สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน การไปแย่งความรวยเป็นความโง่.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน การไปแย่งความรวยเป็นความโง่ พ่อครูว่า...วันนี้อาตมานั่งบนโต๊ะก็สะดุดตาที่หัวปลีกล้วย ใหญ่เบ้อเร่อเท่อ ต้นมันล้มแล้วหรือตัดมาหรือตัดมาตอนที่ต้นไม่ล้ม หัวปลีหากมันออกเป็นกล้วยไปเรื่อยๆ ในหัวปลีจะมีลูกกล้วยในนั้น กำลังทยอยออกเป็นลูกออกผล ยังไม่สุด อาตมาว่า ตัดมากินก็จะได้กินกล้วยน้อยในปลี มันน่ากินหรือ ลูกใหญ่ แล้วเอามากิน ปลีหัวนี้ กล้วยมันล้มก็เลยต้องตัดหรือ ตัดมาก่อน …(โยมว่า จะนำไปจัดเป็นผักสดขึ้นศาลา) หัวปลีหากมันไม่มีลูกแล้วก็นำมากินได้ดี แสดงว่าหัวปลีนี้สุดแล้วยังใหญ่ขนาดนี้ ออกลูกไปสิบกว่าหวีแล้วนะ ลองเทียบลูกกล้วยข้างๆที่เห็น ปลีที่สุดเครือกล้วยแล้ว เอากำปั้นไปเทียบ (โยมว่า เป็นกล้วยพันธุ์พระราชทานต้นเตี้ย) ได้ทักทายพืชพันธุ์ธัญญาหารไปบ้าง นี่อาตมาต้องชื่นชมกับพวกเรา ชื่นชมว่าพวกเราเป็นนักเศรษฐกิจที่ชัดเจน เป็นนักเศรษฐกิจที่มีภูมิปัญญา เป็นนักเศรษฐกิจที่ประสบผลสำเร็จ มายึดสัมมาอาชีพ ที่เป็นหนึ่งในโลก อาชีพกสิกรรมทำอาหาร อาหารเป็นหนึ่งในโลก แล้วก็มาปลูกข้าว เป็นพืชพันธุ์ธัญญาหารที่สำคัญแล้วมีผลหมากรากไม้ และเป็นผลไม้ไร้สารพิษ เรามีพออยู่พอกินพอใช้แล้ว เราก็พอ เรามีความสันโดษอย่างที่พระพุทธเจ้าสอน ไม่ได้อยากรวยกว่านี้ เพราะว่า การไปแย่งความรวยเป็นความโง่ คนที่ไปแย่งความรวยมาให้แก่ตัวเองเป็นความโง่ แม้ว่าคนนั้นพออยู่พอกินแล้วไม่ต้องการรวยแล้ว แต่ขี้เกียจ อันนี้ก็ยิ่งโง่ใหญ่เลย คนที่พออยู่พอกินแล้วก็ขยันหมั่นเพียรสร้างในสิ่งที่ควรทำสัมมาอาชีพสัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ ยังเป็นคนที่มีชีวิตอยู่อย่างดี ขยันหมั่นเพียรสร้างสรรค์แล้วก็แบ่งให้คนอื่นกินใช้ตนเองอยู่สุขสบาย เป็นประโยชน์ต่อโลก อย่างนี้เดี๋ยวจะได้ขยายความ การเศรษฐศาสตร์นั้น
อ่านต่อ
เขาจะรวยมากๆ เป็น maximize profit นักเศรษฐศาสตร์จะเป็นเช่นนั้นตลอด ไม่ว่านักเศรษฐศาสตร์ที่ไหน ทำไมเขาคิดไม่ได้ ว่าเศรษฐกิจดีที่สุดไม่ใช่หมายความว่าจะต้องรวย นั่นจึงจะเป็นความสุขที่พิเศษไม่ใช่เลย คนที่เพียงพอ รู้จักพอ แล้วก็ขยันหมั่นเพียรสร้างสรร มีส่วนเหลือส่วนเกินให้มากที่สุด ที่ตัวเองกินใช้ ตัวเองก็แจกฟรีและขายบ้าง วนเวียนให้ชีวิตเราไม่มีขาดแคลน เศรษฐกิจดีเป็นคนเช่นนั้น ถ้าคนมีความเข้าใจเช่นนี้มีความสำนึกที่มีปฏิบัติเช่นนี้ การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แก่สังคม ก็มีที่จบ แล้วเป็นการจบอย่างยั่งยืนถาวรด้วย อย่างชาวอโศก สร้างเศรษฐกิจได้จบยั่งยืนถาวร แล้วก็เป็นประโยชน์ต่อสังคมอื่นตลอดกาล ตัวเองก็เป็นสุขสงบเบิกบานสำราญใจไม่เดือดร้อนอย่างนี้ไปตลอดกาลเลยยั่งยืนจริงๆ การจะแก้ไขเศรษฐกิจให้ยั่งยืนมันต้องเป็นอย่างนี้ แต่ว่านักเศรษฐศาสตร์ไม่ว่าสำนักตักสิลาใดมหาวิทยาลัยใดในโลก ไม่เคยคิดตรงนี้ อาตมาว่าอย่างนั้นนะไม่เคยมีความรู้ตรงนี้และก็ไม่เคยมาบริหารประเทศแบบนี้ มีในหลวงรัชกาลที่ 9 เราเท่าที่อาตมาได้ฟัง ผู้ที่อยู่ในฐานะบริหารประเทศในระดับนี้มีภูมิธรรม ทำงานมีหน้าที่ก็มีในหลวงรัชกาลที่ 9 แม้แต่ด๊อกเตอร์ทางเศรษฐศาสตร์ในเมืองไทยที่เป็นคนทั่วไปก็ไม่ได้เห็นอย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่ได้เห็นอย่างที่อาตมาพูด เขาไม่กล้าพูดไม่กล้าแสดงไม่กล้าคิดเช่นนี้ แปลกนะ 610831_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ พ้นความวนในโลกนี้สู่พ้นทุข์พ้นสุขในโลกหน้า