สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน นามรูปเป็นไฉน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.49 KB
วันที่แก้ไข9 เมษายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

นามรูปเป็นไฉน อาตมาต้องการทำงาน เพื่อมาบอกสิ่งที่ผิด แล้วให้แก้ไขเสีย ไม่ต้องการลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข หรือได้บริวาร หรือหาสมาชิก ที่จะมายกย่องนับถืออะไร แม้แต่บรรยายธรรมะ เพื่อจะให้รู้ว่า ข้าเก่งข้าถูก คนอื่นผิดหมด จะได้ยิ่งใหญ่ ก็ไม่ใช่ แต่มีเจตนาอย่างบริสุทธิ์ มาบอกสิ่งที่ผิด แล้วขอแก้ให้ถูกว่าของพระพุทธเจ้าเป็นเช่นนี้ เมื่อเข้าใจถูกแล้ว มาปฏิบัติตามสัจจะที่ถูกต้อง ก็จะรู้จัก กาย เวทนา จิต ธรรม รู้กายคือรู้ธรรมะสอง คือรู้รูปรู้นาม รูปคือสิ่งที่ถูกรู้ นามคือตัวธาตุรู้ของเรา ที่ไปกำหนดรู้รูปนั้นได้ นี่คือกาย คือธรรมะสอง พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ในพระไตรปิฎก เล่ม 16 ข้อ 14 นามรูปเป็นไฉน นามมี 5 คือ เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ ส่วนรูปมี 28 คือมหาภูตรูป 4 และรูปที่อาศัยมหาภูตรูปอีก 24 คืออุปาทายรูป คืออาศัยมหาภูตรูป 4 เพื่อเรียนรู้ รูป 28 ต้องเรียนรู้ให้สำคัญ แม้ในพระอภิธรรมของชาวพุทธไทย ก็ไม่ได้ใส่ใจในรูป 28 แต่ไปหลงกับจิตเจตสิก 52 แล้วเรียกเป็นดวงๆ ท่านพุทธทาสเรียกว่า อภิธรรมเม็ดมะขาม เป็นการหลงทิศทาง ถ้าไม่พิจารณารูป 28 ที่จะทำให้รู้กายในกาย กายในกาย มีจิต มโน วิญญาณ เริ่มต้น มหาภูตรูป 4 มันไม่มีจิตมโนวิญญาณ ในตัวมันเอง แต่อุปาทายรูปอีก 24 มันมีนามไปร่วม พระพุทธเจ้า ท่านให้แยกให้ชัดเจน ว่าจะเรียนอย่างไร ให้เรียนใน เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ เวทนากับสัญญา คนทุกคนต้องรู้ และอาการของเวทนาคืออย่างไร สัญญาคืออย่างไร หน้าที่อย่างไร เจตนานี่แหละ คือตัวที่ต้องอ่านเข้าไปในเวทนา ในจิต ในธรรม ให้เห็นเจตนา มโนสัญเจตนา มีสาม คือ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา คือ มโนสัญเจตนา 3 คุณมีสัญญาเป็นตัวธาตุจิตของคุณเอง สัญญาทำหน้าที่อะไร สัญญาทำหน้าที่กำหนดรู้ เพ่งอ่านร

อ่านต่อ

ู้ รู้นาม รูปนี่คือนามรูป สิ่งที่ถูกรู้ ที่เรียกเต็มๆ ถ้าเป็นภายนอก ดินน้ำไฟลม มหาภูตรูปไม่ต้องมาก พระพุทธเจ้าบอกว่าเรื่องแบบนั้น เบื่อหน่าย คลายกำหนัดได้ง่าย แต่จริงๆคนที่หลงทุกวันนี้ อย่าว่าแต่เบื่อหน่ายคลายจิต แต่ว่าหลงภายนอกนี่แหละ ทางทวาร 6 นี้ คนก็ไม่เบื่ออะไร เพราะไม่ได้เรียนรู้ เพราะจะเบื่อไม่เบื่อ ไม่อยู่ที่วัตถุ แต่อยู่ที่จิตมโนวิญญาณ มันจะเบื่อหน่ายอยู่ที่จิตมโนวิญญาณ ไม่ใช่อยู่ที่วัตถุภายนอก จะเห็นเป็นรูปเป็นเสียง เป็นกลิ่น เป็นรส สัมผัสเปรี้ยวหวานมันเค็ม สัมผัส เสียดสี เย็น ร้อน อ่อน แข็งอะไรก็ตาม สิ่งเหล่านั้น จริงๆแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า เมื่อไม่ได้ฟังพระพุทธเจ้า ก็ต้องเบื่อหน่าย คลายกำหนัด ได้ง่าย เพราะว่ามันไม่เที่ยง สิ่งเหล่านี้แหละ พาให้ทุกข์ พวกรูปภายนอกในลาภยศสรรเสริญ กามคุณ 5 ส่วนอัตตาภายใน ลาภยศสรรเสริญ กามคุณ 5 มันพาให้คุณเดือดร้อนวุ่นวาย ไม่เบื่อหน่ายคลาย เริ่มต้นไม่ได้ฟังธรรมะพระพุทธเจ้า จนลึกเข้าไปถึงจิตนิยาม ไม่มีทางจะเบื่อหน่ายได้ แม้แต่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัด แต่จริงๆแล้ว ชัดยิ่งกว่านั้น แม้แต่ ทางตาหูจมูกลิ้นกาย สัมผัสภายนอก ด้วยกามคุณ 5 คุณก็ยังไม่เบื่อหน่าย คลายกำหนัดอีก นั่นคือจิตนะ ไอ้ข้างนอกที่ไปสัมผัสในรูป เสียง กลิ่น รส การสัมผัสกามคุณ 5 มันเป็นแค่ภายนอก แต่สิ่งที่ไม่เบื่อหน่าย คือจิต มโน วิญญาณ พวกนี้แม้จะไม่เบื่อได้ อย่างไร เดี๋ยวมันก็เน่า หรือไม่เน่าก็คนกินหมด แล้วก็หายไป คุณก็ต้องไปหาอันใหม่มา จะเบื่อหน่ายอย่างไร ก็ต้องพรากจากกันทั้งนั้น แต่จิตนี้ ทำอะไรฟังธรรมะพระพุทธเจ้า ไม่ว่าศาสนาไหน ก็ไม่มีทางเบื่อหน่ายจิต มีแต่จะไปอยู่กับพระเจ้า กับปรมาตมันทั้งนั้น แต่อเทวนิยม หลุดพ้นหมดเลย ไม่มีปรมาตมัน จึงหลุดพ้น ทั้งรูปและนาม ไม่ว่าจะเป็นกาย จิต มโน วิญญาณ เป็นอรหันต์แล้วพ้นหมด

600403_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ บุญกับฌาน และกายคือนามรูป

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน