สื่อธรรมะพ่อครู(โลกุตระ) ตอน ปัญญาใช้สลายความเห็นแก่ตัว.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(โลกุตระ) ตอน ปัญญาใช้สลายความเห็นแก่ตัว พ่อครูว่า..พวกเรามีการปฏิบัติธรรม มีจิตใจที่เป็นอาริยะ เป็นความเฉลียวฉลาดที่ล้างอัตตาตัวตน ล้างความเห็นแก่ตัว ภาษาเป็นอย่างนั้นแต่ความจริงก็เป็นอย่างนั้น อ่านสภาวะจริงว่ าเรามีตัวตนความเห็นแก่ตัว แล้วมีพลังปัญญา ที่ศักดิ์สิทธิ์มาก ปัญญาเป็นบาลีที่เป็นโลกุตระ เดี๋ยวนี้เอาไปใช้เรียกแบบเฉโก ที่มีความเห็นแก่ตัว แต่ปัญญานั้นตรงกันข้าม มันรู้ตัวเองละอายที่มีความเห็นแก่ตัวเองโลภโมโทสัน มันละอายมีหิริโอตตัปปะ ปัญญาจะมีความฉลาดพลังงานล้างอัตตาวางอัตตาไปได้ตามลำดับ โสดาบันวางได้ระดับหนึ่ง สกิทาฯ อนาคาฯ อรหันต์ก็วางได้หมด เป็นโพธิสัตว์จะรู้จักโลกโลกวิทูมากยิ่งขึ้น ทุกวันนี้เมืองไทยมีโลกุตระมากยิ่งขึ้น ทุกวันนี้ มีเชิงทำทีจะรับ แต่เขาไปมองเชิงโลกียะ โลกุตระมีดีทั้งคู่ โลกียะ กับโลกุตระ ดีทางโลกียะมันทางมี แต่ทางโลกุตระมันมาหมด ซึ่งมาทางหมดนั้นสูงกว่าทางมี เขาก็ค่อยๆเข้าใจก็ค่อยๆถูกโลกุตระดึงมาทางหมดมาเรื่อยๆ เป็นไปได้ยาก และเป็นไปได้ทีละน้อยๆมาไม่ได้ทีละมาก จนมาถึงวันนี้แล้วโลกุตระหรือธรรมะอาริยะที่แท้จริง มีคนบรรลุทางธรรมแท้จริง ของพระพุทธเจ้าสัมมาทิฏฐิ เมืองไทยเป็นเมืองที่มีพุทธศาสนาตั้งแต่ตั้งประเทศจนเดี๋ยวนี้ เป็นเมืองที่มีเชื้อของโลกุตระ ติดเนื่องมาที่นี่ เป็นอจินไตยที่ทำไมต้องมาเป็นที่นี่ มันต้องเป็นที่เมืองไทยอาตมาจึงต้องมาเกิดที่เมืองไทย พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่เป็นโพธิสัตว์ มาที่เมืองไทย มีพระจริยวัตรของพระองค์ตลอด 70 ปี อาตมาเป็นสายปัญญา ท่านเป็นสายเจโตท่านทำมาได้จนกระทั่งขนาดนี้ ก็เลยได้มา เพราะอาตมาเป็นปัญญาต้องตามเจโต จนกว่าปัญญาจะนำเจโต ทีนี้เจโตต้องตามปัญญา ตอนแรกๆ เจโตจะเกิดก่อน เพราะว่าอวิชชาเกิดก่อ
อ่านต่อ
นวิชชา ถ้าไม่มีพระพุทธเจ้าอวิชชาก็ดำเนินไปตลอดกาล แม้แต่ความฉลาดก็เป็นแบบโลกียะฉลาดแบบเฉโก ไม่รู้จักกายไม่รู้จักธรรมะสอง ไม่รู้จักรูปนาม แยกธรรมะสองให้เป็นหนึ่ง แยกไม่ได้621014_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 75