สื่อธรรมะพ่อครู(พิธีกรรม) ตอน การทอดผ้าป่า ทอดกฐิน กับการรับบริจาค.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.59 KB
วันที่แก้ไข23 มกราคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(พิธีกรรม) ตอน การทอดผ้าป่า ทอดกฐิน กับการรับบริจาค _Boonlert Soomprasert (บุญเลิศ สุ่มประเสริฐ)• 1 วันที่ผ่านมา การทอดผ้าป่า...การทอดกฐิน...การรับบริจาค...มันต่างกันตรงไหน...เป้าหมายก็คือหาเงิน...เพียงแต่แตกต่างกันที่ใช้คำและวิธีการ...นี่มันการสร้างภาพและสร้างอาณาจักรคุ้มครองตัวเองชัดๆ … _ไสว อังคุระศรี • 2 วันที่ผ่านมา ทอดผ้าป่า กฐินไม่ผิดครับ เพราะหาเงินร่วมสร้างบูรณะปฎิสังขรณ์สิ่งต่างๆครับเพื่อให้เป็นที่ศูนย์รวมกิจของสงฆ์ และที่ประกอบพิธีกรรมต่างๆๆตามความเชื่อที่บรรพบุรุษอบรม ถ่ายทอดไว้ครับ เป็นการสืบสานประเพณีครับ ส่วนใครจะทำบาป บุญแล้วแต่คนครับ พ่อครูว่า..การทอดผ้าป่านั้นทุกวันนี้ได้บาป เพราะว่าผ้าป่า คือผ้าที่ไม่มีเจ้าของ เป็นผ้าบังสุกุล เขาทิ้งแล้วไม่มีราคา เดี๋ยวนี้ผ้าป่าก็เอาผ้าใหม่มา มีเจ้าของผ้านั้นด้วย ทำลายพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า การทอดกฐิน สมัยโบราณ สมัยพระพุทธเจ้าหาผ้าได้ยาก ก็เลยต้องทำสะดึงที่มีขนาดใหญ่ เอาผ้ามาต่อกัน เพราะเป็นผ้าบังสกุล เป็นผ้าที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ เป็นผ้าที่เขาทิ้งแล้ว ได้เป็นเศษเล็กเศษน้อยก็เอามาต่อกัน หรือผืนใหญ่ก็เอามาต่อกัน แต่เมื่อนางวิสาขาเข้าไปเห็นเข้าก็เลยสงสารภิกษุ ก็เลยขออนุญาตพระพุทธเจ้า ว่าให้ผู้ที่มีฐานะหาซื้อผ้าที่ดีเป็นไตรจีวรเอามาถวาย เอามาทอดให้แก่ภิกษุสงฆ์ แล้วสงฆ์ก็ไปกรานกฐินเอง จุดมุ่งหมายคือการหาผ้ามาให้พระนุ่งเพราะว่าผ้ามันไม่พอ แต่ยุคนี้ถ้ามันเหลือเฟือการทอดกฐินก็บาปไปอีกเพราะเป็นการผิดเพี้ยนวินัยของพระพุทธเจ้า ไปเป็นวิธีการหาเงิน แล้วพระที่หาเงินด้วยการทอดผ้าป่าหรือทอดกฐินได้บาปด้วยกันทั้งสิ้น วินัยพระพุทธเจ้าเละ อาตมาตั้งแต่ทำงานศาสนามาตอนแรกก็พยายามจะทำตามให้ถูกประเพณีถูกพระธรรมวินั

อ่านต่อ

ยแต่มันเป็นไปไม่ได้เลย ก็เลยเลิกประเพณีนั้น เพราะว่าผ้าเดี๋ยวนี้มันเหลือเฟือกองทิ้งเละเทะ ถึงไม่มีความจำเป็นในจุดนี้ ในยุคพระพุทธเจ้านั้นไม่มีอุตสาหกรรมทอผ้า ผ้าจึงมีน้อยไม่พอกินพอใช้จึงลำบาก แต่ในยุคนี้มันหมดสมัย เป็นกาละนี้ที่ไม่ใช่ยุคพระพุทธเจ้าแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เลิกได้ไม่เสียหาย แต่ไม่เลิก เอาไปแปลงทำลายพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า

การรับบริจาค เป็นเรื่องลึกซึ้ง เป็นเรื่องของจิตที่เป็นฐานของมนุษยชาติ การบริจาคมีการบริจาคข้าวของ ปัจจัย 4 อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย 4 อย่าง แต่เดี๋ยวนี้เพี้ยนเรียกเงินว่า ปัจจัย แท้จริงเงินคือวัตถุอนามาส ไม่ควรยุ่งเกี่ยว ชาวอโศก สมณะ สามเณรไม่ได้สะสมเงินทองได้แล้ว แต่เป็นความอ่อนแอของสงฆ์ทั่วไปที่ต้องใช้เงิน อ้างว่าเพื่อสร้างวัดวา ชาวอโศกไม่รับเงินจากคนนอกอโศก รับแต่เงินคนภายในอโศก แม้แต่ของที่จะรับบริจาค ผู้ที่ไม่ได้คบคุ้นเข้าเกณฑ์ เช่น อ่านหนังสือ 7 เล่ม เป็นต้น ก็ไม่มีสิทธิ์บริจาค เป็นการป้องกัน ชาวอโศกจะเข้าใจการบริจาคและบริจาคกันอย่างพอเหมาะพอควร ชาวอโศกดำเนินมาเกือบ 50 ปีแล้วไม่เดือดร้อนเรื่องเงินทอง พอเป็นพอไปเลย แล้วเกิดสังคมบวร สังคมศาสนาพุทธเจ้าอย่างมีประสิทธิภาพด้วย จนกระทั่งถึงขั้นสาธารณโภคีเลย แล้วคนที่อยู่ในชุมชนชาวอโศกทำงานแล้วเสียภาษีให้กองกลาง 100% ด้วย เพราะเข้าใจธรรมะพระพุทธเจ้า มาปฏิบัติธรรมให้จิตวิญญาณชาวอโศกเข้าใจธรรมะพุทธเจ้าได้ จึงบริจาค 100 เปอร์เซ็นต์ พิสูจน์ธรรมะพระพุทธเจ้าในสาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7 อาตมาศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้า อ้างอิงหลักฐานเป๊ะ แต่ที่ผิดพระวินัยทั้งรับบริจาค กฐิน ผ้าป่า พากันสร้างบาปสร้างเวรให้แก่ตัวเอง เป็นการทำร้ายตัวเองและศาสนา 630110_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ จรณะ 15 พาให้เกิดสมาธิและอุปธิวิเวก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน