สังขารในปฏิจจสมุปบาทคืออะไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข20 กันยายน 2565

เนื้อหาในไฟล์

สังขารในปฏิจจสมุปบาทคืออะไร _พ่อครูว่า... มาอธิบาย ปฏิจจสมุปบาท เด็กก็เข้าใจให้ได้ อย่างไรอย่างไรก็จำเป็นต้องท่อง ปฏิจจสมุปบาทมีตัวอะไรบ้าง จำเป็นต้องท่อง Have to ต้องท่อง ๑. เพราะอวิชชาเป็นปัจจัยโง่ๆ จึงก่อสังขารโง่ๆ . ๒. อาศัยสังขาร(๓) จึงเป็นเหตุแก่ วิญญาณ(๖) . ๓. อาศัยวิญญาณ เป็นปัจจัยแก่ นามรูป . . . ๔. อาศัยนามรูป เป็นปัจจัยแก่ อายตนะ(๖) . ๕. อาศัยอายตนะ เป็นปัจจัยแก่ ผัสสะ(๖) ๖. อาศัยผัสสะ เป็นปัจจัยแก่ เวทนา(๖) . . ๗. อาศัยเวทนา๖ เป็นปัจจัยแก่ ตัณหา ๖ . ๘. อาศัยตัณหา๖ เป็นปัจจัยแก่ อุปาทาน ๔ . ๙. อาศัยอุปาทาน๔ เป็นปัจจัยแก่ ภพ ๓ (กามภพ, รูปภพ, อรูปภพ) ๑๐. อาศัยภพ เป็นปัจจัยแก่ ชาติ ๕ (ชาติ สัญชาติ โอกกันติ นิพพัตติ อภินิพพัตติ) ๑๑. อาศัยชาติ เป็นปัจจัยแก่ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกขะ . โทมนัสสะ และอุปายาสะ (พตปฎ. เล่ม ๑๖ ข้อ ๒)

อายตนะ 1ใน2 2ใน1 สัมผัสกันและปรุงแต่งกัน ก็คือสังขาร และสังขารนั่นแหละก็คือเวทนา สัมผัสกับอะไรอยู่ก็สัมผัสข้างนอก สัมผัสกับดินน้ำไฟลม สัมผัสกับสัตว์ สัมผัสกับสิ่งของ อะไรต่างๆ แล้วมันก็เกิดเวทนา เกิดตัณหา เกิดอุปาทาน เป็นภพ เป็นชาติ

มีคนอยากให้อธิบายภพชาติ ฟังดีๆ เริ่มต้นตั้งแต่ อวิชชา แปลว่าความไม่รู้ ไม่ใช่ว่า ไม่รู้ว่าทำป่นทำแจ่วทำอย่างไร เตะฟุตบอลเข้าโกลทำอย่างไร ไม่ใช่ไม่รู้อย่างนั้น แต่คือไม่รู้ในสัจจะที่สำคัญยิ่ง คือไม่รู้ในปฏิจจสมุปบาท คำว่าไม่รู้ อวิชชาคำนี้ ไม่ใช่เอาไปขยายความทั่วไปหมด เช่น ไม่รู้วิธีเตะบอลเข้าโกลก็อวิชชา ไม่ใช่ ไม่รู้วิธีทำแจ่ว ทำป่น ทำลาบคืออวิชชา ไม่ใช่ ไม่ใช่ไม่รู้วิธีโกง คืออวิชชา มันไม่ใช่อย่างนั้น อวิชชาคือ ไม่รู้ในเรื่องของ จิต เจตสิก รูป นิพพาน สู่แดนธรรม... พ่อครูว่า...

อ่านต่อ

คำว่า สิริมหามายา คำว่าไม่มีนั้น ไม่มีอะไร ไม่มีตัวตน ต้องเข้าใจการลดละตัวตนตั้งแต่ หยาบ กลาง ละเอียด ไป _สู่แดนธรรม... เมื่อกี๊คำถามที่เด็กถามว่า ทิ้งขยะไม่เป็นที่ผิดศีลข้อไหน แล้วพ่อครูยังนึกไม่ออกค่ะ ท่านอ.๑ ฝากบอกว่า น่าจะผิดศีลข้อ ๕ ค่ะ เพราะเป็นนิสัยขี้เกียจทิ้งขยะให้เป็นที่ เป็นอบายมุขข้อหนึ่งค่ะ

พ่อครูว่า... อวิชชาคือตัวไม่รู้ ไม่รู้ในปฏิจจสมุปบาท ตัวเริ่มต้นคือ ไม่รู้จักสังขาร สังขารคือการปรุงแต่ง คำว่าปรุงแต่งเป็นศัพท์วิชาการขึ้นมา มันมีอะไรมาสังเคราะห์สังขาร ปรุง ทำงานร่วมกัน ประชุมกันอยู่แล้วมันก็ทำงานร่วมกัน มีปฏิกิริยาร่วมกันเรียกว่าสังขาร คุณเอาน้ำมา แล้วเอาน้ำตาลมา เอาเกลือ เอาซีอิ๊วมาเทปนกันคนกัน เรียกว่า สังขาร เด็กๆฟังเข้าใจไหม ? คุณเอาน้ำมา เอาน้ำปลามา เอาน้ำส้มมา แล้วมาเทปนกันเข้าไป เอามาคนรวมกันมันก็สังขารร่วมกัน ปรุงปนร่วมกัน _สู่แดนธรรม... เมื่อก่อนผมเข้าใจว่าสังขารคือร่างกายของเราเท่านั้น พ่อครู ว่า...คนเข้าใจอย่างนั้นเยอะ ก็ต้องบอกว่า กายสังขาร คือเน้นภายนอก แต่ การสังขารคือการปรุงแต่งของจิตเป็นหลัก แม้กายสังขารก็จิตเป็นหลัก มีภายนอกและภายในและทิ้งภายในไม่ได้ และต้องมีภายนอกเป็นกายสังขาร และไม่แยกกันด้วย กายสังขารไม่แยกกับจิตด้วย นี่คือ ความเข้าใจที่ยาก เพราะคนยังมีรูปกับนาม ยังมีวัตถุกับจิต กายไม่ใช่วัตถุนะ ไปเข้าใจว่ากายเป็นวัตถุนั้นมิจฉาเลย กาย ไม่ใช่สสาร จะเรียกว่าเป็นพลังงานก็เป็นพลังงานที่มีธาตุรู้ประกอบ สังขาร 3 กายสังขาร วจีสังขาร มโนสังขาร (จิตสังขาร)

มันปรุงแต่งแสดงออกมา ทางข้างนอกเป็นท่าทาง เป็นเสียง เป็นคำพูด นัจจะ คีตะ วาทิตะ ก็เรียกว่า วจี ท่าทางก็มีการเคลื่อนไหวมือไม้ เนื้อตัว เหลือคำพูดกับเสียง ก็เรียก วจีสังขาร เหลือแต่ในจิต จิตปรุงแต่งกันอยู่ เป็นตัวประธานให้ทำ วจีสังขาร กายสังขาร ไม่แยกกัน เป็นแต่เพียงว่า คุณระงับมันชั่วคราว แต่การระงับมันชั่วคราว ก็คือ การไม่เคลื่อนไหว ปัสสัมภยังกายสังขารัง ทำให้สงบกาย คุณไม่เคลื่อนไหวก็ทำให้มันสงบกายก็ไม่ผิดเป็นของเดียรถีย์ ตื่นๆๆ ภาวะที่เห็นกิริยากันภายนอกทั้งนั้นไม่เคลื่อนร่างข้างนอก ไม่เคลื่อนไหวร่างข้างนอก กายระงับ แต่ความหมายของพระพุทธเจ้านั้น กายระงับ หมายถึงกิเลสมันไม่มีในจิต ที่มาทำให้ร่างภายยนอกออกทางสรีระ ทั้งเคลื่อนไหวทางสรีระด้วย ท่าทางด้วย วจีด้วย โดยมีมโนหรือจิตเป็นประธาน บังคับให้ทำ เป็นตัวประธานเป็นตัวให้ทำ มันไม่แยกกันนะ เพราะฉะนั้นถ้าจิตมันสั่งเฉยๆ มันบริสุทธิ์ แต่ถ้าจิตมันมีกิเลสมาเป็นตัวเจ้าเรือน มาเป็นตัวใหญ่ เป็นตัวบังคับ แล้วกิเลสมันเก่งกว่ามโนของคุณอย่างเก่งเลยเนี่ยคุณก็เป็นทาสมันตลอดเวลา การปรุงแต่งการแสดงออกมาทางกายกรรม วจีกรรม มีกิเลสเป็นเจ้าเรือน กิเลสมันก็เป็นหัวหน้าใหญ่ให้ทำอยู่ตลอดเวลา มากบ้างน้อยบ้าง ธรรมดาเมื่อไม่ได้เรียนไม่ได้ศึกษาเลย ก็กิเลสเต็มตัว สั่งให้ทำตามที่ต้องการทุกอย่าง เพราะฉะนั้นสังขารทั้งหลายจึงเป็นพิษเป็นภัยที่มีอวิชชา เป็นตัวหัวหน้าใหญ่ของชีวิต สังขารที่แสดงออกจึงเป็นภัยโดยไม่รู้ตัว แล้วทำตัวเองให้เป็นภัย ไม่รู้เรื่องเลยว่าชีวิตทั้งชีวิตของพวกที่ไม่ได้เรียนรู้ ที่จะเป็นเจ้าโลกกันอยู่นี่ _ สู่แดนธรรม... พ่อท่านเคยบอก นักสังขารปรุงแต่งโลกให้วุ่นวายมากที่สุดคือใคร คือนักออกแบบ พ่อครูว่า... นักออกแบบ เขาออกแบบอะไร ออกแบบอาวุธออกแบบการสร้างอำนาจ นี่ เป็นนักสังขารที่เลวร้ายที่สุดในโลก แล้วเขาก็ยังทำอยู่ด้วยความไม่รู้ด้วยอวิชชาอยู่ นั่นคือคือนักสังขาร เดี๋ยวนี้เต็มไปหมดไม่ว่าใครต่อใครยิ่งใหญ่ทั่วโลก พูดตรงนี้แล้วอาตมาระลึกถึงอังกฤษ อังกฤษเคยเป็นประเทศที่บ้าล่าอาณาจักร เป็นประเทศที่พื้นที่ไม่ใหญ่แต่สามารถล่าอาณาจักร บ้ามาเก่า แต่ทุกวันนี้เขาสำนึกแล้ว คืนไป เหลือไว้นิดหน่อยๆเพราะประเทศเขาไม่มาก เขาก็เลยมีบ้าง แต่ประเทศที่เขายอมรับ ยอมรับต่อ King ต่อ Queen ต่อกษัตริย์ พระเจ้าแผ่นดิน เขาก็ไม่มีปัญหาเต็มใจที่จะเป็นอาณานิคม เขาก็เป็นอยู่ทุกวันนี้ เขายอมรับนับถือว่ามีคุณธรรมสูง ที่นี้ทางมนุษยชาติ ดีขึ้นทางเรียกว่าโลก แต่ไปหลงทางอัตตา ทางนามธรรม กลายเป็นเรื่องนามธรรม พิธีกรรม จะเห็นได้ว่าอย่างอังกฤษ ทางโลกเขาดีขึ้นมากเลย ไม่ไปรุกรานไม่ไปบ้าบอเหมือนประเทศอื่นๆแล้ว เพราะสำนึกแล้ว ก็เลยไปหนักทาง อัตตาทางศาสนา ทางศาสนา ทางอัตตาของเขานี่ อาตมาเห็นพิธีการของควีน น่าสงสาร เป็นภาระขนาดนั้น ข้าราชการทั้งประเทศ ต้องมีกิจร่วมอันนี้ทั้งหมดเลย ทั่วประเทศ แล้วก็โอ้โห มีรูปแบบมีพิธีการอะไรต่ออะไร น่าเห็นใจ เหน็ดเหนื่อย แค่พูดก็เหนื่อยแล้ว พูดไม่หมด ขอสรุปเองนิดหน่อยว่า พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ตรัสรู้สิ่งที่สุดยอด ถ้าจะรู้ดีหมด ถ้าจะอยู่ก็อยู่ดีหมด สุดท้ายอนัตตาแยกธาตุเป็นดินน้ำไฟลมไปได้เลย 650919 ธรรมิกราชแจกแจงสังขารในปฏิจจสมุปบาท รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 55

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน