สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน ยิ่งอยากยิ่งเนิ่นช้า.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.01 KB
วันที่แก้ไข6 ธันวาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน ยิ่งอยากยิ่งเนิ่นช้า 0893867xxx อนุโมทนาพ่อครูสอนสมาธิทุกวัน ทุกงานบุญเลย!หลับตาลืมผัสสะเห็นแต่โลกของตัวเอง! ลืมตารู้ผัสสะเห็นทุกตัวตนทั้งโลก พ่อครูว่า...หลับตา ลืมผัสสะเห็นแต่โลกของตนเอง คนที่ตายไปแล้ว ไม่มีทวาร โดยเฉพาะ ทวารทั้ง 5 ตาหูจมูกลิ้นกาย คนตายไปแล้ว มีแต่จิตวิญญาณ ไม่มีตาหูจมูกลิ้นกาย ให้เป็นทวารที่จะไปรู้อะไรได้ เพราะฉะนั้น จึงอยู่ในภพของตนเอง ไม่เห็นอะไร ไม่ได้รับรู้อะไรข้างนอก คนตายไปแล้ว จึงเป็นคนที่ไม่สามารถที่จะไปรู้ ไปเห็นอะไรต่ออะไรทั้งนั้น มีแต่ความรู้สึก มีแต่ความรู้สึก รู้สึกตัวเองอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น รู้สึกตัวเองเป็นเวทนาเก๊ เวทนาเทียม ซึ่งเป็นอุปาทาน ใครก็ตาม ที่มีอุปาทาน แล้วเขามีจริงๆ คนนั้นมีจริงๆ จิตของตัวเอง มีอวิชชา ถ้าจิตใจตัวเอง ไม่มีอวิชชา ไม่มีอุปาทาน คนที่หมดอุปาทานแล้ว คนที่ปฏิบัติไป จนจิตตัวเองมีธาตุรู้ อัญญา ปญญะ ปัญญา จนกระทั่งเป็นญาณรู้ เป็นวิมุตติญาณทัสสนะ ครบถ้วน แล้วก็รู้ว่า ตัวเองกิเลสหมดจริงๆ จึงจะใสสะอาด จะรู้ทะลุปรุโปร่งจริงๆ รู้ทะลุปรุโปร่งไปรอบตัว และสามารถที่จะมีพลัง รู้ออกไปนอกตัวได้ เพราะฉะนั้น คนที่ยังไม่ได้ฝึก มีธาตุรู้ที่เกิดจริง มันไม่ได้ถึงขีดเขต ไม่มีคุณสมบัติ คุณภาพที่จริง คุณได้เท่าไหร่ ก็เท่านั้นของคุณ คุณจะไปได้เกินตัวมากกว่าความจริงที่คุณเป็น มันเป็นไปไม่ได้ ก็ได้เท่าที่ตนเองมี อยากจะเก่ง อยากจะรู้เท่าไหร่ ยิ่งยากยิ่งจะไม่ได้ เพราะฉะนั้น ที่อาตมาเคยบอก หลักเกณฑ์สำคัญให้ว่า มีเจตนาแต่อย่าอยาก เราจะเป็นพลังงานซ้อนให้สลายพลังงานให้เสื่อมลดไป เพราะว่ามัน spark มันปะทะกัน ถ้าเรามีความมุ่งหมาย มีเจตนารมณ์ มีจิตที่จะตั้งเข็มทิศไปทางไหน ตรวจสอบให้ชัด เมื่อตรวจสอบชัดแล้วว่า เดินอย่าง

อ่านต่อ

นี้ทำๆ มีหน้าที่กระทำกรรมกิริยา กาย วาจา ใจของเรา ให้เป็นเช่นนี้เช่นนี้ไป ทำให้มันถูกต้อง ตามที่เราเข้าใจ เสร็จแล้วการก้าวหน้า มันจะเกิดเอง ถ้ายิ่งไปอยาก มันจะช้า จะเกิดปฏิกิริยาซับซ้อน Action reaction มันจะยิ่งช้า ที่พูดความนี้ เจตนาขยายความให้รู้ว่า สายหลับตาสมาธิ เป็นสายที่ ไม่รู้ข้างนอกเลย เพราะฉะนั้นจะรู้รอบ เป็นผู้รู้รอบไม่ได้ จะรู้แต่ในภพ รู้แต่ในสิ่งเดียวสิ่งหนึ่ง จะเกิดปฏิกิริยาพลังงานซ้อน ที่มีพลังงานมากขึ้น สั่งงานมากขึ้นนั้น จะเป็นพลังงานที่วิจิตรพิสดาร เป็นพลังงานที่มีสมรรถนะสูงขึ้น แต่ถ้ามีแต่อันเดียวพลังงานนั้นไม่เจริญ หลังงานไม่วิจิตรพิสดาร ไม่มีความหลากหลาย พลังงานไม่เจริญเร็ว ฟังพอจะเข้าใจนะ เพราะฉะนั้น การปฏิบัติที่ผิด อาตมาก็เตือนให้ ท่านผู้ใดเจตนาจะพัฒนาตัวเอง ก็ฟังให้ดี แล้วทำความเข้าใจ ถ้าเข้าใจตัวเองดี แล้วก็เอาไปปฏิบัติดู แล้วก็จะได้ที่อาตมากล่าวไป คร่าวๆนั้น 600406_ทำวัตรเช้าปลุกเสก #41 บ้านราช ศีล สมาธิ ปัญญา (แบบพุทธ)ตอน1

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน