ลักษณะของประชาธิปไตยสุดยอด 5 ประการ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ลักษณะของประชาธิปไตยสุดยอด 5 ประการ _2. กราบนมัสการพ่อท่านครับ อยากทราบว่าเราจะเจริญในทางธรรมและทางโลกพร้อมกันเราจะใช้ธรรมะแบบไหน พ่อครูว่า... ใช้ธรรมะโลกุตระนี้ เจริญไปทั้งทางโลกและทางธรรม 2 อย่างเลยนะ เพราะธรรมะโลกุตระจะเข้าใจโลกและเข้าใจตัวเอง และสามารถที่จะเกิดอธิปไตย อธิปไตยคืออำนาจ Authority สามารถที่จะทำให้โลก เกิดการบริหารสังคม บริหารโลก บริหารหมู่กลุ่ม บริหารประเทศชาติ ให้อยู่ในสมดุล ให้อยู่ในความอบอุ่นสงบ ราบรื่นง่ายงาม มีอิสรเสรีภาพ มีภราดรภาพ มีสันติภาพ มีสมรรถภาพ มีบูรณภาพ มีสุญภาพ มีสุนทรียภาพ บริหารโลกให้เกิดแบบนี้ ชาวอโศกมีทุกภาพ 1. อิสรเสรีภาพ ทุกคนมาที่นี่มาเองทั้งนั้น หลวงปู่ไม่ได้เรียกร้องให้มา อาจจะมีพ่อแม่พี่น้องผลักดันให้มาก็เถอะ เราก็อยู่ในอาณัตินั้น ตามฐานะของเด็ก พ่อแม่ของเด็กก็ต้องมีภูมิธรรมรู้ว่าเอาเด็กมาอยู่ในนี้มันจะเสียหายอะไร มีแต่จะเจริญ ดีทั้งนั้น มันไม่มีพิษอะไร เพราะฉะนั้น 1.) บริหารโลก 2.) ตนเองอัตตาธิปไตย บริหารตนเอง บริหารตนเองให้เป็นคนสูงสุดมีวรรณะ 9 เป็นคนที่เป็นอรหันต์ สรุปง่ายๆ ทุกวันนี้สังคมมนุษยชาติแม้แต่ในประเทศไทยเป็นชาวพุทธ ไม่เชื่อว่าพระอรหันต์จะเกิด เขาเข้าใจอรหันต์ไม่ได้ เข้าใจอรหันต์เป็นเรื่องตลก เป็นเรื่อง magical เป็นเรื่องลึกลับ เป็นเรื่องพิสดารไปหมดเลย เป็นเรื่องวิเศษแปลกๆบ้าๆบอๆ ซึ่งมันไม่ใช่ ที่จริงแล้วเป็นคนสามัญที่รู้โลกรู้ตน เป็นคนที่ช่วยโลกช่วยตนและมีอธิปไตย มีอำนาจมีพลัง พลัง พลังที่จะช่วยโลกได้ตามฐานะ อย่างพวกเราจะช่วยโลกได้ตามฐานะ พวกเรานี้ช่วยสังคมประเทศชาติ ช่วยมนุษยชาติ เราไม่ได้เห็นแก่ตัว โลกกับอัตตาอันเดียวกัน ไม่ได้เห็นแก่ตัวจึงเห็นแก่โลก ช่วยโลกไปหมดตัวหมดตน ก็ไม่ต้องมีตัวตน ตนคือโลก โลก
อ่านต่อ
คือสิ่งแวดล้อมกับเรา เราจะมีอำนาจ มีฤทธิ์ มีอธิปไตยไปได้เท่าไหร่ โลกของเราคือ 1 คน 2 คน 3 คน, 3 คนเรียกว่าโลก แล้วมี cyclic 4 คน 5 คนก็คือโลกที่ขยายไป เราจะบริหาร 3 คน จะบริหาร 4 คนให้อยู่กันอย่างอยู่เย็นเป็นสุข เรียบร้อยราบรื่นง่ายงาม สันติสุข ได้อย่างไร นั่นคือคนที่บริหารโลก เพราะตนเองรู้จักบริหารตนเองได้ มีอธิปไตย มีพลัง มีฤทธิ์ มีอำนาจ ที่จะทำให้ตนเองสามารถช่วยกันได้ 3 คน 4 คน 5 คน 100 คน พันคน หมื่นคน แสนคน ล้านคน หลวงปู่บริหารพวกเรา ก็เกิดชุมชนชาวอโศกอยู่ทั่วประเทศกระจายกันอยู่ นี่แหละนักการเมืองใหญ่คนนึง ที่มีกลุ่มประชาชนจัดตั้ง เรียกด้วยสำนวนของการเมืองเขาเลย ชาวอโศกทุกอโศกคือกลุ่มสังคมประชาชนจัดตั้ง ของโพธิรักษ์ ถ้าหลวงปู่ลงสมัคร สส.พวกนี้จะลงคะแนนเสียงให้ไหม หมดเลย กลุ่มสังคมชุมชนอโศก สมมุติว่าเขาเลือกตั้งนายกจากประชาชนทั้งหมด คะแนนของชาวอโศกมา หลวงปู่ลงเลือกตั้งนายก หลวงปู่จะได้คะแนนจากประชาชนทั่วประเทศ อาจจะชนะใครต่อใครก็ได้ แม้ทุกวันนี้นะ คะแนนเสียง นอกจากชาวอโศกและคนที่เห็นดีเห็นด้วย ถ้าสมมุติว่าจะมีอย่างนั้น สมมุติว่าเลือกตั้งนายกในประเทศไทย โดยประชาชนทั้งประเทศเหมือนกับที่เค้าเลือกประธานาธิบดีของอย่างประเทศอื่น คนที่เขาเข้าใจโพธิรักษ์ แม้จะไม่ใช่ชาวอโศกเขาก็ต้องเลือกใช่ไหม หลวงปู่เชื่อว่าอาจจะ ไม่ใช่อาจจะเท่านั้น เชื่อว่าจะได้เป็นนายกเลือกตั้งเลย ทุกวันนี้มันถูกดิสเครดิตน้อยลงแล้ว แพร่ความจริงไปให้เข้าใจแล้ว เอ๊ะ คนนี้ไม่มีตัวตนนะ ทำเพื่อประเทศชาติ เพราะฉะนั้น คนนี้แหละบริหารประเทศยอดเยี่ยมเลย เป็นประชาธิปไตย ประชาธิปไตยนี่ หลวงปู่เขียนเล่นๆ 5 ประการ 1. ซื่อสัตย์ 2. ชัด รับใช้ประชาชน 3.ไม่เห็นแก่ตน 4.มีผลงานปรากฏ 5. กบฏต่อโลกียะ นี่คือประชาธิปไตย Absolute หรือ Ultimate ประชาธิปไตยสุดยอด นี่ประชาธิปไตยแท้ โลกุตระสอนประชาธิปไตยอย่างนี้ เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยของเมืองไทยจึงไม่มีในโลก เพราะในโลกไม่มีความรู้ มหาวิทยาลัยสอนประชาธิปไตยรัฐศาสตร์เทวนิยมทั้งนั้น ในตะวันตกในต่างประเทศ แม้แต่ในประเทศไทย เป็นศาสนาพุทธที่จะเป็นความรู้แบบที่หลวงปู่พูด แต่เขายังไม่ถึง จุฬามหาวิทยาลัยก็ตาม มหามกุฎราชวิทยาลัยก็ตาม เท่านั้นเอง แต่ก็มีคนพอรู้บ้าง เรื่องที่หลวงปู่พูดไปนี้ ผู้ที่มีปัญญา มีภูมิธรรมจะพอเข้าใจ แต่มันยังมีไม่มากพอที่จะทำให้เกิดได้ เพราะฉะนั้น มหาวิทยาลัยแห่งประชาธิปไตยในโลกมีอยู่ในอโศก อโศกนี้เป็นประชาธิปไตยสุดยอด ลักษณะของกฎหมายมหาชนดังกล่าวในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงเป็นตัวบ่งบอกที่ชัดเจนว่า เป็นคุณลักษณะของรัฐบาลประชาธิปไตย เพราะถ้าประเทศอยู่ในระบอบเผด็จการ กฎหมายมหาชนจะครอบงำกฎหมายเอกชนทั้งหมด นี่เขาอยู่ในวงการเขาดูว่า พลเอกประยุทธ์ทำถึงขั้นไหน แต่คนที่ไม่มีความรู้จะเป็นนักกฎหมายจะเป็นนักการเมืองที่เขาอยู่นี้เขาไม่รู้ ลึกละเอียดเหมือน ดร.อัษฎางค์ เขาเข้าใจเขาก็พูดตามหลักวิชาการออกมาเลย และสัจจะเป็นอย่างนี้ด้วยหลวงปู่เข้าใจ หลวงปู่ไม่ได้เรียนรัฐศาสตร์ ไม่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์หรอกชาตินี้ แต่ก็พูดกับเขารู้เรื่องนักวิชาการพวกนี้ฟังหลวงปู่พูดแล้วไม่ได้เป็นเรื่องเละเทะ แต่คนทั่วไปเขาก็ดูถูกก่อนเขาก็ไม่เชื่อ เขาไม่เชื่อก็เข้าใจไม่ได้ แต่ว่านักวิชาการถ้ามีอคติก็จะฟังหลวงปู่ไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าไม่มีอคติแล้วจะฟังหลวงปู่พูดเข้าใจ แม้แต่ความหมายคำว่า กฎหมายมหาชนกับกฎหมายเอกชน ก็ตาม เขาบอกว่าพลเอกประยุทธ์กำลังพยายามไม่ให้กฎหมายมหาชนไปครอบงำกฎหมายเอกชน พยายามให้เกื้อกูลกัน มันก็เป็นสุดยอดแล้วในการบริหารประเทศ เพราะคนทำตามกฎหมายเป็นหลัก นอกนั้นก็เป็นเรื่องนิสัยใจคออย่างเช่นทักษิณ กฎหมายจะว่าอย่างไรกูไม่ฟังเสียงกูทำของกู ตามความโลภความเห็นแก่ได้ อำนาจบาตรใหญ่ของกู ก็ทำไป จริงๆแล้วทักษิณนี่มันสุดยอดหน้าด้านที่สุด มาเที่ยวได้ตั้งอะไรออกมา ออกสื่อสารมา แล้วเห็นแล้วประเทศไทยเข้าใจดีเขาไม่เอา เขาไม่ไปตามจับมาลงโทษ แล้วทำเป็นคะนอง หน้าด้านจริงๆเลย ตัวเองผิด 100% แล้ว แล้วก็ทำเป็น ไม่อาย เป็นนักโทษหนีคุกวิพากษ์วิจารณ์ศาล ทั้งนั้นแหละ อาตมาไม่ได้พูดความจริงว่าหน้าด้าน เป็นเรื่องจริง มันเกินกว่ามนุษย์ที่เขาจะเป็นแล้วและก็ยังทำแสลน ทำเป็นอวดดีนั้นเวรจริงๆเลย มันเป็นตัวอย่างยิ่งกว่าเทวทัตในยุคพระพุทธเจ้า ขออภัยลูกเต้าเหล่าหลานเขาอยู่ในเมืองไทยได้ฟังอาตมาพูดก็ต้องขออภัย อันนี้เป็นเรื่องความรู้สัจธรรม วิชาการ แต่มันเป็นเวรเป็นกรรม เขาเป็นพ่อเป็นแม่คุณก็แล้วแต่ ก็ต้องขออภัย มันเป็นเรื่องของสัจธรรม หลวงปู่พูดเรื่องสัจธรรมไม่ได้ไปพูดถึงตัวตนบุคคล แต่ก็สงสารเขาไม่รู้จะช่วยอย่างไร มันสุดวิสัย ขนาดมหาบัวแท้ๆก็ยังด่าเปิงเลย แล้วหลวงปู่จะมีน้ำยาไปช่วยอะไรเขา เขาเป็นลูกศิษย์ลูกหากัน ก็โดนด่ากันเปิงเลย สมณะเดินดิน... ผมอยากเสนอให้พวกเราได้เห็นประเด็นความสำคัญของรายการเมื่อคืน คือ ผมคิดว่า เหตุการณ์เมื่อคืนที่ทุกคนก็ประทับใจ แต่ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะว่าพลังของสนามแม่เหล็กที่พวกเรามารวมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นแรงโน้มเหนี่ยว ให้คนมาเข้าสู่สนามนี้ต้องพูดดีคิดดีทำดีออกมา ทุกคนก็มีความรู้สึกเหมือนกันว่า มันเป็นการประกาศโลกุตระที่ชัดเจน สิ่งที่พ่อครูพูดเราก็ฟังมาก็ตั้งเยอะ แต่เมื่อมีสีสันเทียบเคียงระหว่างธรรมะ 2 นี่ รู้สึกว่ามันชัด มันลึกขึ้นมามาก ไม่เหมือนกับเหตุการณ์ปกติที่เราเคยฟัง อย่างนั้นต้องขอขอบคุณทนายนกเขาและคุณจตุพร ที่ทำให้พ่อครูได้ประกาศโลกุตระ ทั้งหมดเกิดจากองค์ประกอบจิตวิญญาณของพวกเราที่ทำให้พระครูสามารถประกาศโลกุตระได้อย่างชัด อย่างลึก อยู่ที่พลังรวมของพวกเราที่มารวมกันในครั้งนี้ พ่อครูว่า... อันนี้ใช่ จริง ค่อยๆเป็นไป ความจริงจะค่อยๆ ปรากฏด้วยเหตุการณ์ต่างๆที่จะค่อยๆคลี่คลายด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ มีปรากฏการณ์มีพฤติการณ์เกิดขึ้นในสังคมไปได้เรื่อยๆ มันก็จะเป็นไปตามธรรมดา 651106 พ่อครูเอื้อไออุ่นกับลูกๆหลานๆ งานมหาปวารณา มหาบิ๊กคลีนนิ่ง