สามเส้า กาละ เทศะ ฐานะ ที่ยิ่งใหญ่.docx
เนื้อหาในไฟล์
สามเส้า กาละ เทศะ ฐานะ ที่ยิ่งใหญ่ _สู่แดนธรรม... พ่อท่านพูดคำคมมา แต่ผมฟังไม่ทันแต่ผมก็ประทับใจว่า ตั้งจิตให้รับรู้ในสิ่งที่ไม่รับรู้ ใครฟังไม่เป็นจะไปตีความว่าทำให้จิตไม่รับรู้ไปเลย แล้วไปหลงผิดว่า ถ้ายังมีตัวรู้อยู่มันจะไม่ได้นิพพาน ทิฏฐิ เขาเป็นเช่นนั้นนะที่อาจารย์ผมสอนมา ตราบใดที่ยังมีตัวรู้เขาว่าไม่พ้นตัวบนตนก็ต้องปรับตัวรู้ พ่อครูว่า... นั่นแหละคือคนโง่อวิชชา แต่ต้องรู้ยิ่งเลย พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ในพระไตรปิฎกเล่ม 16 ข้อ 43 คือเอาความมีกับความไม่มี อาศัยความมีกับความไม่มี ไม่มีก็คือ 0 มีก็คือ 1 เป็น 1 กับ 0 รู้ความมีความไม่มีเราทำความไม่มีและความมีให้อยู่ได้ นี่คือ คนทั้งหลายอาศัยโลกสมุทัยกับโลกนิโรธ ที่ยังปรุงแต่งกันอยู่ ก็รู้กัน 1 มีเหตุปัจจัยโลกสมุทัยกับโลกนิโรธ โลกนิโรธคือ 0 โลกสมุทัยคือ 1 หรือนิรันดรเท่าไหร่ก็ได้ที่สามารถรู้เหตุปัจจัยที่คุณควรจะรับ คุณควรจะรับก็อยู่ที่สถานะของแต่ละคนที่จะสามารถรับสิ่งนั้นได้ อาตมาก็เลยขยายสามเส้าจากประธานนามรูป สามเส้า เล็กที่สุดเป็นใหญ่ที่สุดคือ กาละ เทศะ ฐานะ สามเส้าที่ใหญ่ที่สุดขยายลงไป กาละคือ รวมทั้งหมดเลยคือสิ่งที่เคลื่อนอยู่ในมหาจักรวาลและเอกภพนี้คือ กาละ คือยุคสมัยคือเวลา คือความเคลื่อนไปอยู่เสมอไม่มีความหยุดความเที่ยงแล้วก็ยึดเอาที่เก่าไว้ไม่ได้ กาละ ยึด เอาที่เก่าไม่ได้และไม่ถอยหลัง เทศะคือ สิ่งที่ค่อนข้างจะเข้าใจยาก เทศะ อาตมาแปลสั้นๆให้เป็นหลักว่า กาละคือเวลา เทศะคือ ภูมิประเทศ ฐานะคือ ภูมิธรรม เวลา ภูมิประเทศ ภูมิธรรม เป็นตัวภาษาหลักแล้วค่อยขยายความว่า เวลาคือ ยุคสมัย กาละ หรือความเคลื่อนไหวเสมอไม่เที่ยงไปยึดเอาที่เก่าไม่ได้ อันนี้ถือว่าเป็น รูป กาละถือว่าเป็นรูป เทศะ กับ ฐานะ เริ่มมีนามธรรม เข้าไปเกี่ยว
อ่านต่อ
เทศะคือ ภูมิประเทศ คือ สถานที่และองค์ประกอบทั้งหมด จะมีสัตว์มีคน ดาวดวงนี้ยังไม่ถึงขั้นมีคนมีแต่สัตว์มีไดโนเสาร์ก็ว่าไป จนกว่าจะเกิดเป็นลิง พัฒนามาเป็นคนก็ว่าไป เทศะ เริ่มมี 2 มี 3 มี 4 เริ่มเป็นตัวสังขารแล้ว แล้วฐานะ มาย่อที่บุคคล เล็กสุดก็มายอดจบลงที่ตัวบุคคลฐานะของแต่ละบุคคล หรือภูมิธรรม ในองค์ประกอบของ เทศะ จะมีองค์ประกอบของความแตกต่างกันไม่มีอะไรไม่แตกต่างกัน เทศะ คือองค์รวมของความแตกต่างกันตลอดเวลา เมื่อใด สามเส้า กาละ เทศะ ฐานะ หรือประธานนามรูป สามเส้านี้ อยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว แล้ว เป็นคราวๆ เป็นระยะๆ มันไม่ได้เที่ยวอยู่เดิมหรอก จะสงบจังเลยมันก็ไม่เที่ยง มันก็สงบได้เป็นคราบคราว เพราะ 1 ก็คือ 1 และ 2 มันก็คือ 2 จะให้มันเป็นตัวเดียวกันไม่ได้ 1 มันก็ต้องเป็น 1 2 มันก็เป็น 2 แต่ทั้งสองอย่างมัน คือตัวมี พยายามรวมกันให้เป็น 0 เพราะฉะนั้น 0 1 2 ถึงเป็น สามเส้า ที่เอาไปตั้งโลโก้ ของพรรคการเมืองของชาวอโศก พรรคสัมมาธิปไตย เพราะฉะนั้น 1 ก็เป็น 1 , 2 มันก็เป็น 2 จะให้เป็นตัวเดียวกันไม่ได้ 1มันก็เป็น 1 , 2 มันก็ต้องเป็น 2 ที่นี้มันอยู่ที่คนที่จะมีจิตวิญญาณเอามารวมกันด้วยความเฉลียวฉลาดหรือปัญญา ก็เข้าใจด้วยปัญญาที่รู้ความจริงว่า อ๋อ 1 ก็ 1 , 2 ก็ 2 แล้วมาหาจุดร่วมที่มันเป็น1 ให้ได้ เพราะยังไงมันก็ต้องแตกต่างกัน คนสองคนที่เป็นแฝดก็ไม่มีทางเหมือนกันหมดหรอก ก็จะต้องหาจุดร่วมกันให้ได้ ร่วมกันได้ จบ เป็นความจริง หรือ จริงๆแล้วมันร่วมกันได้ไม่ได้ด้วยปัญญา แต่มันอยู่อย่างจำนน ทั้งนั้นแหละประเทศที่ไม่มีความรู้เรื่องสัจธรรมพวกนี้ดีๆมันอยู่กันอย่างทะเลาะกันตลอด อย่างใหญ่อย่างหลวง เพราะฉะนั้นคนที่จะไปบริหารเป็นประธานาธิบดีเป็นนายกฯมีงานมากเลยคนพวกนี้ ไม่เหมือนชาวโลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้า จะอยู่กันยังไม่ยากเท่าไหร่ ขอ ยกตัวอย่าง มายังประเทศไทย เหมือนยุคนี้ เป็นตัวอย่างที่เกิดความสงบเรียบร้อยดีมาก ต่างประเทศเขายกให้เป็นที่หนึ่งเลย แต่เขายังไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไหร่ เขายกให้เป็นที่ 3 ที่ 5 ที่ 8 ที่ 10 เขาถือว่าสวิตเซอร์แลนด์สงบที่สุดก็ตามใจ ใช่ สวิตเซอร์แลนด์สงบที่สุดสงบกว่าประเทศไทยก็ใช่ แต่มันเป็นแบบสมถะ มันไม่ได้สัดส่วนที่ทันสมัย ที่อะไรต่างๆนานา ยกตัวอย่างที่ทันสมัยที่สุด ประเทศไทยไม่สร้างอาวุธ นี่เป็นประเทศที่ทันสมัยที่สุด ไม่ใช่ประเทศไทยไม่มีความรู้ในการสร้างอาวุธไม่ใช่ ประเทศไทยมีความรู้ในการสร้างอาวุธ จะสร้างก็สร้างได้ แต่ประเทศไทยไม่เคยพัฒนาการสร้างอาวุธเป็นโล้เป็นพายเลย แม้แต่ปืน มีแต่ปืนไทยประดิษฐ์ ก็ไม่ได้มีมาตรฐานอะไร ไม่มีโรงสร้างอาวุธปืน แม้แต่ทางการเองของรัฐบาล กรมสรรพาวุธก็ไม่ได้สร้างเป็นหลักเลย ซื้อจากที่อื่นมาศึกษาใช้งานมาปรับปรุงซ่อมแซม เอาไว้ใช้ประมาณหนึ่ง เพราะฉะนั้นมาถึงยุคนี้จะเห็นได้ชัดว่า ยุคที่บริหารด้วยพลเอกประยุทธ์ 8 ปี ดูรายละเอียดลึกในสังคมไทยจะมีรายละเอียดที่นักรัฐศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์ นักสังคมศาสตร์ จะต้องมาศึกษาอย่างลึกซึ้งสำคัญมากเลย ขออภัยต้องพูดตรงนี้ เพราะอะไร เพราะมีธรรมิกราช 2 องค์เกิดขึ้นมาในประเทศไทยจนถึงยุคนี้ ขอสรุป จึงนำพาให้ประชาชนคนไทยมีภูมิธรรมมีปัญญามีปฏิภาณ เกิดการพัฒนาจิตวิญญาณ แล้วก็อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข แต่แน่นอนต้องมีตัวขัดแย้งตัว Nuisance ธรรมชาติไม่มีอะไรไม่แตกต่างความแตกต่างมีอยู่นิรันดร ถ้า 2 อันมีความแตกต่างกันทั้งนั้น มาสรุปลงตรงที่คำว่า ฐานะ คือจิตวิญญาณ ฐานะคือภูมิธรรม ซึ่งเป็นของแต่ละบุคคล เท่าที่จะมีปัญญาฉลาดแค่ไหน ถ้าฉลาดสุด ก็คือ รู้ภาวะสองของโลกีย์กับโลกุตระที่จริง ฉะนั้นคำว่าฐานะ ก็เหมือนกับนาม เวลา กาละคือรูป ฐานะคือนาม เทศะคือนามรูป เทศะคือ 0 กับ 1 เทศะคือ ความต่างที่อยู่ร่วมกันได้ด้วยความสามารถของภูมิปัญญา หรือทำจิตวิญญาณให้เจริญ หรือ สามารถควบคุมได้แล้วก็ จำทนกันอยู่ อยู่คนเดียวจำนน หรือจำทนก็อยู่กันไป นี่คือสภาวะที่อาตมาสรุปสังคมต่างๆ อย่างสั้นที่สุด ถ้าจะพูดให้ยาวก็ทำ thesis ไปได้อีก 100 เล่ม ปริญญาเอก 100 เล่มน้อยไป 650926 กาละเทศะฐานะนี้ พลเอกประยุทธ์ควรเป็นนายกต่อ รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 56