สื่อธรรมะพ่อครู(อวดอุตริมนุสธรรม) ตอน คนไม่มีกิเลสจะเอากิเลสที่ไหนไปบอก.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.12 KB
วันที่แก้ไข29 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อวดอุตริมนุสธรรม) ตอน คนไม่มีกิเลสจะเอากิเลสที่ไหนไปบอก _2166กุรุแป้งเอ้ย! ลองๆไปตีความในโลหิจจสูตรดีๆใหม่อีกทีเมื่อบรรลุธรรมแล้วไม่นำไปบอกไปสอนคนอื่นจึงจะถือว่าเป็นมิจฉาทิฐิ มิใช่หรือ? เปรียบเหมือนมีของแล้วไม่แบ่งปันคนอื่น? ไม่ใช่ไปเที่ยวอวดอ้างการบรรลุของตัวเอง ใช่ไหมครับกุรุแป้ง ผมถามเป็นเชิงวิชาการวิเคราะห์กันดูนะครับกุรุแป้งครับ/แก่นกรุ เพื่อนเก่า เมืองอุบล. พ่อครูว่า…เขาว่าการบอกกับการอวดอ้างการบรรลุนั้นต่างกัน แต่นี่ก็ฟังดีๆตรงนี้ ผู้ที่บรรลุธรรมนี้แปลว่าคนนี้ไม่มีกิเลส ก็แล้วจะเอากิเลสที่ไหนไปบอก คนที่ไม่มีกิเลสคนที่เป็นอรหันต์ตัดเกรดตรงที่ เที่ยง นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) “นิจจัง-ธุวัง-สัสสตัง-อวิปริณามธัมมัง-อสังหิรัง-อสังกุปปัง” นี่คือเงื่อนไขของพระอรหันต์ เป็นพระโสดาบันก็อาจจะยังยึกยักแต่ไม่ตกต่ำ แต่พระสกิทาคามีก็เจริญขึ้นกว่าโสดาบันยิ่งไม่ตกต่ำใหญ่ เป็นอนาคามีถือว่าเที่ยงแล้วต่อผัสสะภายนอก โสดาบันมีเงื่อนไข 4 อย่าง คือ 1. โสตาปันนะ เข้ากระแส 2. อวินิปาตธรรม ไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา แม้จะตกลงบ้างแต่ก็จะทำคืนแก้ไข 3. จนมีคุณธรรมที่เที่ยงนิยตะไม่ยึกยักแน่นอนมั่นคงในศีลของโสดาบันแล้ว 4. จะเดินไปสู่ที่สุดที่สูง หากเป็นพระอรหันต์แล้วจะเที่ยงไม่มีตกต่ำอีก ไม่มียึกยักไม่มีกิเลสอีกเลย กิเลสเป็น 0 แล้วท่านเป็นพระอรหันต์ แล้วจะเอากิเลสที่ไหนไปประกาศ หากท่านยังยึกยักตกต่ำอยู่ ก็ไม่นับว่าท่านเป็นพระอรหันต์ เพราะฉะนั้นท่านเป็นผู้ที่ไม่มีกิเลสแล้วอย่างไม่ยึกยักไม่ตกต่ำ ถึงบอกว่าต้องประกาศเป็นสติวินัยแก่พระอรหันต์ ท่านจะทำอะไรก็เป็นสมมติเป็นหลักส่วน

อ่านต่อ

ปรมัตถ์ท่านสมบูรณ์แล้ว ท่านก็อนุโลมไปตามสมมติสัจจะเท่านั้น จะไปปรับว่าท่านมีกิเลสโลภโกรธหลงอีกได้อย่างไร ถ้ายังมีอีกท่านก็ไม่ใช่พระอรหันต์สิ ฟังให้ชัด แต่มันมีประเด็นที่ยากก็คือ ลิงลมอมข้าวพอง แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ยังมีลิงลมอมข้าวพองเกิดมาก็ยังไม่เดียงสา จนกว่าจะรู้เดียงสา จากวันนั้นที่ท่านรู้ตัวเองแล้วท่านก็รู้ว่าเป็นพระอรหันต์ด้วย เป็นอรหันต์ปฏิบัติไปสะสมจนเป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่เมื่อเกิดมาก็มีโลกโลกีย์ฉาบอยู่เป็นลิงลมอมข้าวพอง ท่านไม่ติดยึดก็ละออกมาง่าย แต่ที่ดูเหมือนมีกิเลสก็คือเมาเหมือนลิงลมอมข้าวพอง สรุปที่ว่า ผู้ที่บรรลุธรรมนั้นคือคนที่ไม่มีกิเลส เพราะฉะนั้นกิเลสการอวดอ้างก็คือกิเลสอย่างหนึ่ง อยากอวดอ้างคือกิเลสอย่างไร ถ้าหากบรรลุธรรมแล้วก็จะไม่มีกิเลสอยากอวดอ้าง แล้วท่านผู้บรรลุอรหันต์ไม่มีกิเลสอวดอ้างเป็นอุปกิเลสก็ไม่มี จะเพ่งโทษพระอรหันต์พระอาริยะ โพธิสัตว์ พระพุทธเจ้าก็จะมีกรรมวิบากเป็นธรรมดา 620717_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เทวนิยมกดข่มจมกับ 2 ที่ตีไม่แตก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน