นั่งสมาธิหลับตาแล้วบอกว่าหลุดพ้นเป็นความเพ้อพกของเดียรถีย์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข25 มกราคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

นั่งสมาธิหลับตาแล้วบอกว่าหลุดพ้นเป็นความเพ้อพกของเดียรถีย์ _สหายเยี่ยม · การนั่งสมาธิเพียงเพื่อให้รู้เท่าทันสังขาราเท่านั้นนะพระคุณเจ้า เมื่อรู้เท่าทันสังขารก็สามารถกำหนดจิตได้ว่า ต้องการอะไร ส่วนผลบุญจะเกิดหรือไม่ขึ้นอยู่กับผลบุญอดีตชาติต่อเนื่อง มิใช่เกิดแล้วกินแต่ผลบุญเก่า ผลบุญใหม่ไม่มีมิใช่และภาษาก็เช่นกันเป็นเพียงสื่อความหมาย แต่เมื่อภาษาเอาวัตรปฏิบัติเป็นตัวกำหนดต้นแบบ เช่น พระเดินจงกรมตลอดทั้งวัน ทุกอิริยาบถของท่านคือสำรวมก็เกิดสมาธิเมื่อเกิดสมาธิย่อมเกิดปัญญา สิ่งนี้ต่างหากคือวัตถุของสัตว์สองขาพูดได้แสวงหาทั้งปวงทำยาก แต่อรหันต์ทำได้ เมื่อทำได้จึงหลุดพ้นจากพันธนาการทั้งปวง ให้สังเกตหลวงปู่ชา สุภัทโท ท่านเรียนจบ.ป.4.แต่สามารถสอนนักปรัชญาชาวฝรั่งที่เรียนรู้ทุกศาสนาทั่วโลกมาแล้วรู้เรื่องด้วย ดังนั้นการใช้ศัพท์หรือภาษาบาลีคือการอวดผลการเรียนการปฏิบัติแห่งตน ยากจะนำไปสู่ความหลุดพ้นจากพันธนาการของบ่วงแห่งกิเลสความอยากแต่มิใช่หมายความว่าภาษามคธต้นสังกัดเดิมจะไม่สำคัญ ควรจะใช้ในระดับสูงของนักเรียนทฤษฎีธรรมของสงฆ์ด้านเปรียญธรรม ส่วนชาวบ้านนั่งหลับหมดไม่เข้าใจนัยยะแห่งการนั่งขัดสมาธิ เดินจงกรม คือเพียงใช้ให้รู้เท่าทัน ท่านจะรู้ถึงขั้นไหนผู้ตอบได้คือตัวท่านเอง เมื่อหลุดพ้นแล้วจะพบกับสภาวะว่างเปล่าของขอบจักรวาลแห่งตัวเอง วันนั้นจึงเรียกหลุดพ้นค้นพบสัจจธรรมที่แท้จริง พ่อครูว่า... คุณไปเรียนดีๆเดินจงกรมเป็นการทำสมถะเท่านั้น เลิกได้แล้ว ให้ลืมตาปฏิบัติอย่างมี โพธิปักขิธรรม 37 มาเรียนสมาธิของพระพุทธเจ้าไม่ใช่สมถะ สมาธิของพระพุทธเจ้าไม่ใช่คือสมถะ สมาธิที่เป็นสมถะเป็นสมาธิของเดียรถีย์ สมาธิของพระพุทธเจ้านั้นคือจิตหมดกิเลส จิตสะอาดจากกิเลส ยิ่งเป็นสมาธิ ยิ่งแคล่วคล่อง ทั้งภายนอ

อ่านต่อ

กและภายใน เป็น กายปาคุญญตา จิตปาคุญญตา ขออภัยที่ต้องใช้พยัญชนะบาลีกำกับ กายก็แคล่วคล่องว่องไว รับรู้เร็วไว ไม่ใช่ไปซึมช้าหนอย่างหนอ ก้าวหนอ มันคนละวิธีปฏิบัติ คนละทางเลยอันโน้นไม่มีทางมาเป็นอย่างนี้ได้ คุณไปเดินจงกรมอยู่นั่นแหละไม่มีทางบรรลุธรรม ขอยืนยันต้องมาเรียนรู้จรณะ 15 วิชชา 8 สัมผัส มี อปัณณกปฏิปทา 3 มีศีลเป็นหลักทำไปตามลำดับจึงจะเกิดสัทธรรม 7 เกิดฌาน ฌานก็ลืมตาปฏิบัติอย่างนี้ _สู่แดนธรรม... บรรทัดแรกเขาอ้างว่าการนั่งสมาธิเพียงเพื่อให้รู้เท่าทันสังขาราเท่านั้น เราก็ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น เราก็ใช้ชีวิตปกติเราก็รู้เท่าทันสังขาราของกิเลสโลกได้เหมือนกัน พ่อครูว่า... ไอ้ที่พูดนี้รวมความแล้วมันไม่เป็นอย่างที่คุณพูด คุณพยายามช่วยเขา พยายามอธิบายช่วยเขาแต่มันไม่เป็นอย่างที่ว่า องค์รวมของเขามันเป็นสมถะหมด ชีวิตจะมีปัญญารู้เท่าทันการเคลื่อนไหวอย่างเร็วไวเป็น มุทุภูตธาตุ กายปาคุญญตา จิตปาคุญญตา ยิ่งรู้เท่าทันเร็วไวเลย ไม่ใช่ไปนั่งเซื่องซึม มันคนละทิศ ปฏิบัติคนละทิศเข้าใจคนละทาง ตระกูลศรัทธาก็เป็น สังขิตฺตํจิตตํ ตระกูลปัญญาก็ วิกขิตฺตํจิตตํ แล้วก็ทำให้มันเจริญขึ้นเรียกว่าเป็น มหัคคตะ นี่คือเจโตปริยญาณ 16 ปฏิบัติแล้วจะรู้ขั้นตอนอย่างนี้ เจริญขึ้นเป็นอย่างนี้เป็น มหัคตะ มันไม่ใช่ไม่เจริญไม่ออกเรียกว่า อมหัคตะ แต่เจริญเป็นมหัคตะ มันมีจิตที่ดีกว่านี้ยังมีอีก มันก็จะมีปฏิภาณรู้ว่า ยังไม่จบ อนุตรจิต คือ จิตที่จะสูงสุดจบ จบด้วยการทำให้กิเลสหมด จบ ตกผลึกลงตั้งมั่นเรียก สมาหิตังหรือสมาหิโต คือสมาธิของพระพุทธเจ้า จิตที่ตั้งมั่นยืนยันอยู่นี่แหละ ให้ตรวจสอบว่ากิเลสยังเหลือหรือไม่เรียกว่าเป็นวิมุติหรือวิมุตติญาณทัสสนะ อ่าน ตรวจแล้วตรวจอีกว่าเป็นวิมุตจริงถไหม สุดท้ายเลย วิมุติ ไม่ใช่เหลือเศษเป็นอวิมุติ ตรวจสอบจนครบ 16 เจโตปริยญาณ อาตมามีสภาวะจึงอธิบายขยายความเป็นภาษาง่ายๆให้ฟัง เพราะอาตมาทำได้หมดผ่านมาหมด พูดไปแล้วเหมือนอวดตัวอวดตนแต่พูดยืนยันความจริง อย่างที่คุณทำไม่เกิดปัญญา มันเป็นสัญญาที่คุณฉลาดขึ้น นึกว่ารู้อะไรมันเป็นความรู้ที่เพ้อๆ กลายเป็นสัญญา กลายเป็นอดีต 18 กลายเป็นอนาคต 44 โน่น มันไม่เกิดปัญญา ปัญญาต้องเกิดในขณะลืมตาปฏิบัติ ปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ ธรรมวิจัยสมโพชฌงค์ สัมมาทิฏฐิ มัคคังคะ อย่างพวกคุณนั้นไม่มีอรหันต์ ทำได้อย่างพวกคุณเป็นอรหันต์เก๊ อย่างที่พวกคุณทำได้เป็นอรหันต์อย่างผิดๆ ความหลุดพ้นคุณก็หลงเข้าใจผิดเอาเองว่าหลุดพ้น ขออภัยนะต้องพูดความจริงว่าอาจารย์ชา สอนฝรั่งนั้นคือได้สมถะ ยังไม่ใช่จรณะ 15 วิชชา 8 ขอยืนยันความจริงนี้ จริง มีตื่น อ.ชาสอนความตื่น ความรู้เท่าทัน แต่ว่าธัมมวิจัยสมโพชฌงค์ยังไม่บริบูรณ์ สติปัฏฐาน 4 ก็ตื่น แต่ธรรมวิจัยสัมโพชนี้ลึกซึ้งมาก มีวิจัยเป็นวิตกวิจาร สังกัปปะ 7 ต่างๆนานา อ่านเลยว่า ปัญญาเป็นอย่างนี้ ปัสสัทธิเป็นอย่างนี้ สงบเป็นอย่างนี้ เจริญเป็นอย่างนี้ แยกได้ ทำให้กิเลสลดลงได้ อัปปนา เป็นจิตที่ตั้งมั่น static อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา แต่อาจารย์ชาจะยืนยันแต่อัปปนา ตัวเดียว ยืนยันแต่เป็นสมถะไม่เป็นปัสสัทธิ ปัสสัทธิคือตื่นเห็นแต่กิเลสมันหมด แต่สมถะคือกิเลสมันเกาะตัวแนบแน่น อัปปนา แปลว่า แน่วแน่ แนบแน่น พยัปปนา เจริญขึ้นกว่านั้นคือแน่วแน่แนบแน่น ยิ่งกว่านั้น เจตโสอภินิโรปนา เจริญไปสู่สูงสุด ยิ่งแน่วแน่ ยิ่งแนบแน่น ยิ่งแคล่วคล่อง ยิ่งว่องไว มันเป็นสิริมหามายา เป็นสภาวะ 2 เป็น dialectic ที่เข้าใจได้ยาก ซึ่งไปสอนฝรั่งให้เขามีสมถะ ยิ่งสอนให้เขาตื่นอยู่บ้าง สำหรับการสอนของอาจารย์ชา ซึ่งก็ยังมีตัวที่ดีที่ถูกต้องอยู่บ้าง แต่ยังไม่บริบูรณ์เท่านั้นเอง ขออภัยไม่ได้ไปข่ม อาจารย์ชา แต่อาศัยสัจจะ อาจารย์ชา เผยแพร่ยืนยันความจริงอธิบายสัจจะของอาจารย์ชาให้ได้เข้าใจ โดยไม่ได้ต้องการไปทำลายส่วนดี ส่วนไหนที่ยังไม่ถูกก็บอกว่ายังไม่ถูก ฝรั่งที่เป็นเทวนิยมเขามาได้อันนี้ เจริญขึ้น ก็ดีแล้ว อาตมายืนยันอ้างอิงหลักฐานจากบาลีต้นคำของพระพุทธเจ้าต่างหากไม่ใช่ไปอวดตน คุณเข้าใจว่าอาตมาอวดตนอาตมาก็พูดแล้วอาตมาไม่มีอาการอวด ไม่มีสาเฐยจิต คุณมารู้จิตอาตมาไม่ได้หรอก คุณไปเพ่งโทษอาตมาเองมันเป็นบาปนะที่จริง ซึ่งคุณนั่นแหละยาก อาตมานะ บรรลุแล้ว อาตมาพูดถึงบาลีคำศัพท์พระพุทธเจ้าก็อธิบายสภาวะทั้งนั้นเป็นภาษาไทยให้รู้ทั้งนั้น คุณจะให้เรียนแต่พระภิกษุ ทำไมใจแคบจัง ฆราวาสเขาก็ฟังอาตมาได้ พวกคุณที่นั่งอยู่นี่เป็นชาวบ้านแล้วหลับหมดหรือเปล่า ใครหลับยกมือ ใครไม่หลับยกมือขึ้น แต่คนหลับคงตื่นแล้วล่ะพูดเสียงซะดัง ซึ่งคุณก็ไปจมอยู่การนั่งสมาธิเดินจงกรมนั่นแหละ ตื่นเถิดชาวไทยอย่าหลับไหลลุ่มหลง ชาติจะเรืองดำรง ซึ่งอ่านของคุณสหายเยี่ยมแล้วคุณเพ้อไปจริงๆ มันเป็นภาษาที่คุณเพ้อพกจริงๆ ถ้าอย่างคุณที่เข้าใจอยู่นี้อาตมาขอยืนยันว่าคุณไม่มีวันที่จะหลุดพ้น หรือจะค้นพบสัจธรรม ศึกษาใหม่ตั้งใจดีๆฟังให้ดีๆ ถ้าคุณฟังไม่ดี คุณไม่ได้ปัญญา คุณได้แต่หลงใหล เพ้อพกไปตามที่คุณเข้าใจ มันก็น่าเสียดายเวลานะคุณนะตั้งใจดีๆ มาฟังธรรมะอาตมาดีๆหน่อย มีปรโตโฆษะ เอาน่า… แบ่งใจให้อาตมาบ้าง ฟังอาตมาบ้าง (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สมณะเดินดิน... สหายเยี่ยมอาจไม่เคยรู้จักประวัติพ่อครู สมัยก่อนพ่อครูท่านทั้งนั่งเป็นคืนๆ เดินจงกรมเดินมามากแล้ว พ่อครูว่า... อาตมาทำมาหมดอย่างที่คุณพูด ทำมาไม่ใช่น้อยๆ อาตมามาพูดนี้ไม่ใช่เหมือนหมาเห็นองุ่นเปรี้ยว ไม่เคยได้ลิ้มรสองุ่นเลยมาพูด อาตมาพิสูจน์ กินองุ่นมาไม่รู้กี่สวนกี่เถาแล้ว ผ่านมาหมดแล้ว นี่ไม่ได้คุยนะแต่พูดความจริง ไม่ใช่มาหลงใหลยกยอตัวเองอะไร เอาละมันค่อยๆว่าไป 660125 ฟังสาธยายธรรมจากคำถามของคนจริง พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน