รู้นิยาม 5 พ้นวิปลาส 4.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.10 KB
วันที่แก้ไข6 พฤษภาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

รู้นิยาม 5 พ้นวิปลาส 4 _สว่างแสง ขวัญดาว : น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่งค่ะ ภูมิของพระโสดาบัน ในเรื่องการละเนื้อสัตว์ ต้องละได้ขนาดไหน เพราะลูกไม่ได้กินเนื้อมาเกือบ ๒ ปีแล้วค่ะ หากจะให้ไปกิน ก็จะทุกข์ใจ อาจจะอาเจียนได้ จิตผู้บรรลุพระโสดาบันจะมีอาการแบบนี้ไหมคะ หรือไม่กินเนื้อสัตว์ก็ได้ ให้กินเนื้อสัตว์ก็ได้ ลูกยังไม่เข้าใจค่ะ พ่อครูว่า...ไม่กินเนื้อสัตว์ มันเป็นเครื่องชี้บ่งชนิดหนึ่ง ซึ่งจริงๆแล้วมันลึกซึ้งมาก ลึกซึ้งซับซ้อนเห็นสัตว์เป็นเพื่อนทุกข์ เป็นสัตว์โลกที่มีชีวะ มีชีวิต พูดด้วยภาษาวิทยาศาสตร์ว่า มีเซลลของชีวะ ของชีวิต ในระดับสัตว์ ซึ่งพระพุทธเจ้าก็แยกไว้ชัดเจนว่า สิ่งที่ปรุงแต่งกันอยู่ในระดับอุตุนิยาม มีทั้งสสารพลังงานมันก็ปรุงแต่งกันอยู่อย่างนั้น ยังไม่เป็นชีวะ เรารู้กรอบขอบเขตของอุตุนิยม ที่มีสสารพลังงานทำงานร่วมทำงานกันอยู่มากมายหลายระดับ ดวงอาทิตย์ หรือระดับ Nebula ยิ่งใหญ่ และอีกชั้น 1 พัฒนาจากพลังงานสสารธรรมดา อุตุนิยาม ขึ้นมาเป็นชีวะ เป็นระดับที่ 2 ท่านเรียกว่า ชีวะระดับของพีชนิยาม พีชนิยามนี้ มีชีวะที่ยังไม่ถึงขั้นจิตนิยาม ยังแยกละเอียดไปถึงเจตสิก ยังไม่มีเวทนาไม่มีวิญญาณ มีแค่สัญญากับสังขาร มีรูปแล้วก็นามธรรม ก็แค่สัญญากับสังขารยังไม่เป็นเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณ อย่างนี้เป็นต้น ภาษาบาลีที่กำกับสภาวะพวกนี้ ผู้ศึกษากันดีๆจะรู้จักรู้จริงรู้แจ้งได้ ถ้าเผื่อว่าไม่ได้ศึกษากันจริงๆ ศึกษาอย่างมีสภาวะรองรับ แล้วค่อยๆตามรู้ รู้ในของตน เป็นปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิติ รู้ได้สัมผัสอ่านอาการลิงคนิมิต ตามคำบรรยายของผู้รู้ อุเทส ต่างๆ คำบรรยายของพระพุทธเจ้า ของผู้รู้ ผู้ที่มีสัมมาทิฏฐิ เป็นต้น รู้จนกระทั่งรู้แจ้งเห็นจริง แล้วมันจะตรงกันกับผู้รู้ ตั

อ่านต่อ

้งแต่พระพุทธเจ้า สัตบุรุษผู้อยู่ในฐานะของครูที่สัมมาทิฏฐิแล้วจะตรงกันหมด จึงเรียกว่าสัจจะมีหนึ่งเดียว จะรู้ไปหมด เพราะฉะนั้นการศึกษาธรรมะนี้ ขั้นที่พระพุทธเจ้านำมาประกาศแก่โลกนี้เรียกว่าโลกุตรธรรม เป็นธรรมะที่ พวกเราเข้าใจ ถ้าอาตมาจะอธิบายไปต่อไปนี้ แต่คนข้างนอกเทวนิยมต่างๆจะยังไม่เข้าใจ ที่อาตมาจะอธิบายต่อก็คือ จะสามารถรู้โลกียะ โลกุตระอันนั้นมันต่างกันจริงๆ ต่างกันคนละโลก ต่างกันคนละดวงดาว ต่างกันชนิดทวนกระแสเลย คนนึงเห็นดำ คนนึงเห็นขาว ต่างกันเป็นดำกับขาวเลย ผู้ที่ยังไม่รู้ก็จะปน เห็นดำเป็นขาว เห็นขาวเป็นดำ เป็นวิปลาส สลับกันไปสลับกันมา ไม่แน่ ไม่ชัดเจน สุดท้ายก็หลงผิดจนกระทั่งเห็นดำเป็นขาว เช่น เห็นทุกข์เป็นสุข วิปลาสแน่แท้ เห็นความไม่เที่ยงเป็นความเที่ยง เห็นว่าไม่ใช่ตนเป็นต่อ เห็นความไม่ได้น่ามีน่าเป็น เป็นความน่าได้น่ามีน่าเป็น ครบวิปลาส 4 อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งที่พูดไปแล้วนั้นเป็นสัจธรรมทั้งสิ้น ผู้ที่ไม่ศึกษาดีๆ แม้แค่วิปลาส 4 ที่อาตมาพูดไปแล้วนั้น อาจจะฟังภาษาเข้าใจ แต่สภาวะยากที่จะมี สัจจะของสภาวะ วิปลาส 4 ที่จะรู้แจ้งเห็นจริงและหลุดพ้นผ่านมาแล้วเป็นคนผู้ที่ไม่วิปลาสแล้ว เพราะเขายังเป็นคนที่มีวิปลาส 3 อยู่แล้วสมบูรณ์แบบ วิปลาส 3 คือมีสัญญาวิปลาส มีทิฏฐิวิปลาส มีจิตวิปลาส หรือมี สัญญาวิปลาส มีจิตวิปลาส มีทิฏฐิวิปลาส หมายความว่า ฐานจิตของเขาวิปลาส เพราะฉะนั้นทิฐิของเขาวิปลาส เมื่อจิตวิปลาส ทิฐิวิปลาสเพราะฉะนั้นสัญญาของเขาก็จึงวิปลาส วิปลาส 3 ก็เป็นอันหวังได้ว่าจะมีวิปลาส 4 แน่นอน ดังที่เป็นกันอยู่ เทวนิยม หลงความทุกข์เป็นความสุข อย่างนี้เป็นต้น แล้วก็ไม่รู้ว่า ทุกข์ สุขนี้ไม่สามารถเรียนรู้จนสามารถตีแตกหรือแยกแยะได้ เพราะจริงๆแล้วมันเป็นสภาพ2 แต่เขาไปหลงยัง 1 วิปลาสว่ามันเป็น 1 หลงว่ามันเป็นสุขอย่างนี้เป็นต้นทั้งที่มันมีสุขมีทุกข์ซึ่งมันแยกกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงชัดเจนในสัจจะว่าสุขทุกข์แยกกันไม่ได้ เมื่อแยกไม่ได้ก็ไม่เอามันทั้งคู่มันทั้งสองเลย เป็นคนไม่สุขไม่ทุกข์ แล้วจะรู้ความสุขความทุกข์คืออะไรก็คือเวทนา คือความรู้สึก นี่สิเป็นจุดสำคัญ ก็ลงไปเรียนรู้ที่เวทนา แยกแยะไปทีละ 2ๆๆ จนกระทั่งรู้หมดเลยเป็นลำดับๆ ตั้งแต่ขั้นอบายมุข ขั้นกาม แยกเป็น 2 จนกระทั่งรู้แจ้งว่า อบายมุข เป็นมายา กามเป็นมายา เหลือรูปจิต อรูปจิต ก็ศึกษาอีกว่ามันเป็นมายา แท้จริงมันเป็นมายาทั้งหมดเลย ไม่ต้องเอามันเลยก็เป็นอนัตตา ผู้ที่รู้แจ้งเห็นจริงหรือว่าสิ่งที่ไม่มีหรืออนัตตา ไม่ใช่ตัวใช่ตนไม่มีตัวตนอะไร แต่เรายังมีชีวชีวิตอยู่ ก็รู้ความจริง อนุปคัมมะ อ๋อ! แท้จริงที่หลงว่ามันมี แท้จริงคือมันสิ่งที่ไม่มี แต่สภาวะปัจจุบันขณะนี้เรายังมีธาตุรู้ มีปัญญามีตัวรู้แจ้งเห็นจริง เป็นอภิภู เป็นผู้ที่รู้ความจริงของสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า ปรุงแต่งกันอยู่ทุกอย่าง โดยอิสระ เรียกว่า อภิภายตนะ 8 ซึ่งเตรียมจะอธิบายอยู่ 650506 อนุสาสนีปาฏิหาริย์ของผู้มีอภิภายตนะ 8 พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน