สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน ญาณกับปัญญาในจรณะ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน ญาณกับปัญญาในจรณะ _ขอกราบเรียนถามว่าปัญญาในตัวที่ 11 ของจรณะต่างจากญาณอย่างไร แล้วถ้าต่างกันญาณ จะเกิดขึ้นในส่วนใดของจรณะ 15 พ่อครูว่า...ผู้ถามมาก็พอเข้าใจ แต่ยังไม่ละเอียดไม่มากพอ สรุปก่อน มีจรณะ 15 มีปัญญาอีก 8 เรียกว่าวิชชา8 ก็คือปัญญา ปัญญาที่สูงกว่าปัญญาเรียกว่าวิชชา ในจรณะ15 มียาดำของปัญญา ตั้งแต่ศีลเลย เริ่มต้นปฏิบัติ หลักเกณฑ์ของศีล ต้องปฏิบัติให้ถูกหลัก 3 ข้อ แล้วก็ต้องมีศีลพกไปด้วย คุณต้องเอาตามกรอบนี้ ไม่เอาเลอะเทอะไปกว่านี้ ศีลข้อที่ 1 2 3 เท่านี้ก็เอาก่อนเยอะแล้ว ยังมีส่วนของกายวาจาใจ ครบ แล้วก็ศึกษาให้ครบ อาตมาก็แยกแยะ อันหนึ่งสัตว์ อันสองของ เป็นดินน้ำไฟลม กับพืชถือว่าเป็นของ มันไม่มีวิญญาณไม่มีเวทนา กับ 3 ตัวเวทนาแท้ๆ รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส สัมผัส 6 กามคุณ 5 แล้วมีจิตร่วมเป็น 6 ต้องศึกษาและมีสภาวะเหล่านี้ ปฏิบัติอธิศีล อธิจิต แล้วต้องมี สำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 ต้องลืมตาปฏิบัติ หากหลับตาปฏิบัติก็ไม่ได้สัมผัสทั้งอินทรีย์อีก 5 มันก็ผิดแล้ว ในวิชชาจรณสัมปันโนของพระพุทธเจ้า ที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ได้ตรัสรู้ เริ่มต้นหลับตาปฏิบัติก็ไม่ใช่ทฤษฎีของพระพุทธเจ้าแล้ว แต่มีไหมก็มี ปนเละเทะอยู่ในศาสนาพุทธ และผู้ที่สัมมาทิฏฐิแล้วจะหลับก็ได้ ปฏิบัติเป็นอุปการะก็ได้ อุปการะแต่ไม่ใช่แก่นแท้ อาตมาก็ใช้อยู่มาก ตอนนอนหลับก็ใช้ ทวารนอกไม่เกี่ยว แม้แต่นอนหลับอาตมาก็ปรุงแต่งธรรมะได้ ยิ่งมีสติ ก็แน่นอนตื่นอยู่ก็ทำได้ แม้จะตัดภายนอกก็ปฏิบัติได้ การหลับก็หลับแบบไม่ฝันเลยก็ได้แต่ไม่ได้เรื่อง ก็ติดยึดกันไปแบบดับ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ ก็ต้องมี แล้วเกิดสัทธรรม 7 ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ พหูสูต วิริยะ สติ ปัญญา วิริยะ สติ ปัญญา ก็ต้
อ่านต่อ
องมีปัญญาเข้าไปร่วมกับ วิริยะ กับสติ เข้าไปทำงานเต็มที่เลย คุณจึงจะเกิดฌาน 1 2 3 4 ปัญญาอยู่ที่ไหนฌานอยู่ที่นั่น ปัญญาไม่มีฌานไม่ได้ ปัญญาคือคนมีฌาน เป็นฌาน 1 2 3 4 คนไม่สูงใช้ได้แต่ฌาน 1 เป็นฌาน 2 3 4 ใช้ไม่ได้ คนที่ทำได้ฌาน 1-4 ใช้ฌานไหนก็ได้ โดยรู้ อันนี้ปรุงแต่งแค่ฌานไหนก็ทำได้ คุณทำใจในใจของคุณได้ทั้งหมด มันก็อยู่ที่ความสามารถของคุณที่จะมีสมรรถนะมีความสามารถ หรือมีเจโตวสิปัตโต ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจตามที่เราต้องการได้ ในจรณะ 15 ขาดปัญญา ขาดญาณขาดวิชชาไม่ได้ ต้องมีปัญญา ตั้งแต่ วิปัสสนาญาณ มโนมยิทธิ อิทธิวิธญาณ โสตทิพย์ เจโตปริยญาณ บุพเพนิวาสานุสติญาณจุตูปปาตญาณ อาสวักขยญาณ
พ่อครูว่า...อาตมาก็เห็นว่า โลกุตรธรรม..ขยายผลอย่างน้อยในหลวงร.9 รับจากในหลวงร.9 ถ้ากษัตริย์ภูฏาน คิงจิกมี เริ่มมีอัญญธาตุเริ่มรู้โลกุตระเหมือนอัญญาโกณฑัญญะ จะมองไม่เห็นดีเห็นงามกับอันนี้ ก็เลยไม่ใช่ว่าเป็นประเทศจนอยู่แล้ว ก็เลยจนต่อไปไม่ใช่ แต่เขามีปัญญาเฉลียวฉลาดรู้ความจริงอันนี้ จนกระทั่งกล้าไปประกาศ นายกฯปัจจุบันนี้ กล้าไปยืนยันกับสหประชาชาติ ประกาศกลางที่ประชุมผู้นำโลก ประกาศว่า จะยินดีเอาความจน แต่เขาก็ไม่ได้เข้าใจผิดว่า ความจนแล้วจะไม่ดูแลสุขภาพ สุขภาพก็สำคัญ เขายืนยันเอาเรื่องสุขภาพ พูดถึงสุขภาพตั้งแต่ไหนแต่ไร เขาก็บอก GNH คือ Health เขาไม่ได้หมายถึง Happiness อย่างเดียว เป็นสุขภาพมวลรวม คราวนี้เขาจึงยืนยันว่า รัฐบาลจะรับผิดชอบเรื่องสุขภาพ ทุกประเทศถ้ามีหลักประกันรับผิดชอบเรื่องสุขภาพรัฐบาลช่วยเหลือมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะเป็นสิ่งที่ดี มันเป็นทุกข์อาริยสัจ ทุกข์เจ็บป่วยได้ไข้ สุขภาพไม่ดี มันเป็นทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้ ไม่มีใครอยากได้หรอก แต่มันก็เข้าไปถึงตัวเพราะมันเป็นเรื่องกรรมวิบาก เขาไม่ได้เรียนรู้กรรมวิบาก เมืองไทยเรียนรู้กรรมวิบาก สุดท้ายก็จำนนเรื่องกรรมวิบาก เราก็พยายามแก้ไขวิบากแก้ไขกรรมของเราไป ส่วนของเทวนิยม ก็เป็นบอกว่าพระประสงค์ของพระเจ้า จะมีความทุกข์ทรมานเจ็บป่วยก็เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า เขาก็เบาใจเหมือนกัน เขาก็สบายใจได้ทนได้เพราะเป็นความประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า แต่ของเรานี้ คนทุกข์เจ็บป่วย พระเจ้าอะไรใจดำ แล้วมาแกล้งมนุษย์ ก็ไหนว่าพระเจ้ารักมนุษย์ทุกคน บันดาลได้ทุกอย่างทำไมไม่บันดาลให้เขาดี ทำไมมาให้เขาชั่ว ก็เลี่ยงไปว่าเขาชั่ว แต่ทีดีก็เอาเข้าตัว แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่อยู่ที่พระเจ้า เขาก็คือตัวเขาคือพระเจ้าของตัวเขาเอง เขาทำชั่วเองเขาก็มีความทุกข์ความเจ็บป่วยเอง เขาพยายามรักษาป้องกันไม่ให้มีที่จะเจ็บป่วย เขาก็รอดตัวของเขาไป สุดท้ายแล้วก็คือตัวเองทั้งนั้น ไม่ใช่พระเจ้าเป็นตัวบันดาล หรือพระประสงค์อะไรทั้งนั้นหรอก ขออภัยเป็นวิชาการนะ อย่าหาว่ายกตนข่มเทวนิยมก็ขออภัย621011_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนจนคือผู้เข้าใกล้วิเวกไม่ข้องอยู่ในถ้ำ