สื่อธรรมะพ่อครู(รูป 28) ตอน รูป 24.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(รูป 28) ตอน รูป 24 การศึกษาของพระพุทธเจ้ามีศีล สมาธิ ปัญญา ศีลก็ไม่ได้เข้าใจกันอย่างถูกต้องแล้ว ในวงการศาสนาพุทธเมืองไทย อาตมาพูดอย่างไม่ไว้หน้า วงการศาสนาพุทธเมืองไทยเอาแต่วินัย 227 ข้อ ไม่รู้เรื่องศีลแล้ว จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล ของพระพุทธเจ้าสร้างมาเพื่อให้คนเจริญ แต่พระวินัยนั้นสร้างมาเพื่อลงโทษ ถ้าคนละเมิด ศีลไม่มีลงโทษ แต่ศีลจะพาให้เจริญเป็นอาริยบุคคล สมาธิก็ไม่เหลือแล้วของพระพุทธเจ้า สมาธิต้องปฏิบัติด้วยมรรคทั้ง 7 องค์ แต่ไม่พูดกันแล้ว สมาธิมีแต่ไปนั่งหลับตาสะกดจิต พอบอกว่าปฏิบัติสมาธิคือมรรคทั้ง 7 องค์ ปฏิบัติลืมตามีผัสสะแล้วอ่านเวทนา ทำการงานอาชีพอ่านเวทนาร้อยแปด การกระทำทุกอย่าง การพูดทุกอย่าง ก็ให้อ่านเวทนา108 การคิดนึกก็ให้อ่านเวทนา 108 แล้วทำเวทนา 2 ให้เป็นเวทนา 1 ตามหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพระไตรปิฎก ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.๑๐ ข.๖๐นี่คือหัวใจของศาสนาพุทธที่ให้เอาไปศึกษาวิเคราะห์ให้ดีแล้วเอาไปปฏิบัติให้เกิดผลจะได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ พระพุทธเจ้าขยายรูปของเวทนาออกเป็น 28 รูป เกิดจากภายนอก 4 คือมหาภูตรูป แล้วเชื่อมโยงเป็นอุปาทายรูปอีก 4 รูปคือสิ่งที่ถูกรู้ ก็คือเวทนานั่นแหละ ดินน้ำไฟลม มันเป็นมหาภูตรูป แต่ถ้าปสาทรูป โคจรรูปมันทำงานขึ้นมา ปสาทรูปคือคนมีประสาท ทำงานดำเนินไปคือโคจระ เมื่อประสาททำงานก็รับรู้ หรือบางทีประสาทไม่ทำงาน ก็เหม่อ ตกภพ ที่จริงแสงกระทบน้ำเต้า แล้วแสงสะท้อนสู่ตาเรา ระบบประสาทรับรู้ มีเวทนาเกิด หนึ่งเป็นเวทนาสองเป็นภาวรูป 2 ก็ต้องทำให้อิตถีภาวะ เป็นปุริสภาวะให้ได้ เมื่อกระทบสัมผัสแล้วเกิดตรงไหน ก็คือหทยรูป ซึ่งไม่มีที่อยู่หร
อ่านต่อ
อก แต่เขาอธิบายว่าอยู่ที่ห้องที่สี่ของหัวใจ ที่จริงแล้วไม่มีที่อยู่ มันเกิดที่ใดที่เกิดอาการก็ตรงนี้แหละ เช่น ภาวะสองเกิด ต้องกำหนดให้ได้ว่านี่ใช่อาการจิตของคุณนะ จิตเจตสิกหรือเวทนา เช่น เวทนานี้เกิดทุกข์ เวทนานี้เกิดสุข ก็อ่านอาการนั้นได้ อ่านอาการ ณ ที่นี้เรียกหทยรูป แล้วอ่านว่ามีเวทนาเก๊หรือเวทนาแท้ สองอย่างนี้ เวทนาเก๊คือเวทนาอุปาทานไม่จริง ฆ่าเวทนาเก๊ได้ให้หมดอินทรีย์ หมดชีวิตินทรีย์ได้ ก็เหลือเวทนาแท้ พระอรหันต์ทุกองค์มีเวทนาแท้เหมือนกัน แต่เวทนาปลอมเกิดสุขหรือทุกข์ก็ตาม แต่ละคนจะไปยึดถือกันตามอุปาทาน ก็ฆ่าพลังงานที่เป็นชีวิตของสิ่งที่ไม่จริง ชีวะของสิ่งที่ไม่จริงที่เกิดอย่างมีอัตโนมัติ ให้หมดอัตโนมัติ ไม่เกิดชีวิตนี้ หมดชีวิตินทรีย์ มันเกิดอยู่มันมีอะไรเป็นอาหาร ในอาหาร 4 นี้ กวฬิงการาหาร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร ก็เรียนรู้มันมีเหตุจากอะไร อาหารคือเหตุ อาหารเป็นเรื่องใหญ่ เป็นข้อใหญ่ในการปฏิบัติที่ไม่ผิด สำรวมอินทรีย์ 6 โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ ศาสนาพุทธหากไม่มีการรับสัมผัสทางทวาร 6 ก็เป็นการปฏิบัติที่ผิด แม้ในโพธิปักขิยธรรม 37 ก็ต้องพิจารณาตั้งแต่กาย เวทนา จิต ธรรม ต้องมีผัสสะ จึงจะมี สัมมัปปธาน 4 ๑. สังวรปธาน (เพียรระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้น) ๒. ปหานปธาน (เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้ว) . ๓. ภาวนาปธาน (เพียรสรรสร้างให้กุศลเกิดขึ้น) ๔. อนุรักขนาปธาน (เพียรรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้ว ให้เจริญขึ้นเรื่อยๆ ไม่ให้เสื่อมลง) (พตปฎ. เล่ม ๒๑ ข้อ ๑๔) ต้องสำรวมอินทรีย์ 6 ไม่ใช่สำรวมอินทรีย์ 1 คือใจ อย่างเดียว ทุกวันนี้ไม่สมาธิกันแล้ว ไปทำสมาธิกันก็ปิดการสำรวมอินทรีย์อีก 5 ไม่มีลำดับ ไปนั่งหลับตาเป็นภพชาติ ไม่เรียนกามตัณหา แต่ไปเรียน ภวตัณหา ก็เลยมีความเข้าใจผิดเป็นพระอรหันต์ แต่ก็ยังกินหมากอยู่ อย่างนี้ผิด ไม่ได้เบื้องต้นแล้ว กลางหรือปลายจะได้อย่างไร ตัวช้างยังไม่ออกจากพวยกา แต่ดันเอาหางช้างออกจากพวยกาก่อน ต้องเอาตัวมันออกก่อนสิ ถ้าศาสนาพุทธในเมืองไทยไม่แก้ไขว่า การปฏิบัติสมาธิไม่ใช่ไปนั่งหลับตาปิดทวารทั้ง 5 แล้วไปอยู่แต่ทวารใจทวารเดียว ถ้ายังดันทุรังอย่างนี้อยู่นับวันศาสนาพุทธในเมืองไทยจะเสื่อมลงไปเรื่อยๆจนไม่เหลือเลย 600405_เทศน์เปิดงานปฏิญาณศีล 8 ปลุกเสกพระแท้ๆของพุทธ #40