สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน พลังงานบุญคือพลังงานฌานพลังปัญญา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.51 KB
วันที่แก้ไข9 เมษายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

พลังงานบุญคือพลังงานฌานพลังปัญญา มาเข้าสู่ประเด็นเรื่องบุญ ที่แปลเป็นภาษาบาลี สันตานังปุนาติวิโสเทติ คือชำระจิตสันดาน ให้สะอาดหมดจด ก็ต้องมาเรียนรู้ สิ่งที่อยู่ในจิตสันดาน ที่จะต้องชำระ ก็สรุปแล้วว่าคือกิเลส คือบาปอกุศล คือสาระสำคัญของมนุษยชาติ ผู้ที่มาใส่ใจที่จะเรียนรู้บุญ คือพลังงานที่เป็นอาวุธ เป็นพลังงานที่เรียกชื่อเต็มๆ เป็นศาสตราหรืออาวุธ คำว่าศาสตรา หมายถึงความรู้ หมายถึงอาวุธ ให้เกิดศาสตรา ให้เกิดความรู้อาวุธ ที่ทำลายกิเลสได้ แต่ละคนมาสร้างบุญ เครื่องมือทำร้ายทำลายกิเลส ไม่ใช่เครื่องมือทำร้ายสิ่งที่เป็นคุณค่าประโยชน์ ทำลายสิ่งที่เป็นโทษหนักที่สุด ที่เลวร้ายให้ได้ ก็คือตัวกิเลสหรือบาป ผู้ใดที่สามารถเข้าใจว่า ในตัวเรา เราจะสามารถ ทำอะไรได้ ในตัวเรามีองค์คาพยพ มีอาการ 32 มี ผม ขน ฟัน เล็บ หนัง มีน้ำเลือด น้ำหนอง ตับ ไต ไส้พุง มีอาการ 32 ทวัตติงสาการ มาร่วมกันสร้างอาวุธ ที่เรียกว่าบุญนี้ได้ เป็นพลังงานนะ ทำแล้วพลังงานนั้นก็หายไป มันไม่เกาะเป็นตัวตนหรอก มันทำหน้าที่เสร็จแล้ว มันก็เลิกสลายไป เช่น เราพยายามทำความร้อน จุดให้ร้อนกี่องศา เท่าที่เราจะทำได้ เมื่อทำหน้าที่ของมันเสร็จ ความร้อนกี่องศานี้ ก็หายไป สลายไป นี่คือบุญ มีลักษณะคล้ายกัน คนสามารถสร้างพลังงาน ให้เกิดพลังงานที่รวม แล้วเรียกว่า มีประสิทธิภาพสลายกิเลสได้ นั่นคือบุญ ทำได้ก็เป็นผู้ที่ทำบุญสำเร็จ บุญไม่ใช่สมบัติ บุญไม่ใช่เครื่องที่ควรจะได้ ควรจะมี ควรจะเป็น เครื่องมือบุญจะเกิดในปัจจุบันเท่านั้น ปัจจุบันใดที่คุณเอง มีสติสัมปชัญญะปัญญา และพยายาม ทำพลังงานนั้นให้เกิด ซึ่งไม่ง่ายเลย กว่าจะรวมพลังงานให้มีประสิทธิภาพ พลังงานนั้นคือ ใช้พยัญชนะว่า ฌาน นั่นคือพลังงานที่ควรจะสร้างให้ได้เรียกว่าฌาน ฌานจะมาทำหน้าที

อ่านต่อ

่ฌาปนกิจกิเลส ต้องทำพลังงานให้เกิดฌาน ให้เกิดสภาพเป็นฌาน คือพลังงานเผากิเลส คำว่าฌานนี้ ในความหมายของศาสนาพุทธ จึงเป็นพลังงานที่เผากิเลสอย่างเดียว ไม่ไปเผาอย่างอื่น หรือฌานนี้ ท่านตรัสเป็นไวยพจน์ว่า ฌานอยู่ที่ไหน ปัญญาอยู่ที่นั่น ปัญญาไม่มีฌานไม่ใช่ปัญญา ฌานไม่มีปัญญาไม่ใช่ฌาน นัตถิ ฌานัง อปัญญัสสะ ปัญญา นัตถิ อฌายโต ยัมหิ ฌานัญจะ ปัญญา จ ส เว นิพพานสันติเก

ฌานย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่มีปัญญา ปัญญาย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่มีฌาน ฌานและปัญญามีอยู่ในผู้ใด ผู้นั้นแล อยู่ในที่ใกล้นิพพาน (พตปฎ. เล่ม ๒๕ ข้อ ๓๕) ทุกวันนี้ คนปุถุชน เต็มไปด้วยเฉกะ ไม่ได้มีปัญญา คนจะมีปัญญา ต้องทำฌานเป็น ต้องเป็นสัมมาฌาน นะ ไม่ใช่มิจฉาฌาน ที่มีเต็มไปหมด ผู้ใดมีฌานผู้นั้นมีปัญญา ถ้าผู้ใดมีปัญญาผู้นั้นมีฌาน ก็ใกล้นิพพาน ถ้ามีฌานสัมมาทิฏฐิแล้ว ฌานเป็นพลังงานที่สำเร็จจากบุญ บุญคือการประกอบการ บุญคือเกิดในทุกปัจจุบัน เมื่อทำบุญ เกิดคุณภาพเป็นผล คือฌาน และพลังงานนั้น ก็จะทำงานเป็นไฟฌาน เป็นไฟที่ไปเผาไฟราคะ ไฟโทสะ ไฟโทหะ เป็นพลังงานชนิดหนึ่ง แต่ไฟฌานนี้ คือไฟกองใหญ่ มีประสิทธิภาพ ยิ่งกว่าราคะ โทสะ โมหะ พอเกิดไฟฌาน ก็สลายไฟราคะ ไฟโทสะ ไฟโมหะ ถ้าทำได้ถูกต้อง ทีนี้คนเพี้ยนไปจากบุญ บุญคือไฟฌาน มิจฉาฌาน คือเรียนรู้ฌานผิดๆ ไปสร้างฌาน โดยวิธีนั่งหลับตาสะกดจิต จะไม่มีวันเกิดฌาน เป็นฌานผิดๆงมงาย ไม่ใช่ฌาน แต่คนหลงว่าเป็นฌาน ขอขยายความว่า คุณหลับตาสะกดจิตในภพ 1.ไม่มีปัจจุบัน 2.ไม่มีตาหูจมูกลิ้นกาย 3.คุณประกอบการนั้นได้ แล้วหลงเรียกว่าฌาน ที่จริงไม่เรียกฌาน แต่ฌานนี้หลับตา อยู่ในอดีตและอนาคต คุณหลงว่าเป็นฌาน ก็ไม่มีประสิทธิภาพเป็นฌานไม่มีความสามารถไปทำลาย ไฟราคะ ไฟโทสะ ไฟโมหะได้ ไม่ได้เด็ดขาดด้วยประการทั้งปวง

600402_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ยอมแพ้แม้ไม่ผิดได้คือผู้มีไฟฌาน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน