ยวแรงเหมือนสัตว์ คนที่ตกอยู่ภายใต้อำนาจเช่นนี

อ่านต่อ

้ คือแบบ Force คนเหล่านี้จะสร้างอำนาจให้แก่ตนเองให้คนเกรงกลัว ไม่กล้าติท้วง แต่อำนาจแบบ Authority เป็นอำนาจแห่งคุณงามความดี เป็นอำนาจโดยธรรม เหมือนอย่างเรายกย่องในหลวง ไม่ได้ถูกกดขี่ด้วยอำนาจโลกีย์ คนตกอยู่ภายใต้อำนาจโลกีย์ ก็สุขทุกข์ไปกับ อบาย กาม รูปภพ อรูปภพ ที่มีสุขอยู่ ผู้ไม่รู้ก็หลงติด เพราะโลกีย์มีสุขมีทุกข์ หลงอะไรที่เกินกว่าปกติสามัญก็คืออบาย อยากดังมากก็อบาย อยากดังก็แก้ผ้าโชว์ ก็คืออบายมุข เดี๋ยวนี้อยากดังจนชวนกันแก้ผ้าให้จำนวนมากที่สุดให้บันทึกในกินเนสบุ๊ก มันเหลวแหลกขนาดนี้ในการอยากดัง นี่คืออบาย เขาทำกันนี่เป็นอบายก็ไม่รู้ตัว ติดยึดกันมาก นักธุรกิจก็หาวิธีเอาเปรียบร ่ำ รวย ได้เปรียบเกินกาลก็บาปขั้นอบาย มันเกิดความเดือนร้อนของมนุษยชาติ นึกว่าตนฉลาดอีกนะ เรามีในหลวงที่สอนเศรฐกิจพอเพียง ซึ่งไม่บาปไม่ชั่ว ในหลวงเป็นโพธิสัตว์ ท่านตรัส ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ปุถุชนเข้าใจไม่ได้ หาว่าพูดอะไร แล้วจะอยู่อย่างไร มาขาดทุนแล้วจะอยู่อย่างไร มาจนแล้วจะสุขอย่างไร จะไม่อับเฉาตายหรือ? ภูมิใจที่เราได้พิสูจน์สัจธรร ม ตามพระพุทธเจ้าสอน ในหลวงมีภูมิธรรมตามพุทธศาสนา ภูมิใจที่เรามาปฏิบัติแบบคนจนที่ท่านสอน แล้วเป็นสุข ทำประโยชน์แก่สังคม ดังพระราชดำรัสของในหลวงเรา ที่ประกาศไปทั่วโลก อาตมาจึงมีความมุ่งมั่นที่จะให้คนไทยทำ ไม่อ้าขาผวาปีกไปต่างชาติ แต่มันยากเพราะศาสนาเสื่อมไปมาก โลกโลกีย์เหนี่ยวนำเป็นอบายมุข เป็นกามสูงมาก จึงยากมาก แต่ยากก็จำนน เพราะเราเกิดในยุคนี้ ก็พยายามที่สุด จะทำไปก็ได้ผล ทุกวันนี้อาตมาตายนอนตาหลับ เพราะทำงานได้พอสมควร มาเป็นคนชนิดนี้ไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำ ชาวอโศกมาเป็นคนรับใช้เขา เขาก็หาว่าอยากดัง เราก็ทำไปให้ทนทานต่อการพิสูจน์ ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน อาตมาทำงานมา 40 ปี มีชาวอโศก ที่ตั้งกลุ่มมาแต่ 2516 ที่แดนอโศก เกิดกลุ่มหมู่ พ . ศ. 2518 ก็มีพุทธสถาน แต่มามีเพิ่มเป็นพุทธสถานหลายแห่ง มาเป็นคนช่วยสังคมไม่ใช่มาเอาจากสังคม เป็นมนุษย์อาริยะ อาศัยส ิ่ งที่อยู่ในสังคมทำงานให้สังคมแล้วเป็นคนขาดทุนให้สังคมตลอดเวลา ไม่ใช่เอากำไรจากสังคมแล้วเขาถือว่ากำไรหรือเป็นสุข ซึ่งเป็นความเสื่อม แต่คนเข้าใจว่าเจริญ เพราะความเข้าใจที่จะข้ามเขตปุถุชนมาเป็นอาริยะชนนั้น เป็นส ิ่ งที่เข้าใจได้ยากอยู่ ความเจริญที่เป็นอาริยะที่เรียกว่า civilization มันกลับกันกับปุถุชน ก็หวังอยู่ว่าประเทศไทยจะมีสภาวะของอาริยธรรมเกิด เป็นสินค้าใหม่ให้แก่โลก จะเป็นคนชนิดนี้ ที่ขาดทุนให้แก่สังคม ไม่ใช่คนที่หนีเข้าป่าเขาถ้ำ ช่วยสังคมไปเล็กๆน้อยๆ ความจริงก็กินกับสังคมอยู่ หรือออกป่าไม่เอาจากสังคม ไม่ยุ่งไม่เอาเปรียบสังคมเลย ไม่บิณฑบาตไม่อาศัยคนอื่น เลี้ยงตนด้วยตน คนชนิดนี้ก็ไม่มีบาป ไม่เอาเปรียบใคร แต่ก็ไม่มีกุศล ไม่ได้ล้างกิเลส แต่ของพระพุทธเจ้านั้นไม่มีบาปเพราะล้างกิเลส แล้วมีบุญ คือกำจัดกิเลส แล้วยังทำดีมีคุณค่า หิตประโยชน์เป็นพหุชนะหิตายะ เพื่อผองชนเป็นอันมาก แล้วก็ทำให้สังคมสุข เรียกพหุชนสุขายะ ไม่ใช่สุขแย่งชิงโลภมาแก่ตน อย่างมหาอำนาจ ที่ไม่มีโลกุตรธรรม ประเทศที่เคยเจริญแล้วได้เปรียบเขา ได้ลาภยศสรรเสิรญแก่ตนเองก็ได้จากประเทศอื่น ได้เปรียบ แล้วก็แย่งชิง พยายามพัฒนาสร้างสรรประดิษฐ์ ขายวัฒนธรรม การแสดง เพื่อให้ได้เงินมากๆ ให้ร่ำรวย อยู่ดีกินดี มีเงินบำเรอตน คนสะสมความสุขแบบนี้ก็รักษาไว้ได้ระดับหนึ่ง แต่คนอื่น ประเทสอื่นก็อยากได้แบบนี้ ก็เป็นสมบัติผลัดกันชมไป ผลัดกันเป็นมหาอำนาจ หมุนเวียนแย่งชิงไป ถ้าจะเป็นการเจริ ญ แบบโลกุตระไม่ต้องแย่งใคร เป็นคนเจริญที่ไม่ต้องเอาเปรียบใคร เป็นเศรษฐกิจแบบพิเศษ ทำสร้างได้มาก แต่เสียสละแก่ผู้ด้อยกว่า คนเสียสละมาก ทำมากไม่หนีอยู่ป่าเขาถ้ำ อยู่กับสังคม มีสัมมากัมมันตะ อาชีวะ ก็จะมีผลผลิตแรงงานมาก สิ่งดีก็มีค่ามาก แล้วก็ตนเองกินน้อยใช้น้อย จนไม่ต้องสะสมอะไรเลย ไม่มีสมบัติ หมดเนื้อหมดตัว มีสมบัติส่วนกลาง พึ่งเกิดแก่เจ็บตายได้ ไม่รวย เป็นคนจน ที่ในหลวงตรัส ไม่เป็นมหาอำนาจแบบโลกที่ล่าอาณานิคมสมบัติผลัดกันชม ถ้าทุกคนจน แต่สร้างสรรได้มากเกื้อกูลคนเก่ง เศรษฐกิจอาริยะประเทศจะไม่รวย แต่ช่วยเหลือประเทศอื่นมีเงินคงคลังไม่มาก แต่ละคนไม่สะสม แต่สมรรถนะสูงสร้างสรรเก่ง มีส่วนเหลือส่วนเกินมาก แล้วใช้ส่วนเกินเป็นลาภโดยธรรม เป็นลาภธัมมิกา ถ้าสมบูรณ์เป็นปิรามิด เป็นสาธารณโภคีแบบอาริยธรรม จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีก เป็นสังคมที่คนลดกิเลส จนหมดได้ก็มีแต่เป็นประโยชน์ต่อโลก เชื่อว่าเมืองไทยจะเกิดได้ เป็นกัปป์ของพระพุทธเจ้าพระองค์นี้ จากนั้นจะเป็นกลียุคที่เป็นพุทธันดร จนกว่าจะมีพระพุทธเจ้าองใหม่เกิด ในยุคนี้ อาตมาก็ต้องมาช่วยสืบสานพุทธศาสนา จะดูความจริงนี้ไปอีก 20 ปี ถ้าอายุ 100 ปีก็จะดูต่อไป สืบสานเผยแพร่ให้คนมมีอาริยธรรม แล้วจะดูว่าสังคมประเทศไทยที่มีอาริยธรรม จะเป็นอย่างไร ว่าสังคมแบบนี้ที่มีพุทธศานา กลุ่มอื่นเขาก็ทำ แต่ก็ผู้บริหารประเทศนักธุรกิจก็เหลวแหลก คนอาริยะที่ปฏิบัติไปจนสูงแม้เป็นเจ้าของบริษัทประธานก็ไม่มีหุ้นเลย แต่จะอยู่อย่างสุดยอดคนเคารพเทิดทูนบูชา คนๆ นี้จะได้รับการยอมรับอย่างสูง แม้การเมืองก็จะมีนักการเมืองมารับใช้สังคมอย่างแท้จริง ทำงานให้สังคม เป็นพรรคการเมืองโดยธรรมชาติ โดยไม่ต้องตั้งพรรค เขามีกฏหมายให้ตั้งพรรค แต่ก็จะมีพรรคที่เกิดโดยธรรมชาติ เป็นพรรควิเศษ แม้กฏหมายจะบังคับให้ตั้งพรรคก็ตาม อย่างอโศก ชาวอโศกมีพรรคการเมืองตามนิตินัย คือพรรคเพื่อฟ้าดิน ไม่เคยหาเสียง แต่ทำงานเพื่อสังคม เสียสละโดยไม่เอาลาภยศสรรเสริญสุข นี่คือพรรคจริง ตั้งไว้อย่างนั้นแหละ นี่คือการทำงานภาคประชาชน แม้ไม่ได้รับการเลือกไปทำงานในสภา แต่ก็ทำงานรับใช้ประชาชนเสียสละจริงใจด้วย นี่คือนักการเมือง ส ิ่ งที่เป็นสัจธรรมอย่างนี้จะได้รับการพิสูจน์ต่อไป

_ อ.สมศักดิ์ เธียรจรูญกุล ...ประเด็นการตั้งสภาประชาชนจะทำได้หรือไม่?... มีข้อโต้แย้งจากรัฐบาล ว่าเราทำผิดรัฐธรรมนูญและทำการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย....การปฏิเสธศาลรัฐธรรมนูญอย่างที่รัฐบาลทำ มีหัวหน้าพรรคและลูกพรรคออกมาปฏิเสธด้วย การปฏิเสธ นั้นคือรัฐบาลทำตัวอยู่เหนือกฏหมาย แล้วอ้างนิติรัฐ ซึ่งแม้รัฐบาลก็ต้องอยู่ภายใต้กฏหมายเหมือนประชาชนทุกคน เมื่อศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่ากระทำการขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ความจริงเขาน่าจะลาออกได้แล้ว แต่หน้าเขาไม่มียาง เมื่อรัฐบาลทำผิดมาตรา 68 ประชาชนก็มีสิทธิค้านแย้งต่อต้านการกระทำที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แล้วการตั้งสภาประชาชน เปรียบกับคดีที่รัฐบาลทำการจะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับนั้นศาลให้ไปทำประชาพิจารณ์ก่อน เปรียบว่า เจ้าของที่ดินทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้แทนไปจำนอง แต่เขากลับเอาไปขายเลย แล้วยังปลอมแปลงหนังสือมอบอำนาจด้วย และการปลอมแปลงหนังสือมอบอำนาจต้องติดคุกนะ นักการเมืองจะแก้กฏหมายต้องทำถูกรัฐธรรมนูญ แต่ประชาชนจะแก้กฏหมายนั้นไม่ผิดรัฐธรรมนูญ เพราะประชาชนเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญ ไม่มีทางขัดแย้งเลย รัฐบาลนี้เป็นกบฏ ประชาชนออกมาไม่ได้ผิดกฏหมายเลย แต่ประชาชนมาเพื่อปราบกบฏ พ่อครูแทรกว่า อย่างในหลวงกับประชาชนกับรัฐธรรมนูญมันเป็นการยากที่จะบอกว่าอันไหนใหญ่ รัฐธรรมนูญเกิดจากประชาชนเลือก สสร. ไปเขียนรัฐธรรมนูญ แล้วก็ต้องใช้รัฐธรรมนูญนี้เป็นใหญ่ ถ้ารัฐธรรมนูญดี ก็ใช้ไปไม่เปลี่ยนอย่างหลายประเทศ ถ้ายังไม่มีรัฐธรรมนูญประชาชนก็ต้องมาสร้างรัฐธรรมนูญ แต่ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ดี ประเทศไทยนี่ก็แก้ไขสร้างให้ดี แล้วทำตามรัฐธรรมนูญให้ดี มาตรา 2 ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย และมีในหลวงที่เป็นประชาชนคนหนึ่งที่เรายกให้เป็นหัวหน้า ท่านจึงเป็นผู้ที่โดยหลักการแล้ว ท่านคือผู้มีอำนาจสูงสุด เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ถ้าจะนับจริงๆ แล้ว ในหลวงเป็นอำนาจที่ 1 ประชาชนเป็นอำนาจที่ 2 และรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจที่ 3 แต่ไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะเขียนอย่างไร แต่คนปฏิบัติไร้ศีลธรรม คนเหล่านั้นก็พร้อมจะทำการผิดรัฐธรรมนูญได้ตลอดเวลา สส. และ สว. 312 คนที่ปฏิเสธ ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเขาปฏิเสธทุกอย่างที่ตรวจสอบเขา พรุ่งนี้คือวันที่ 1 ธันวาคม ประชาชนชาวไทยเป็นล้านคนมีมติแล้วที่จะไล่ลูกจ้างออก แล้วจะสถาปนาสภาประชาชนให้เกิดมีประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง … พ่อครูว่า...พรุ่งนี้แล้ว ถ้าประชาชนไม่ออกมาอย่างพรักพร้อมจริงจัง สภาก ำ มะลอนี้ก็จะอยู่ทำงานต่อไป แต่ถ้าเราออกมากันมาก เราก็จะเปลี่ยนการปกครองที่เลวร้ายนี้ ออกไป เราต้องถอนรากถอนโคนส ิ่ งเลวร้ายนี้ ...ถ้าไม่ได้ครั้งนี้เขาก็จะเหิมเกริมเลวร้ายต่อไป ถ้าประชาชนมาค้านอย่างจริงจัง มามืดฟ้ามัวดินก็จะข่มทางโน้น ให้มีปัญญามา คนที่รู้แล้วอย่าใจจืดใจดำเห็นแก่ตัว มาเสียสละบ้าง ถ้ามีการเมืองใหม่ที่จะล้างบางการเมืองเดิมจะเป็นการเมืองอาริยะไหม?....จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน