สื่อธรรมะพ่อครู(ทานสูตร) ตอน การทำใจในใจเรื่องการทาน.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ทานสูตร) ตอน การทำใจในใจเรื่องการทาน ตอบคุณกุญแจเงินทองต่อ... การทำใจในใจ ต้องทำให้เป็น เช่นนัตถิทินนัง ทำทานที่เป็นกุศล การทำทานได้กุศล คุณไม่ต้องไปอยากได้เลยกุศล ไม่ว่าจะทำทานอย่างมีกิเลส คุณทำทานไป 5 บาทจะได้เอา 100 คุณก็ได้กุศลถ้าแน่นอนเป็นของคุณ กิเลสของคุณทำทาน 5 จะเอา 100 คุณก็กิเลส 95 แต่แน่นอนกุศล 5 ได้แน่นอน เหมือนฝากแบงค์ เป็นเหมือนแบงค์อิสลาม ไม่มีดอกเบี้ยหรือแบงค์ชาวอโศก กองกลาง เราก็มีที่ฝากเงินเป็นกองบุญสวัสดิการ แต่ทำทานก็หลอกกันว่าทำ 5 จะได้ 100 ได้ 1000 เหมือนธัมมชโยหลอกคน มันก็มีความแตกต่างอยากได้เหมือนคนเล่นแชร์แม่มณี บอกว่าได้ดอกเบี้ยบานเบิก แต่ก่อนเป็นแชร์แม่ชม้อยก็หลอกกันเหมือนกันมันมีวิธีการหลอก คนที่ตะกละขี้โลภมันก็หลง เพราะฉะนั้นจึงมาศึกษาให้ดีๆ พระพุทธเจ้าสอนในฐานะสูตร สอนว่าให้คือให้อย่าไปมีภพชาติ อย่าไปสร้างความหวัง สาเปกโข สาเปกโข คือมันไม่ 0 ไม่กลาง สา กับ อุเบกขา ก็คือมันไม่ว่างไม่กลาง ไปมีหวังลมๆแล้งๆ จุดหวังวิมานอยากได้ภพชาติ มันมีความเป็นภพชาติอีก อย่าไปตั้ง คนที่ไม่สัมมาทิฏฐิก็ไปตั้ง ล.23 ข.49 ทานสูตร เทวดา 6 อย่าง พรหม 1 อย่าง อันที่ 1 จาตุมหาราชิกา(ท้าวกุเวร ท้าววิรุฬหก ท้าวธตรฐ ท้าววิรูปักษ์) คือ ทำทานแล้ว มี 1.สาเปกฺโข(มุ่งหวัง) ทานํ เทติ 2.ปฏิพทฺธจิตฺโต(ผูกพัน) ทานํ เทติ 3.สนฺนิธิเปกฺโข(สั่งสม) ทานํ เทติ 4.อิมํ เปจฺจ ปริภุญฺชิสฺสามีติ(ให้ข้ามภพชาติ) ทานํ เทติ เอาไปใช้ได้ตอนหลังตายไปแล้ว หลอกกันอย่างฤาษีลิงดำธัมมชโย มีวิธีหลอกเขามากมายก่ายกอง คนที่ตะกละตะกลามอยากได้ก็เอามาประเคนให้เขา มากมายเงินทอง ตนเองหลอกเขาก็ได้บาป คนที่ตะกละก็ช่วยจริงๆหวังจริงๆว่ามันจะได้ ซึ่งมันไม่ได้หรอกมันไม่เป็นสัจจะ คุณจ
อ่านต่อ
ะไปตะกละตะกลามแล้วแต่มีวิมาน อันที่ 2 ดาวดึงส์ คือ ทำทานเพราะว่าเห็นว่าเป็นความดี อันที่ 3 ยามา คือ ทำทานเพราะเพื่อเป็นประเพณี อันที่ 4 ดุสิต คือทำทานเพราะเห็นว่า สมณะหุงหาอาหารเองไม่ได้ อันที่ 5 นิมมานรดี คือทำทานเพราะทำตามฤาษีใหญ่ๆ อันที่ 6 ปรนิมมิตวสวัตตี ทำทานเพราะว่า อยากได้ปลื้มใจ(อตฺตมนตาโสมนสฺสํ) จิตปลื้มยินดีกับของเก๊ จิตมันยินดีมากปลื้มๆ ธัมมชโยเอาคำว่าปลื้มมาใช้ มันดีใจที่ตัวเองจะได้ของลมๆแล้งๆหลอกกัน อย่างนี้เป็นต้น โสมนัส อัตตา สองลักษณะนี้ทับถมซับซ้อนก้อนใหญ่โตมหาศาลพลังงานสูง หลงในวิมานเก๊ที่เป็นการปลื้ม วิมานเก๊คือนิรมาณกาย ปรุงแต่งเป็นกายเป็นรูปร่าง ซึ่งไม่มีจริง กายของนิรมาณคือไม่มีจริงเป็นการหลงสร้างภพชาติ เสร็จแล้วคุณก็เข้าใจร่วมกัน เป็นอุปทานหมู่ หลงว่าอันนี้มีจริง ทั้งที่มันไม่มีจริงหรอกไม่มีใครเห็น อาทิสมาณกาย นี่คือกาย 3 ของสิ่งเพ้อพกไม่มีจริงเลย นิรมาณกาย สัมโภคกาย เพราะจริงแล้วมันเป็นอาทิสมานกาย มันไม่มีจริงหรอกมันเป็นเพียงภพชาติ ไม่มีใครรู้ใครเห็นด้วยกันได้ เหมือนคนตาบอดจูงคนตาบอดและไปดูหนังใบ้อีกด้วย ไม่ได้เห็นอะไรเลย แถมไม่มีเสียงให้ฟังอีก คนตาบอดไม่เห็นอะไรแล้ว แล้วไปดูหนังใบ้ด้วย คนตาบอดจูงคนตาบอดจะดูหนังใบ้เต็มโรงเลย แล้วคนตาบอดได้ดูหนังอะไร ภาพก็ไม่เห็นเสียงก็ไม่มี เสร็จแล้วตบมือสนุกๆ เพ้อเจ้อกันอุปาทาน ว่าคุณเห็นไหมๆสร้างอุปาทานภพชาติ เสร็จแล้วเราก็เลยต้องบอกว่าเห็นด้วยกับเขาไม่อย่างนั้นจะไม่เหมือนคนอื่น หลอกกันจนเป็นอุปาทานหมู่ จนกระทั่งมันไม่มีก็กลายเป็นมีมันไม่เห็นก็กลายเป็นเห็น เป็นมโนมยอัตตา เนรมิตขึ้นมาเองเหมือนคนเห็นผีหลอก ตัวตนของผีหลอกจริงไม่มีหรอก อาตมาสอนคนให้พิสูจน์ว่าผีไม่มีในโลกไม่มีตัว ไม่มีรูปร่างให้คนเห็นหรอก อาตมามีคาถาวิธีแก้ คุณจะหายเลย จากนั้นคุณจะไม่เห็นผีอีกเลย คาถาของอาตมาคือ แค่ตาย ถ้าเห็นแล้วท่องไว้ว่าแค่ตายสะกดใจให้ดีๆเดินเข้าไปตรงที่เห็นว่าเป็นผี คุณเข้าไปเลย ยิ่งถ่ายทอดสดได้เอาให้ชัดเจนเลย ถ้าตาคุณหลอกมันก็จะหายไปไม่เห็นอะไรเลย แต่ถ้ามันมีเค้าอะไรเป็นผ้าเป็นเสาเป็นอะไรคุณก็จะได้รู้ของสิ่งใด ดีไม่ดีมันดิ้นได้มันมีสัตว์เคลื่อนไหวอยู่ เช่นหนู แล้วคุณอุปาทานว่าผี เดินเข้าไปดูเลย จะได้เห็นว่าเป็นการปั้นขึ้นมาเอง พวกนั่งหลับตาสะกดจิต พอนั่งสงบไปแล้วก็บอกว่าเห็นร่างกายนอนตายเน่าไป เสร็จแล้วเขาก็จะเห็นอย่างนั้น เป็นนิรมาณกาย ปั้นเองในจิตเห็นตัวเองเน่าคาตาเลย เขาก็ว่าของแท้เลย การแยกกายแยกจิต จิตมีฤทธิ์มากเลย เห็นกาย ไตรลักษณ์เลยนะ พวกนี้คืออุปาทาน หรือเพ่งเห็นคนเดินเหมือนกระดูกเดินเลย ตายิ่งกว่า x-ray เลย เขาเห็นอย่างนั้นจริงๆเลยนี่คือพวกที่หลอกหลอนตัวเอง อุปทานมันเป็นได้สิ่งที่ไม่มีทำให้มี ในวิชาการแพทย์เขาเรียกว่าเป็น psychosis หรือว่าเป็น neurosisทางประสาท คนไม่ป่วยไข้ก็มีไข้ แต่หมอหาสมุฏฐานไม่ได้ พูดไปแล้วอาตมาก็นึกถึงผู้หญิงคนหนึ่ง ตอนนี้เขาตายไปแล้วเขามาชอบอาตมา มาใกล้ชิด เคยอยู่ด้วยกันมา เป็นนักร้องมีชื่อในสมัยโน้น อาตมาก็อยู่ด้วย จนกระทั่งสุดท้ายก็มาอยู่กับอาตมา มาช่วยเป็นแม่บ้านทำงานแล้วก็มารักอาตมา อาตมาก็ว่าไม่ได้หรอกพี่ อาตมาเรียกพี่ ต่างๆนานา แกก็ป่วย ป่วยจะให้อาตมาไปประคบประหงม อาตมาก็พาไปหาหมอส่งโรงพยาบาล ส่งหมอเสนอ อินทรสุขศรี หมอก็ตรวจแล้วก็กระซิบบอกอาตมา นิวโรสิส หาเหตุไม่ได้เลย หมอก็มาบอกอาตมา อาตมาก็เลยพากลับ จากนั้นก็ไม่ป่วยอีกเลย จากนั้นก็หนีจากบ้านอาตมาไปอยู่กับพี่สาว ก็ไปได้ข่าวย้อนหลังว่าสิ้นไปแล้ว อายุมากกว่าอาตมา
การให้ทานโดยไม่มีมรรคผล มันเข้าใจยากนะ ติดกันมากว่าทานแล้วต้องได้ ทานมีผลกุศล แต่ทานไม่มีผลฆ่ากิเลส ทานนี่ไม่มีผลฆ่ากิเลส คุณทานแล้วจิตคุณยังสร้างภพชาติ จากทานมีผลตอบแทนสั่งสมเป็น ปฏิสัมพัทธ์ยังเกี่ยวข้องเป็นสันนิธิตกผลึกไว้ใช้ชาติหน้า เป็นการทานอย่างสร้างภพสร้างชาติทั้งนั้น ซึ่งพระพุทธเจ้าไม่ให้ทำแบบนั้น ท่านให้ทานแบบสูญไปเลย มันก็ได้กุศล แต่ถ้าทานอย่างมีภพชาติไม่ได้ล้างกิเลส ทำทานล้างกิเลสได้ เป็นอัตถิทินนัง ถึงได้อานิสงส์ทานได้ล้างกิเลส แต่ครูบาอาจารย์สอนกันทำทานมีแต่เพิ่มกิเลสสร้างกิเลส สอนอย่างนี้ไม่มีนิพพาน การทำทานไม่ต้องไปสร้างอะไรใส่จิตอีก แต่ผลของกุศลมันมีอยู่แล้ว คนทำชั่วกุศลก็ยังมีเลย คนทำชั่วเป็นการทำทานที่หวังผล ไปปล้นมาทำทาน ก็เป็นความซับซ้อน แต่ก็ได้ผลในการทาน ผลของกุศลคุณได้มี เงินทุจริตแล้วเอามาทำทาน คุณก็ได้กุศล แต่มันไม่ได้ล้างกิเลส เพราะวัตถุทานก็ไม่บริสุทธิ์ใจก็ไม่บริสุทธิ์ มันมีกิเลส เพราะฉะนั้นคุณไม่ได้บุญเลย แต่ว่าคุณได้กุศล แม้ว่าทำแบบทุจริต ก็ยังมีกุศลเลย ความซับซ้อนในสิ่งที่มีและไม่มี นัตถิกับอัตถิ โลกสมุทัยกับโลกนิโรธ แม้แต่การทำทานในสัมมาทิฏฐิข้อแรกก็ยังไม่ง่ายเลย ศีล ยิฏฐัง เป็นศีลพรเป็นการปฏิบัติ ปฏิบัติศีล กิเลสเหลือหรือไม่ได้ล้างกิเลสหรือไม่ หากเราไม่สามารถยุติก็ไปทำอย่างผิดวิธี ไปทรมานร่างกายทุกรกิริยาต่างๆสารพัด ทุ ที่จริงไม่ใช่แค่ทรมานอย่างเดียวแต่มันไม่ถูกต้องด้วย เป็นทุกรกิริยา ไม่ใช่สุกรกิริยา ก็ไม่ได้ผลทางล้างกิเลส แต่ผลกุศลคุณได้ คุณอดทน คุณไปทำทุกรกิริยาก็เก่งนะ ทำทุกรกิริยาอดทนได้ สู้กับเสือสิงห์อะไรต่างๆนานาสารพัด คุณเหมือนได้ฝึกกายกรรม ความเก่งทางโลกคุณก็ทำเป็น แต่มันไม่ได้เกี่ยวกับการลดกิเลสเลย ไม่ได้ล้างลดกิเลสเลย แยกกันชัดเจนไหม หากแยกไม่ชัดก็หลงกายกรรมเปียงยาง แล้วก็นึกว่าได้ผลล้างกิเลสก็ได้แต่เก่งกายกรรมเปียงยางเหาะเหินเดินน้ำดำดินได้ ฟันไม่เข้ายิงไม่ออก อะไรก็แล้วแต่ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องของนิพพานเลย มันเป็นเรื่องของกิเลสหนาซับซ้อนขึ้นเท่านั้น นัตถิทินนัง แปลว่าทานแล้วไม่มีอานิสงส์ไม่มีผลทางโลกุตระ อาริยะของศาสนาพุทธเลย เขาก็สอนกันเต็มในวงการศาสนาพุทธอาจารย์ส่วนใหญ่ก็สอนกันอย่างนี้ คนที่มาอย่างพวกเรามีจำนวนน้อย อาตมาประสบผลสำเร็จแล้วได้แค่นี้ก็เหลือ สบายใจ มากกว่านี้ใครจะมาเพิ่มก็ยิ่งดี ใจของอาตมาไม่ได้ขี้โลภอะไร ได้มากกว่านี้เป็นสองเท่าสามเท่า 5 เท่านั้นเท่า ก็ดีทั้งนั้น แต่มันจะได้ไหมล่ะ ก็ไม่ได้ประหลาดอะไร คนมาก็ได้เป็นพระอริยะ มันก็ดีเป็นคุณธรรมของพระพุทธเจ้าที่ตรงที่ถูก อาตมาเอาของพุทธเจ้ามาทำให้ถูกให้ตรงได้ผลก็ประสบความสำเร็จ ทำงานช่วยมนุษยชาติได้เจริญขึ้นดีขึ้นทั้งคุณภาพทั้งปริมาณมากขึ้น ก็ดี ไม่ได้ประหลาดอะไร สรุปการทำใจในใจเป็น มนสิการคือทำใจในใจมีมรรคผลโลกุตระ ไม่มีมรรคผลของโลกุตระเป็นแต่เพียงคนโลกียะ หากทำโลกุตระไม่ได้ก็ทำใจในใจไม่เป็น เหมือนกับปุถุชนทุกคนไม่ต้องมีความรู้แบบเราคุณก็ได้กุศลในการทำทาน ถ้าเป็นลักษณะการทำกุศลคนชาติไหนศาสนาไหนก็ทำได้ ได้กุศล เหมือนกันหมด แต่บุญแบบล้างกิเลสนี่สิ ศาสนาพุทธรู้อย่างละเอียดรู้จักตัวเหตุปัจจัย ที่มันจะเป็นตัวกิเลส แล้วมีวิธีที่เด็ดขาดทำให้กิเลสมันตายได้จริงๆ มันเป็นพลังงานทางนามธรรม เพราะทำได้ตั้งแต่พระโสดาบันก็เริ่มเป็น พระสกิทาคามีก็ทำได้มากขึ้นเก่งขึ้น อนาคามีก็เก่งมาก พระอรหันต์ก็เก่งที่สุดทำได้ครบหมดกิเลสในตัวเองจบเลย จะต่อเป็นพระโพธิสัตว์เป็นอนุโพธิสัตว์ก็ได้ แต่ในตัวพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ก็มีพระโพธิสัตว์อยู่แล้ว คุณก็พัฒนาขึ้นมาเป็นผู้ช่วยผู้อื่นต่อไป เมื่อจบเป็นพระอรหันต์แล้วคุณยังจะช่วยผู้อื่นต่ออีก ก็ทำได้ ถ้าคุณหมดความสุขความทุกข์แล้ว เหลือแต่ความทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้ ทุกข์อริยสัจนั้นไม่เกิดอีกแล้ว เหลือแต่ทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้ พระพุทธเจ้าก็เลี่ยงไม่ได้ ยกตัวอย่างพระพุทธเจ้านิพัทธทุกข์ ก็ต้องปวดขี้ปวดเยี่ยว พยาธิทุกข์ มีความเจ็บป่วยเช่นจากเชื้อโรคเป็นต้น อย่างพระพุทธเจ้าก็ยังพูดให้พระอานนท์ฟังว่าเรายังมีปวดหัวเลย หรืออาตมาก็ยังมีวิบาก ไม่รู้จะทำอย่างไรให้มันหมดวิบากก็ต้องทำไป 621111_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 79