พระอรหันต์เป็นผู้ทรงฌานอยู่ตลอดเวลา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.50 KB
วันที่แก้ไข16 กรกฎาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

พระอรหันต์เป็นผู้ทรงฌานอยู่ตลอดเวลา _*มุ่ง ตรงธรรม* : กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพนอบน้อม สุดเกล้า สุดเศียร สุดจิต สุดใจครับ น้อมกราบนมัสการท่านสมณะ สิขมาตุ ทุกรูปด้วยความเคารพยิ่งครับ จากการฟังธรรมที่พ่อครูแสดงธรรม ในวันเข้าพรรษานี้ เรื่องการทรงฌานตลอดเวลาของพระอาริยเจ้านั้น นับเอาพระอรหันต์ ผู้สิ้นอาสวะกิเลส อวิชชาดับสิ้นแล้ว ท่านทรงฌานใช่ไหมครับ ฌานเป็นปกติจิตอยู่ตลอดเวลา ฌานของพระอรหันต์จึงเที่ยงอยู่เช่นนั้น จนกว่าธาตุขันธ์ของท่านแตกดับสลายใช่ไหมครับพ่อครู ไม่ทราบลูกเข้าใจตรงไหมครับ? ลูกขอความเมตตาพ่อครูให้สัมมาทิฏฐิลูกเข้าใจรู้ชอบเห็นชอบเข้าใจชอบยิ่งๆขึ้นด้วยครับ กราบสาธุ สาธุ สาธุครับ พ่อครูว่า...พระอรหันต์ทรงฌานอยู่ตลอดเวลา คำว่าฌานคือการไม่มีนิวรณ์ 5 ฌานคือการทำให้นิวรณ์ 5 ไม่อยู่ในจิต เมื่อเป็นพระอรหันต์แล้วก็ไม่มีนิวรณ์สักอย่าง ชัดเจนไหม เพราะฉะนั้นพระอรหันต์ถ้ายังมีนิวรณ์อยู่บางครั้งบางคราวก็ยังไม่ใช่พระอรหันต์สมบูรณ์ อาจจะเป็นอนาคามีเป็นสกิทาคามีเท่านั้น ยังไม่ใช่อรหันต์ ถ้าเป็นอรหันต์แท้จะเป็นผู้ทรงฌานตลอดเวลา และจริงๆแล้วฌานของพระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ไปปฏิบัติหลับตา แต่ปฏิบัติกับการสัมผัสสัมพันธ์อยู่กับโลกตื่นๆ มีคนมีข้าวมีของอะไรสัมผัสอยู่ทางตาหูจมูกลิ้นกาย ใจก็เรียนรู้ไปกับตาหูจมูกลิ้นกาย ทั้ง 5 ทวารนี้ แล้วก็มีใจอีกหนึ่งทวาร เรียนรู้ไปอย่างลืมตา กิเลสหมดไป จิตค่อยๆเป็นฌานไปตามลำดับ จนกระทั่งเป็นฌานบริบูรณ์ก็เป็นพระอรหันต์ เป็นผู้ที่มีฌานถาวร ซึ่งบางคนบางรูปพระอรหันต์ก็เก่งในการทำฌาน บางคนก็เก่งไปถึงฌาน 2 บางคนเก่งไปถึงฌาน 3 บางคนเก่งไปถึงฌาน 4 อันนี้เป็นรายละเอียดของแต่ละบุคคลที่บารมีไม่เท่ากัน สายปัญญา จะทำได้เร็วได้เก่งได้ไว สายศรัทธายิ่งหลงผิดไปนั่งหลับ

อ่านต่อ

ตาปฏิบัติจะนานมากเพราะมันติดนะ ติดในภพชาติที่ตัวเองติด มันก็ต้องเสียเวลาซับซ้อน ไปหลับตานี้น่าสงสาร ยิ่งเราเป็นศรัทธาก็ยิ่งไปหลงมันอีก มันก็ยิ่งหนักหนาสาหัสสิ ต้องมาทำโดยทางถูกทางเดียวทางมรรคมีองค์ 8 ปฏิบัติอยู่ในชีวิตการทำอาชีพ การกระทำ คำพูด ความคิดอยู่ในมรรคมีองค์ 8 อปัณณกปฏิปทา 3 ทำไมพวกหลับตาไม่ฟังเลย คือเขาตัดอาตมาไป พูดไปเขาก็เลยไม่ได้ฟัง เขาก็เลยไม่ฉลาด มันจะไม่ฉลาดไปถึงไหนกันอีกนานเท่าไหร่พวกหลับตาปฏิบัติ ขอยืนยันอีกครั้งที่ 9,999 ครั้ง ย้ำว่า ศาสนาพุทธไม่ใช่เพื่อการหลับตาปฏิบัติเลยแต่ลืมตาปฏิบัติ จะทำฌานจะทำสมาธิให้จิตเจริญ เป็นอธิจิต อธิโมกข์ เป็นวิโมกข์วิมุติ ก็ลืมตาปฏิบัติทั้งสิ้น จริงๆแล้ว อปัณณกปฏิปทา 3 ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่มีการหลับตา มรรคมีองค์ 8 ก็ไม่ได้มีการหลับตา ทำอาชีพ กัมมันตะ พูดจา หรือนึกคิด ก็ไม่ได้ไปหลับตาที่ไหน ใน มหาจัตตารีสกสูตร มีผู้ถามว่าปฏิบัติสัมมาสมาธิเป็นอย่างไร พระพุทธเจ้าตอบว่าให้ปฏิบัติมรรคทั้ง 7 องค์ เป็นมรรคองค์ที่ 8 คือสมาธิ เขาก็ไม่เข้าใจไม่ทำสมาธิคือนั่งหลับตา แต่พระพุทธเจ้าท่านให้กระทำในการทำอาชีพ การกระทำการพูดการคิด นี่เป็นสัมมาทิฏฐิอันแรกอันต้นเลย เพราะฉะนั้นเมื่อเขาไม่สัมมาทิฏฐิตั้งแต่ต้น เป็นมิจฉาทิฎฐิตั้งแต่แรก การทำสัมมาอาชีวะ สัมมากัมมันตะ สัมมาวาจา สัมมาสังกัปปะ มันก็ผิด สติไม่มีทางเป็นอธิปไตยปัญญาไม่มีทางได้ สติถูกครอบงำ เป็นสติไม่เต็มเต็งไม่เต็มร้อย เหตุที่เขาปฏิบัติไม่ได้ผลเพราะว่าไม่ฟังอาตมา ไปหลงงมงาย หลงเชื่ออยู่กับอาจารย์ต่างๆ ให้พวกเขามี ปรโตโฆษะ จะได้มีโยนิโสมนสิการ จะได้มีสัมมาทิฏฐิ ไม่อย่างนั้นก็จะมี อโยนิโสมนสิการอยู่ตลอด 650715 คำสอนโลกุตระที่เกิดเป็นมรรคผลพิสูจน์ได้ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน