สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน พิจารณากายสังขารในมูลกรรมฐาน 5.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน พิจารณากายสังขารในมูลกรรมฐาน 5 พระพุทธเจ้าสอนให้รู้ในการปรุงแต่ง เรียกว่า กายสังขาร วจีสังขาร จิตสังขาร ในปฏิจจสมุปบาท ความไม่รู้ของคนซึ่งไม่รู้ว่า สังขาร เป็นปัจจัย สังขาร คือสังขาร 3 กายสังขาร วจีสังขาร จิตสังขาร กายคืออะไร เมื่อไม่เรียนรู้ตั้งแต่เริ่มต้น กายสังขาร เรียนรู้ในอานาปานสติ ก็มีปัสสัมภยังกายสังขารังก็ทำให้กายสังขารรำงับ อันแรกคือกาย ส่วนวจีเป็นผลปรุงแต่งของกายหรือจิต มันจะได้มาเป็นวจีสังขาร ถ้าในจิต วจีสังขาร ต้องเรียนรู้สังกัปปะ 7 เพราะมันอยู่ในสังกัปปะ 7 กายสังขารก็มีจิตสังขาร ก็กายกับจิตนั่นแหละเป็นหลัก แล้วจะเกิดเป็นวจีสังขาร ในพระไตรปิฎกเล่ม 10 ข้อ 60 เมื่อเกิด ผัสสะ แล้วจะเกิดเวทนารับรู้สึก ตอนแรกไม่ได้แยก เรียกอัพยากฤต สุขทุข์ในนั้นยังไม่ได้แยก พอแยกออกก็จะเป็นสุขเป็นทุกข์ สำหรับคนอวิชชาจะยึดติดในทุกข์สุข ไม่รู้จักสังขาร
กายสังขาร จิตสังขารในอานาปานสติ มีกายสังขารให้ระงับ คนที่ไม่สัมมาทิฐิอ่านแล้วก็จะรู้สึกว่า กายคือมีแต่ภายนอกไม่มีภายใน เมื่อเขาทำอานาปานสติ ก็ไปนั่งหลับตา ทั้งที่ไม่นั่งหลับตาก็ทำอานาปานสติได้ แต่ไปเรียนรู้ของพวกนอกรีต กายคตาสติ คือมีสติรู้กายที่ดำเนินไป ร่างกายที่มี ก้าวเดินมีอิริยาบถ แล้วอานาปานสติ เขาก็กำหนดหลับตาให้เหลือแต่รู้ลมหายใจ
พระพุทธเจ้าตรัสว่า กายต้องมีภายนอก หากสัมผัสแล้วไม่รู้จักภายนอก จิตไม่ได้กำหนดรู้การสัมผัส ตราบใดสัญญากำหนดรู้ภายนอกใน ตา หู จมูก ลิ้น กาย ภายนอก สัมผัสแล้วจิตไม่ได้ไปรับรู้ด้วย ส่วนนั้นไม่ใช่กาย
สิ่งสัมผัสภายนอก หากเป็นกาย จิตตั้งรับรู้ จึงเรียกเป็นกาย หากจิตไม่รับรู้ไม่เรียกกาย คนมีผมยาวๆปลายผมไปสัมผัสกับอะไรที่เราไม่เห็น ผมก็ไม่รู้ส
อ่านต่อ
ึกได้ ผมหรือขนที่เลยประสาทออกไปแล้วไม่รู้สึก จิตที่รับรู้ในขันธ์ พระพุทธเจ้าให้เรียนรู้แยกกายแยกจิตในมูลกรรมฐาน 5 แยกกายแยกจิต คือแยกเรียนรู้จาก ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง ห้าอย่าง เรียกมูลกรรมฐาน มูลคือราก ต้น แยกกายแยกจิตให้ชัด มูลกรรมฐาน 5 ท่านสอนแยกความเป็นเราเป็นของเรา เป็นกามเป็นอัตตา ผม หากตัดมันก็ไม่รู้สึก เล็บที่ยาวพ้นประสาทรับรู้ ตัดออกก็ไม่รู้สึก ฟันส่วนที่ไม่มีประสาทรับรู้ก็กรอได้ ตัดได้ไม่รู้สึก ผม ขน ขนก็เลยมาเหมือนผมก็ไม่รู้สึก ผิวหนัง หนังที่เอาผิวๆนะไม่เอาหนังที่ติดประสาท หนังมันจะเนียนกว่าผม ขน ฟัน แต่ในศาสนาพุทธทุกวันนี้ ให้กรรมฐานก็ไม่ได้เรียนกรรมฐาน 5 อย่างนี้ อุปัชฌาย์ก็บอกกรรมฐาน 5 แต่เขาไม่ได้เข้าใจอย่างนี้ ให้เรียนรู้ความคิดถือเป็นเราเป็นของเรา ผู้ยึดถือเป็นเราเป็นของเราก็ทุกข์ หากใครไม่ยึดเป็นเราเป็นของเราก็ไม่ทุกข์ เล็บ ส่วนเล็บของเราพอมันยาวออกมาขนาดหนึ่ง พ้นประสาทรับรู้มันไม่ใช่ กาย ที่ไม่ใช่กายนั้น เอาอะไรตัดสิน ก็เอาที่ความรับรู้สึก หากพ้นความเป็นกาย ตัดทิ้งก็ไม่รู้สึก แสดงว่ามันไม่ใช่เป็นเราเป็นของเรา มันไมมีจิตร่วม ขาดจากจิตแล้วโดยธรรมชาติ สิ่งที่ไม่ใช่เรา เพราะมันไม่ใช่กายเราแล้ว แต่มันเป็นชีวะ เกิดมาแล้วเอาอาหารไปปรุงแต่ง ให้ยาวขึ้นได้อีก คนที่เรียนรู้พิจารณากมูลรรมฐาน 5 ถ้าไปยึด ว่าสิ่งที่ไม่ใช่กายเราแล้ว เป็นเราอยู่ก็จะทุกข์ อย่างทุกวันนี้เขาหลงเล็บ เล็บมันยาว บางคนแต่งเล็บ แต่ถ้าเราไม่ยึดเป็นเราเป็นของเราก็ตัดก็ไม่ทุกข์ มันไม่ใช่เราแล้วก็ไม่ทุกข์ แต่ถ้ายึดเป็นเรา แม้มันเป็นพีชะที่ไม่มีเวทนา ก็ทุกข์ ต้องเรียนรู้อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม แล้วจะเรียนรู้ทุกข์ แล้วจำทรงไว้คือธรรมะ
600410_ทำวัตรเช้าปลุกเสก #41 บ้านราช ศีล สมาธิ ปัญญา (แบบพุทธ)ตอน5