สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน วินัยกับศีลมีนัยยะที่ต่างกัน.docx
เนื้อหาในไฟล์
วินัยกับศีลมีนัยยะที่ต่างกัน วินัยกับศีลมีนัยยะที่ต่างกันจริงๆ วินัยเป็นศีลอาญา มีโทษ ถ้าทำผิด เป็นกฏหมายที่ระบุโทษ มันไม่ใช่ศีล ส่วนศีลนั้นไม่ลงโทษใคร เป็นธรรมนูญกลางๆ เป็นหลักใหญ่ ต้องไปมีกฏหมายย่อยลงโทษเป็นระดับๆไป สรุปแล้ว ศีลไม่ใช่กฏหมายอาชญา แต่เป็นธรรมนูญหลักเกณฑ์หลัก
ประโยชน์ 10 ประการ ที่เกิดจากการบัญญัติพระวินัยไว้ดังนี้ 1. เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ 2. เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ 3. เพื่อข่มบุคคลผู้แก้ยาก 4. เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก 5. เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดในปัจจุบัน 6. เพื่อกำจัดอาสวะอันจักมีในอนาคต 7. เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส 8. เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว 9. เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม 10. เพื่อถือเอาตามพระวินัย (ยึดหลักพระวินัยเป็นปทัฏฐาน)
ปฏิกโกสนา คือค้านแย้งอย่างจัง อย่างแรงอย่างไรก็ได้ แต่อย่าฟ้องร้องกัน นานาสังวาสมีความต่างสามประเด็นใหญ่ คือ ความประพฤติต่างกัน อธิบายอุเทส ธรรมะพระพุทธเจ้าต่างกัน ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ อธิบายต่างกัน แม้คำเดียวกันแต่อธิบายคนละอย่าง อาตมาบอกว่าปัญญาเกิดจากองค์ 6 แต่เขาว่าให้นั่งหลับตานิ่ง สะกดจิตแล้วปัญญาจะเกิดเอง อาตมาว่านั้นคือสัญญาไม่ใช่ปัญญา สัญญาเป็นของเก่า คุณนั่งสะกดจิตไป ที่โผล่คืออุปาทาน ไม่ใช่ของจริงเกิดได้ แต่คุณรู้ไม่ทัน ข้อสำคัญ สัญญากับปัญญาก็แยกไม่ได้แล้วต่างกันอย่างไร เพราะคุณยังไม่รู้แม้แต่อัญญะ อัญญา ถ้ารู้อัญญะ อัญญะเกิดจากการรับรู้จากภายนอกด้วย ไม่ใช่โผล่มาเองจากภายใน สรุปว่า วินัยกับศีลนั้นต่างกัน วินัยเป็นศีลอาชญา แต่ศีลเองไม่มีบทลงโทษ ไปจบที่อิสรเสรีภาพ วินัยไม่ใช่หลักเกณฑ์อิสรเสรีภาพ วินัยเป็นเชิงบัง
อ่านต่อ
คับ command ต้องทำ ไม่ทำก็ถูกลงโทษ เป็น command ส่วนศีลนั้น independent อิสรเสรีภาพ คุณจะทำตามหรือไม่ทำตามก็เรื่องของคุณ ไม่ถือโทษภัย ไม่มีใครกล่าวโทษภัย แต่เป็นเรื่องจริง หากทำได้ผลก็เรื่องของคุณ ไม่ได้ผลได้มากหรือน้อยก็เรื่องของคุณ อิสระเสรีภาพ ศีล independent ส่วนวินัย command ศีลคือ ลักษณะอิสระเสรีภาพ ส่วนวินัย คือ เผด็จการ มีการสั่งการบังคับในตัว วินัยยังไม่ใช่อิสรเสรีภาพบริสุทธิ์ ส่วนศีลนั้นอิสรเสรีภาพบริสุทธิ์ วินัยต้องมีคนทำผิดก่อน พระพุทธเจ้าถึงสร้างวินัย แต่ศีลพระพุทธเจ้าสร้างขึ้นมาเองเลย พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ จะบอกว่าศีลตรงกันหมดก็ไม่เชิง เพราะยุคสมัยไม่เหมือนกัน จะบอกว่าจุลศีลเท่านี้ มัชฌิมศีลอย่างนี้ก็ต่างกัน ในยุคที่ไม่มีเดรัจฉานวิชชา ก็จะไปตั้งศีลข้อห้ามนี้ทำไม มหาศีลคือศีลที่ไม่ต้องมีเลยนะ จะว่าหยาบก็ไม่เชิงละเอียดก็ไม่เชิง แต่สรุปแล้วว่าถ้าพระพุทธเจ้าห้ามในมหาศีล ก็จะต้องไม่มีในศาสนาพุทธเลย มีทั้งความละเอียดและความหยาบ ถ้าท่านได้บัญญัติไว้แล้วก็ทำตาม เอาแค่บัญญัติในมหาศีลแค่นั้น เกินกว่านั้นไม่ต้อง เพราะเราอยู่ในยุคของพระสมณโคดม ส่วนพระพุทธเจ้าองค์อื่นก็อีกบริบท เราเท่านี้ก็พอแล้ว ไม่ต้องเอาของพระพุทธเจ้าองค์อื่น จะเก่งเกินไป
600329_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ การชมหรือติด้วยศีล