อจินไตย งู 7 ตัวที่แดนอโศก.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข5 พฤษภาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

อจินไตย งู 7 ตัวที่แดนอโศก _รุ่งบุญ ยิ้มใส : พ่อครูมาสร้างแดนอโศกใหม่ๆ เกิดเหตุการณ์งู ๗ ตัวพันกันขึ้นเป็นชั้นๆ เหมือนปางนาคปรก สัมผัสได้ถึงผู้มากด้วยบุญบารมี พ่อครูว่า... อาตมาไม่อยากพูดมากมาย เป็นเรื่องจริงที่เราไปที่แดนอโศกแล้วไปเจองู 7 ตัวพันกัน ซึ่งมันเป็นธรรมชาติแต่มันเป็นนิมิตหมาย มันผสมพันธุ์กันแล้วมันแย่งกัน ตัวผู้ตัวเมีย มันไม่ได้เป็นอย่างนาคปรก ซึ่งนาคปรกมันรวมตัว แต่นี่มันแย่งกันแยกกันคนละข้าง ข้างหนึ่ง 4 ข้างหนึ่ง 3 ซึ่งมันก็ไม่แยกกันหรอก มันดิ้นไปดิ้นมา มันก็เป็นธรรมชาติ แต่มันเป็นนิมิตหมาย นิมิตของที่ลงตัวกัน รูปกับนาม มันมีจริง ในสิ่งที่รวมตัวเป็นหนึ่งเดียว 2 เป็น 1 1 เป็น 2 รวมตัวกันลงตัวกัน ซึ่งเป็นเรื่องยากเป็น อจินไตย ที่เข้าใจได้ยาก แต่ผู้เข้าใจแล้วก็หมดความกังขา หมดวิจิกิจฉา จะเข้าใจแล้ว 2 เป็น 1 1 เป็น 2 มารวมตัวกันได้ แล้วเราก็จะแทนอะไรเป็น 1 จนสุดท้าย 0 กับ 1 มันก็เป็น 2 สุดท้าย 1 กับ 0 นี้มันกลายเป็น 0 1 กับ 0 ก็คือ 2 แล้ว 1 กับ 0 ก็เป็น 0 ไปจบที่ 0 ก็จบได้ที่ 0 ก็จบ หมด 0 แล้วก็เป็นจบ ทำได้มีสภาวะรู้พยัญชนะพวกนี้ พยัญชนะบอกว่า 0 บอกว่า 1 บอกว่า 2 สภาวะมันมี 0 คืออย่างไร คือมันจบ มันไม่มีอะไรแล้วก็คือ 0 มันเป็นสุดท้าย ใช้พยัญชนะวิชาการว่า ปรินิพพานเป็นปริโยสาน สุดแล้ว มูลสูตร 10 จบด้วยตัวนี้ แล้วสภาวะของอาตมาก็ขยายความ คนทุกคนจบเป็นพระอรหันต์สามารถทำปรินิพพานเป็นปริโยสานได้ แยกธาตุจิตนิยามของตัวเองได้ แยกธาตุ อัตตาของตัวเองได้ ที่เป็นนามธรรม เป็นจิตนิยาม สลายเป็นดินน้ำไฟลม กระจัดกระจายเป็นดินน้ำไฟลม ไม่มารวมตัวกันอีก เหมือนพระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าท่านเหมือนพวงมะม่วงถูกตัดขั้วลงมากระทบพื้นแตกกระจายออกไปแล้ว เอามารวมตัวกันเป็นพวงมะม่วงขึ้นมาอีก

อ่านต่อ

ไม่ได้ฉันใด ทุกคนจะเห็น พระพุทธเจ้าในขณะที่มีพวงมะม่วง เมื่อกายแตกตายสลายเหมือนพวงมะม่วงตกแตกกระจายแล้วไม่รวมตัวกันอีก คุณไม่สามารถจะเห็นพวงมะม่วงนั้นอีกได้เลยฉันใด มันจะไม่รวมตัวกันอีกเลย ก็เท่ากับจิตนิยามแตกกระจายไม่รวมตัวกันอีก เป็นดินน้ำไฟลมหมดเลย ไม่มารวมตัวกันอีก ฉันนั้น อย่างนี้เป็นต้น ก็จบ เรารู้จบ คุณรู้จบแล้วเมื่อทำได้ ว่านี่คือตัวจบ ในมูลสูตร10 เป็นหลัก รากของมันจริงๆเลย ฉันทะเป็นมูล ก็เป็นรากของความรู้ ความเห็น มนสิการก็เป็นราก เป็นมูล ของการทำใจในใจ แล้วต้องมีผัสสะ ไม่มีผัสสะ ปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้าไม่ครบเป็นไปไม่ได้ คนที่ไปหลับตาไม่มีผัสสะ โมฆะ พูดอย่างไรก็ไม่ค่อยตื่น ไม่เคยรู้เรื่องไม่ลืมตาไม่ออกมา เพราะฉะนั้นไม่มีผัสสะไม่ได้ ตาหูจมูกลิ้นกายของคน ภายนอกต้องมีผัสสะครบ จึงจะรู้โลก ไม่อย่างนั้นคุณจมอยู่ในอัตตาอย่างเดียวคุณไม่มีโลก อาโลก มันไม่มีแสงสว่างที่ต้องอาศัย มันไม่มี ตาหูจมูกลิ้นกายคุณไม่รู้เรื่อง โลกที่มีตากระทบรูปเป็นอย่างนี้ เรื่องเสียงนี่ไม่เท่าไหร่ เขาจะพูดกับคนอื่นไม่รู้เรื่องจะเอาแต่ทางเสียง ไปพูดกับดร.สุกรี คณบดีคณะดุริยางคศาสตร์ของมหาวิทยาลัย แกก็จะเอาแต่เสียงของแก คนที่เขาหลง รูป หลงเสียง หลงกลิ่น หลงรส พวกหลงรส พวกที่ติดก็ปรุงแต่รส ไปถามหม่อมหลวงหมึกแดงสิ ลูกหม่อมราชวงศ์ถนัดศรี ก็เอาแต่เรื่องปรุงอาหาร หลายคน ปรุง ดร.อะไรนะ กระเทย ดร.ยิ่งศักดิ์ ไปพูดกับแกสิ ก็เอาแต่เรื่องอาหาร มันก็เป็นรสอาหาร รสทางลิ้น ก็มีอย่างอื่นครบเหมือนกันแต่ก็มีทางลิ้นเป็นหลัก มันก็ไปทางตาหูจมูกลิ้น กายสัมผัสเสียดสี ที่จริงมันหนักหนาสาหัสซึ่งยากกว่าทุกอย่าง สัมผัส ต่างกับรูป หูก็ต้องสัมผัสเสียง จมูกก็สัมผัสกลิ่น ลิ้นก็สัมผัสรส ซึ้งลิ้นมันอยู่ข้างในๆ โผฏฐัพพะ รวมหมดทั้ง 4 ซึ่งเป็นภายนอกนะ มีใจร่วมด้วย ก็เป็น 5 ก็เลยอธิบาย อุปาทายรูป 24 อันนี้เหลือ 9 มันไม่เป็น 10 เพราะมันร่วมกันที่ โผฏฐัพพะกับใจ ใจมันรวมกันตรงนี้แหละ ก็เลยหักออกเหลือ 9 คนก็เข้าใจไม่ได้หักออกไปอย่างไร มันก็ต้องหัก เพราะการรู้ มันต้องมีรูปนาม 2 เขาบอกว่าต้องเป็น 10 สิ สู่แดนธรรม... เรื่องที่มันมี 10 ข้อ ตาหูจมูกลิ้นกาย ท่านพูดถึงรูปอย่างเดียวไม่พูดถึงนาม พ่อครูว่า... ท่านตัดให้เหลือ 9 เพราะว่าตาหูจมูกลิ้น มันก็เป็นกายอยู่แล้ว ไม่ต้องนับ โผฏฐัพพะ เป็นกายอีก ก็เลยตัดเหลือ 9 มันต้องมีนามร่วมด้วย ไปตัดได้อย่างไร ถ้าไม่มีใจร่วมด้วยจะไปรู้ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นมันจึงต้องหัก 2 หักรูปกับนาม เพราะฉะนั้นถ้าคุณเอาโผฏฐัพพะ ถ้ารวมกับใจอีกหนึ่งก็เป็น 11 คุณต้องหักรูปนามออกคู่นึงมันก็เหลือ 9 อยู่ดี ซึ่งเป็นเรื่องยากไม่ใช่เรื่องเล่น ถ้าไม่รู้จริงจะเมา วนอยู่นั่นแหละ สมณะฟ้าไท... ในหนังสือ รวมคนจะมีธรรมะได้อย่างไร เล่ม 4 พ่อครู พูดเรื่องนี้อย่างละเอียด หน้าประมาณเกือบ 200 พ่อครูว่า... เรื่องงู 7 ตัวมันเป็นเรื่องนิมิต เลข 7 เป็นเลขที่เป็นฐานของอาตมา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องเล่น เป็นเรื่องจริง พระพุทธเจ้าต้องประสูติ วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ต้องตรัสรู้ขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ต้องปรินิพพานขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 มันไม่ใช่เรื่องสมมุติ ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาทำเอาโก้ ซึ่งมันไม่ใช่ มันต้องลงตัว ลงตัวทั้งรูปและนาม มันเป็นหนึ่ง มันต้องลงตัว เรื่องนี้ก็ได้จะพูดขยายภาษาให้ฟัง กว่าจะใช้ได้ กว่าจะรู้ อย่างอาตมา ร่วมใช้สิ่งที่จะต้องรวมเป็นหนึ่งได้ อาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ร่วมใช้ได้ ยิ่งระดับ 8 จะลงตัวเนียนยิ่งกว่านี้ เป็นระดับ 9 แล้วต้องเป็นเช่นนั้น ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นไม่ใช่ ต้องเป็นอย่างนั้นเป๊ะเลย มันไม่เป๊ะ มันไม่ลงตัว มันไม่จบ เป็นเอกัคคตา เป็นหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ สู่แดนธรรม... พ่อครูเคยอธิบายไว้ใน คนคืออะไรทำไมสำคัญนัก ว่า การเกิดและการตายเป็นธรรมชาติเป็นสภาวะที่ๆไม่มีอะไรคั่นเลย การเกิดการตรัสรู้ก็คือ อวิชชาตายไป ผมก็เลยเข้าใจว่า พระพุทธเจ้าทำไมต้องเกิดและตายในวันเดียวกัน การตรัสรู้ก็เกิดการตายอย่างหนึ่ง คือดับอวิชชา มันก็เกิดวิชชา พ่อครูว่า... เพราะฉะนั้นสิ่งอันนี้มันจึงไม่ใช่เรื่องสมมุติ อาตมานำสิ่งเหล่านี้มาอ้างอิงยืนยันอธิบายไป ก็ฟังไปก็แล้วกัน ผู้ที่ยังไม่เห็นว่าจริง ยังไม่เชื่อว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ก็ไม่เป็นไร ไปบังคับกันไม่ได้ แต่ผู้ที่จะเข้าใจเห็นจริงๆแล้ว มันจริงที่สุด ขยายความไปถึงว่า เรื่องที่เราพูด เป็นเรื่องของนามธรรม เป็นเรื่องของธรรมะ ถ้ามาเป็นโลก เราไม่ได้ทิ้งโลก เราพวกนักธรรมะโลกุตระ เป็นพวกสร้างโลก เป็นพระเจ้าตัวจริง ทำงานอยู่ในโลกจริงๆ ไม่ใช่ทำงานอยู่ที่ลึกลับ แล้วก็บันดาลอะไร จับผิดก็ไม่ได้ ไปท้วงไปต่อว่าอะไรไม่ได้ทั้งนั้น ไม่ใช่ มันเรื่องจริงเป็นเรื่องโลกอยู่ตรงนี้ โลกุตระคือเรื่องโลก แล้วเราก็สามารถที่จะปรับโลกให้เห็นเป็นไปตามที่ควรจะเป็น พัฒนาไป ๆๆ เพราะฉะนั้นพวกโลกุตระนี้ จึงเป็นคนพัฒนาโลก มันนำเทวนิยมไปอีกหลายสิบหลายร้อยก้าว นี่พูดไปแล้วมันก็..คนหมั่่นไส้ก็จะหาว่าคุยโต โอ้อวดเก่ง ก็ขอสรุปลงท้ายเลย ว่า ประเทศไทยจะนำ เอาเถอะ สถิติต่างๆที่เขาพยายามตรวจตามความรู้ของแต่ละสำนัก แต่ละสำนัก แล้วก็พูดออกมา ไทยเราก็ถูกจัดอันดับ ยืนยันของแต่ละสำนัก ว่าอยู่ลำดับต่างๆ ตามความรู้ของเขาที่มีหลักสูตรของเขา เป็นเครื่องตัดสิน อาตมาก็มีของอาตมาเป็นโลกุตรธรรม มีหลักสูตรของโลกุตรธรรมของอาตมาเป็นเครื่องตัดสิน ผู้รู้ของชาวไทยที่มีโลกุตระธรรมอยู่ในจิต ก็จะตัดสินออกมาเหมือนกัน แล้วก็จะสมัครสมานกับอาตมาเพราะเป็นโลกุตระอันเดียวกันซึ่งมีน้อย เพราะฉะนั้นเมื่อสถิติของเรามีน้อยมันก็สู้สถิติของพวกเขาที่มีมากหลายสำนักโพล ของเราสำนักโพลไม่กี่สำนัก มันก็สู้ไม่ได้ เราก็ไม่ได้ไปสู้หรอก แต่ ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน แล้วก็ขอยืนยันว่า มีอจินไตยคำหนึ่ง ดูไปไม่ต้องไปดูไบ ภาษาไทยง่ายๆ ดูไปไม่ต้องไปดูไบ เข้าใจมั้ย แล้วเป็นความจริงนะภาษานี้เป็นสัจธรรม ดูไปไม่ต้องไปดูไบ แล้วจะเห็นความจริง 650504 พิสูจน์ธรรมะพ่อครู ต้องดูไปไม่ต้องไปดูไบ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน