สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ลดละกามเป็นเบื้องต้นของพรหมจรรย์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข23 มกราคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ลดละกามเป็นเบื้องต้นของพรหมจรรย์ -กราบขอโอกาสรบกวนท่านถวายประเด็นอีกเช่นเคยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ จากญาติธรรมกทม. ดิฉันชอบแต่งตัวเป็นผู้ชายตั้งแต่จำความได้คงจะประมาณ ป.1 เพราะไม่ชอบความรุนแรงของพ่อที่ปฏิบัติกับลูกคือดิฉัน เลยพาลเกลียดผู้ชายทั้งหมดแล้วหันไปคบหาสมาคมกับเพื่อนผู้หญิง และนี่คือจุดเริ่มต้นของการมีแฟนเป็นผู้หญิง ซึ่งน่าจะอยู่ในช่วงป.5 (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) ส.ฟ้าไทแทรกว่า มีคนบอกว่าไม่มีเวลาปฏิบัติธรรม แม้จะทุกข์ก็ตาม พ่อครูว่า…คนที่หาเหตุผลมาแก้ตัว ว่าไม่มีเวลาปฏิบัติธรรมนั้นเป็นคนน่าสังเวช เป็นคนที่น่าเศร้าใจอย่างมากเลย เป็นคนที่หลงอยู่ในโลกโลกีย์ อย่างหน้ามืดตาบอด ไม่รู้ว่าสาระสำคัญของมนุษยชาตินั้นอย่างน้อยแม้ ในทางโลกีย์ ผู้มาศึกษาปฏิบัติธรรม ทางโลกีย์ก็คือคนมาเจริญมาดี ยิ่งศาสนาพุทธอย่าว่าแต่ดีเลย รู้จักทางลดกิเลส รู้จักทางนิพพาน เกิดเป็นคนแล้วนี่นะ ได้เรียนรู้ลดกิเลส แล้วก็ได้นิพพาน มันสุดยอดแล้ว ในการเกิดมาเป็นคนๆหนึ่งในโลกตั้งแต่เริ่มเป็นสัตว์เซลล์เดียว จนพัฒนามาเป็นสัตว์เดรัจฉาน สะสมวิบากกว่าจะได้เกิดมาเป็นคนผ่านมาไม่รู้กี่ล้านชาติ สะสมอวิชชามา เกิดมาเป็นคนแล้วคนก็สะสมทุกข์ สัตว์มันก็ทุกข์ แต่มันไม่โง่เหมือนคน มันไม่ต้องมาสนใจเรื่องลาภยศสรรเสริญโลกียสุข สัตว์เดรัจฉานไม่มีความสุขเท่าคนเพราะไม่โง่เท่าคน คนที่อวิชชาที่ว่านี้ พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ก็บัญญัติคำศัพท์ว่าอวิชชาคือโง่บรมมหาโง่ ส.ฟ้าไทว่า...เลยถามเขาว่าไม่มีเวลามาปฏิบัติธรรมแต่ให้เงินหนึ่งล้านให้มาตอนเที่ยงคืนจะมาไหม เขาก็ว่ามา เพ-ราะอยากได้เงินถามต่ออีกว่าถ้าได้เงิน 1 ล้านจะมีความทุกข์ไหมเขาก็บอกว่ามีความทุกข์ พ่อครูว่า...แสดงว่ามีภาระ ได้เงินล้านคงจัด

อ่านต่อ

สรรแย่เลย ที่อาตมาแวะอธิบายสัจธรรมไป อาตมาเองอาตมาเกิดมาชาตินี้แล้วก็มารู้ตัวว่าเราต้องมาทำงานนี้อย่างแท้จริง เห็นภาระที่ต้องมาแสดงธรรม มาแก้ไขสิ่งที่บกพร่องไปจากของพระพุทธเจ้า หนัก แต่ก็ไม่เคยท้อ ไม่เคยที่จะถอยไปไหนเลย มันยิ่งเห็นว่าเป็นความจำเป็น จำเป็นที่จะต้องมากอบกู้ธรรมะพระพุทธเจ้า ที่จะต้องมาต่อเชื้อ ความผิดเพี้ยนความเสื่อม มันไปใหญ่กันเลย แล้วอาตมาก็ภูมิใจตัวเอง ที่ได้มาทำงาน 50 ปี เข้าไปยังไม่เต็มดี อาตมาบวช 2513 ปีนี้ 2563 ก็ย่างเข้า 50 ปีถ้าไปชนวันที่ 7 พ.ย. 2563 ก็ครบเต็ม 50 ปีที่ทำงานศาสนามา ทำแล้วก็หนักจริงๆแต่ภูมิใจสบายใจที่ไม่สูญเปล่า ทำแล้วมีคนรับฟังโลกุตระธรรมได้เข้าใจได้ จนกระทั่งมาเปลี่ยนแปลงชีวิตมีโลกุตรธรรมแก่ตัวเองมีอาริยธรรมที่แท้ของพระพุทธเจ้า รู้จักมาเรียนรู้เ พื่อลดกิเลส รู้จักอ่านจิตในจิต เพื่อสังวรตน สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยค อาตมาแค่สามอันนี้นะมาเผยแพร่ประกาศธรรมะพระพุทธเจ้า ธรรมะที่อาตมาพูดไม่ใช่ธรรมะตื้นๆ พวกคุณนั่งฟังนี่นะ ประชาชนนั่งฟังธรรมะอาตมา ถ้าไม่ใช่พวกคุณป่านนี้ ตอดเงา คือนั่งสัปหงกกันหมดแล้ว แน่นอนแต่พวกคุณอาตมาไม่เห็นใครง่วงเลย หลบอยู่ข้างหลังไม่เห็นนะ อาตมาภูมิใจสบายใจที่เอาธรรมะพระพุทธเจ้าที่รู้กันได้ยากเอามาเปิดเผยแล้วให้ปฏิบัติจนเกิดมรรคผล จนกระทั่งเอาชีวิตเข้ามาอยู่ในสังคมนี้ เข้ามามีชีวิต มีพฤติกรรมมีการเป็นไปมีการยังชีพ หลายคนก็คิดว่าไม่ไปไหนก็มาอยู่นี่จนตาย เพราะที่นี่มีกองฟอนเผาอยู่แล้ว ใครจะอยู่ทางนี้ไม่ไปทางโลกีย์จะอยู่จนตาย ยกมือ...ยกกันเกือบหมด คนขี้เกียจหรือคนฟังไม่รู้เรื่องเท่านั้นที่ไม่ยกมือ แบบนี้เปอร์เซ็นต์แบบนี้ถือว่าพอใจ คนฟังธรรมะแล้วพอใจยินดีรื่นเริงในธรรมหากง่วงก็ไม่รื่นเริงในธรรมะ ธรรมะที่อาตมาแสดงนั้นมันยากมันหนักแต่ไม่ง่วงเลยแล้วรู้ด้วย ไม่สูญเปล่าเลย ไม่อย่างนั้นอาตมาไม่มีคนรับฟัง ที่จริงคนมานั่งฟังทุกวันนี้ก็ไม่น้อยเลยนะ มาฟังขนาดนี้ก็ดีแล้ว ถ้าอาตมามาชาตินี้ไม่ได้มาทำอันนี้อาตมาคงจะเป็นคนที่เกิดมาสูญเปล่าเสียชาติเกิด แต่แล้วมาทำอ้นนี้แล้วถึงรู้สึกตัวว่าไม่สูญเปล่าใครจะหาว่าอาตมาหลงตัวก็ตาม อาตมาว่าชีวิตอาตมามีค่า เพราะตีราคาธรรมะโลกุตระของพระพุทธเจ้าไม่ได้ และมีผู้มารับได้ไม่สูญเปล่า เดี๋ยวนี้มีผู้รับทางเทคโนโลยีก็ไม่น้อย ถ้าเป็นอย่างนี้ตลอดไปอาตมาคงตายไม่ลงง่ายๆ พยายามที่จะอยู่ จริงๆมันมีผลนะ คนเราที่ยังไม่อยากตายมีทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์สรีระ ก็ช่วยชูชีวิตให้ยืนยาวด้วย มันจริง อาตมาถึงบอกว่า ที่พูดไปแล้วก็ไม่ได้เจตนาตั้งใจมีเลขจะต้องอายุยาว 151 ปีนะ ก็เป็นเรื่องพูดกันเล่นๆ แม้ความเป็นจริง หากสังขารร่างกายชีวิตยืนยาวไปได้ถึง 100 ปีก็ไม่ใช่เรื่องเล่นนะ ไม่ใช่ 100 ปีแต่นอนติดเตียงนะ แต่100 ปีก็ยังแสดงธรรมอยู่อย่างนี้ อาจจะลดไปบ้างไม่แข็งแรงกระปรี้กระเปร่าดีดดิ้นเหมือนดช.ภูมิ ขณะนี้ดิฉันอายุ 34 ปี ปัญหาคือเวลาที่ดิฉันอยู่ใกล้ผู้ชายคนใดก็ตาม ก็จะคิดวนเวียนอยู่แต่เรื่องพฤติกรรมของการเสพกาม ดิฉันรู้สึกเป็นทุกข์มาก จึงพยายามทำพฤติกรรมให้ดูเหมือนเด็กผู้ชาย ช่วยให้ดิฉันไม่เห็นจิตสกปรกนี้ ในอดีตดิฉันเคยทำผิดศีลมาแล้วกับเพื่อนผู้หญิงหลายคน ดิฉันคิดอยากบวชในบั้นปลายของชีวิต โดยปีนี้ตั้งใจจะเดินเส้นทางพรหมจรรย์จะต้องทำอย่างไร และดิฉัันจะแก้ความรู้สึกที่มีกามได้อย่างไร นมัสการขอบพระคุณ พ่อครูว่า…ดีแล้วล่ะรู้ตัว มันก็เป็นอาการที่มาปฏิบัติธรรมะจะรู้อาการตามจริงเรื่องกามเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นเรื่องกิเลส ธรรมะไม่ใช่ธรรมชาตินะ แม้แต่พยัญชนะคำว่าธรรมะ กับธรรมชาติก็ไม่เท่ากันแล้ว ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นธรรมะที่ไม่มีชาติ รู้จักชาติแล้วดับชาติได้ด้วย จนกระทั่งมีนิพพาน อย่างนี้เป็นต้น ดับภพชาติตั้งแต่เป็นสัตว์เซลล์เดียว หากคุณรักจะมีชีวิตอยู่เป็นมนุษย์ก็เป็นมนุษย์ที่ดี ไม่ทำบาปทั้งปวงมีแต่กุศลจิตสะอาดบริสุทธิ์ผ่องแผ้วหมดแล้วเป็นผู้ที่มีวรรณะ 9 มีสาราณียธรรม 6 จะเกิดมาอีกเมื่อไหร่ก็มีแต่ประโยชน์กับมนุษยชาติไม่มีโทษเลย มีแต่คุณถ่ายเดียว เป็นผู้หมดทุกข์ หมดสุข ศาสนาพุทธนี้หมดทุกข์หมดสุข สุขกับทุกข์เป็นอารมณ์เดียวกัน จิตมีฌาน 4 อุเบกขาเป็นฌานถาวรคืออรหันต์ ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา บริสุทธิ์แม้จะสัมผัสเกี่ยวข้องกับสังขารโลกที่ปรุงแต่งจิตก็ยังบริสุทธิ์ขาวผ่อง ยังคงสะอาดอยู่เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง มุทุจิต จึงเป็นจิตหัวอ่อน เป็นความเร็ว ความไวของจิต มันเร็วไว ทั้งทางด้านปัญญา แล้วทางด้านเจโต มีสองสภาพ พวกเราจะเข้าใจสภาวะ จิตจะเร็วไว จนคนจับความเร็วไวของจิตผู้มุทุภูตธาตุไม่ทัน คือผู้ที่มีสมาธิที่เก่งกล้า สมาธิไม่ใช่แข็งทื่อ แต่มีสติเต็มร้อยเลย เต็มทั้งนอกและในเป็นความแข็งแรง มีพลังงานสมบูรณ์แบบมีสมาธิมีฌาน มีจิตชาคริยา ไม่ใช่ฌานแบบตกในภพ แต่ฌานแบบตื่นเต็มแจ่มใสผ่องแผ้ว นอนหลับก็แจ่มใส ไม่มีง่วงไม่มีซึมเซา ตื่นก็คือตื่นหลับก็หลับ หลับคือเข้าในภพไม่รับรู้ภายนอก อยู่กับสัญญา อาตมานอนหลับอาตมาไม่ใช่สายสมถะที่หลับปี๋ ไม่รู้เรื่องแต่นอนหลับก็มีการปรุงธรรมะ บางทีปรุงจนร้อนหัวเลย มันสนุก ไม่ได้ควบคุมอะไรมากมายก็ยิ่งเต้นดีด กระโดดเมื่อยเลย พ่อครูว่า…คุณคนนี้ก็เรียนรู้ลดกิเลสจากการสัมผัส เรียนรู้กามเป็นเบื้องต้น การปฏิบัตินั่งหลับตาไม่เรียนรู้กามเลย อย่างมหาบัว ติดกินหมากเสพติดรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ไม่ขาดปากก็เลยไม่รู้ว่าอะไรคือ กาม อะไรคือความติดยึดในกามคุณ 5 รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอยู่ในนั้นเต็มเลยเป็นสิ่งเสพติดแต่โบราณ เดี๋ยวนี้มาแปรรูปเป็นเฮโรอีนเป็นยาบ้าอะไรของมันเยอะแยะ นี่ก็เหมือนกันเป็นธรรมชาติเป็นหมากพลู ก็ไม่ได้เรียนรู้แล้วมาบอกว่าตัวเองเป็นอรหันต์ อาตมาจึงบอกว่าให้ศึกษาให้ดีๆท่านทั้งหลายอย่างไปหลงอรหันต์เก๊ มันติดหนักเลย อบายภูมิเหมือนสุรา หากเข้าใจผิด เข้าใจสิ่งที่ไม่ใช่อรหันต์ว่าเป็นอรหันต์มันก็หมดท่าไม่ได้เรื่องอะไร ไม่ได้พูดลบหลู่แต่พูดสัจธรรมยกตัวอย่างให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยอาตมายอมเสียรังวัด เพราะคนเคารพนับถือมหาบัวไม่ใช่น้อย เป็นพ่อแม่ครูอาจารย์เยอะเลยนะ อาตมามาบอกว่าไม่ถูก ผิด แล้วตรงกันข้ามกับคนยกย่องด้วย เหมือนอาตมาลบหลู่ตรงกันข้ามเลย อาตมาก็ได้รับความต่อต้าน หากอาตมาต้องการความยกย่องชมเชยก็จะไปแตะทำไม แตะทำไมไม่เกี่ยว พูดสัจธรรม ไม่ได้ทำเพื่อจะให้คนมาชอบมาให้คนนับถือให้คนมายอมรับ อาตมาพูดสัจธรรมที่มันผิดก็บอกว่าผิดชัดๆ ผิดมากจนเป็นพิษภัยต่อศาสนาก็พูดชัดเจน พูดจริงชัดเจนก็ไปตำหนิเขาอย่างแรง

ศีล 5 ศีลข้อที่ 1 เกี่ยวข้องกับสัตว์ศีลข้อที่ 2 เกี่ยวข้องกับของกับพืช ศีลข้อที่ 1 เกี่ยวกับโทสะเรื่องของจิตใจที่เกื้อกูลเอ็นดู ศีลข้อที่ 2 เกี่ยวกับความโลภ ความเห็นแก่ได้ ความจะต้อง ตะกละตะกราม ส่วนศีล ข้อที่ 3 เกี่ยวข้องกับรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส กาเมสุมิจฉาจาร ก็จะต้องมีศีล จะลบอย่างไรก็ต้องเรียนรู้ปฏิบัติศีลแล้วอ่านจิตใจเมื่อมีผัสสะ คุณจะเน้นเรื่องกามก็ต้องรู้อาการกามคืออย่างไรเมื่อใดมีอาการกามต้องพิจารณาเห็นอาการ มันเป็น อนัตตา กามมันไม่มีความจริง หากกามไม่มีความจริงพระอรหันต์ก็เกิดไม่ได้ อย่าว่าแต่พระอรหันต์เลยแค่พระอนาคามีก็ไม่มี กาม มีแต่รูปราคะอรูปราคะ พระอนาคามีไม่หลับตาปฏิบัติได้ ลืมตามีตาหูจมูกลิ้นกายสัมผัสแต่กิเลสกามของท่านดับ กิเลสกามของท่านไม่มีแล้วอาการกามที่จะเป็นความใคร่อยาก หยาบๆโลกียะกามคุณไม่มี เหลือเศษภายใน กระทบสัมผัสด้วยตาหูจมูกลิ้นกายอยู่นะแต่อาการอารมณ์ที่จะปรุงแต่ง ลดลง ลดกามรส ไม่มี มีแต่รูปรส อรูปรส เป็นกิเลสภายใน แม้กระทบสัมผัสนี่แหละก็มีแต่กิเลสภายใน มีผัสสะเป็นปัจจัยฆ่ากิเลส เหลืออุทธัจจะ ก็ลดในสังโยชน์เบื้องสูงต่อ ปฏิบัติหลับตาไม่มีการสัมผัส เป็นภาษาก็ผิดตั้งแต่ต้นเลยอันนี้เป็นเรื่องหนักหนาสาหัสกลายเป็นเรื่องของการปฏิบัติแบบเดียรถีย์ อย่างในยุคพระพุทธเจ้าออกป่าก็ไม่ใช่ หลับตาปฏิบัติก็ไม่ใช่ มันจมสู่ความหลงอย่างสนิทเลย ก็ปฏิบัติศีลข้อ 1-5 ส่วนศีลข้อ 4, 5 ก็คือ วจีกับมโน ก็อ่านอาการ ลิงค นิมิต ต้องทำเครื่องหมายรู้ตัวเองว่าอาการใจอย่างนี้เป็นกาม แล้วพิจารณาให้เห็นไตรลักษณ์ มันเป็นทุกข์ เรียนรู้ให้เห็นความจริง หากกิเลสกามลดลงก็เกิดปัญญา แสดงว่าความเข้าใจ ความรู้ความฉลาดของคุณเพิ่มขึ้นเป็นพลัง เรียกว่าพลังงานฌาน ไประงับ ไฟราคะโทสะโมหะ ลดลงฝได้จริงๆ คุณปฏิบัติเห็นอาการนี้จริงนั่นคือได้เรียนรู้ปฏิบัติจริงอย่างที่อาตมาพาทำ 630119_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ผู้ไม่รู้นามรูปก็คือโจรปล้นศาสนาที่ฆ่าไม่ตาย

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน