190525 มานะกิเลส-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมพุทธศักราช 2519 ต่อจากนี้ไปท่านจะได้รับฟังการบรรยายธรรมะโดยพ่อท่านพระโพธิรักษ์ที่ได้นำทำวัตรเช้าที่เป็นสถานบันเทิงการทำวัตรเช้านี้ได้แสดงธรรมะทั่วๆไปและได้เน้นถึงมานักกิเลสหรือทำโดยพิจารณาจะเป็นอย่างไรนั้นก็เชิญรับฟังได้แล้วณบัดนี้ถ้าเราวันนี้ก็มาฟังธรรมเพิ่มเติมในขณะที่เราไม่ฟังด้วยปาก เราก็อ่านที่เราอ่านก็อ่านจากสิ่งที่เราคิดว่าเป็นตำราหรือว่าเป็นคัมภีระความละเอียดละออหรือความที่จะชักจูงให้เราจะรู้เพิ่มไม่รู้สูงขึ้นจากผู้ที่จะเขียนเอาไว้และข้อเขียนอันนั้นเป็นของผู้ที่เราคิดว่าจะเป็นผู้ที่รู้ยิ่งรู้มากกว่าเรานั้นก็ได้ 1 หรือแม้ผู้รู้น้อยกว่าเขียนไว้อธิบายไว้ก็ตามก็จะมีส่วนละเอียดที่ผสมกระแสอยู่ในความรู้น้อยนั่นแหละ เป็นสิ่งที่เราจะเก็บเอาได้มีได้ถ้าพูดที่มีมานะทิฐิจะไม่ยอมอ่านหรือยอมฟังคำพูดคำกล่าวธรรมหรือแสดงความเก่งของผู้ที่เราคิดว่าเขาน้อยกว่าเขาต่ำกว่าเขาด้อยกว่าเพื่อที่มีม้าหน้าที่ที่จะไม่ยอมฟังประมาณนะมันบอกเลยว่าไม่มีประโยชน์อะไรหรอกเราเหนือกว่าแล้วจะไม่มีอะไรให้เราเลยซึ่งความจริงเป็นความเป็นความคิดผิดผู้น้อยกว่าหรือผู้ที่ด้อยกว่าก็ตามก็จะมีสิ่งที่ละเอียดละออหรือมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ในนั้น ใครพูดที่ละเอียดลออออกญาเจ้าชั้นสูงสุดแล้วจริงๆแม้แต่ธนาคารมีก็ยังไม่ได้ถือว่าสูงสุด จะเป็นอริยเจ้าท่านพระอรหันต์จริงๆจึงจะไม่ดูถูกผู้ที่ด้อยกว่าหรือผู้ที่โง่เพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นปราชญ์จริงๆหรือเป็นพระอรหันต์จริงๆจึงจะยึดเอาความละเอียดที่ละเอียดยิ่งในผู้ที่โง่หรือในผู้ติดต่อได้และจะมีจิตที่ละเอียดจริงๆจึงจะไปจับเอาไม่มีเศษมานะจริงๆจึงจะไปจับเอาความละเอียดนั้นมาใช้ได้ด้วยเห็นได้ถ้ามีมานะกินเลยแล้วมาได้กิเลสนี่เป็นกิเลสชั้นละเอียดที่จะปิดรูความความละเอียดที่จะไม่
อ่านต่อ
สามารถไปรู้ความละเอียดที่มัน ผ่อนอยู่ในที่ใดๆก็ตามแต่ไม่สามารถรู้ได้ใจมันไม่ยอมเมื่อใจมันไม่ยอมมันก็ปิดกั้นเครื่องปิดกั้นเป็นของจริงเพราะฉะนั้นพวกเราเองนี่ก็จะศึกษาจะเรียนรู้พยายามที่บอกเนี่ยก็พยายามเอาไปคิดแล้วเอาไปตรองตนส่วนตนและก็กระทำให้แก่ตนให้ได้ตราบใดที่เราละวางปล่อยมาณที่ฉีดได้ตราบนั้นเราจะได้ประโยชน์มากจากทั้งผู้อื่นผู้น้อยผู้ด้อยและจากทั้งผู้ที่เราถือว่าเป็นครูอาจารย์หรือเป็นผู้ใหญ่เพราะฉะนั้นจากฟังก็ดีจากสาเหตุสำคัญ จมูกเดินเล่นเด็กกายก็ตามรู้จักอ่านด้วยตำราแม้ตำราของผู้ที่ไม่ใช่ผู้ที่เป็นอาจารย์เราหรือผู้ที่คิดว่าเขามีภูมิรู้ละเอียดละออมากมายคัมภีระเราก็สามารถอ่านได้และจับเอาส่วนละเอียดมันอาจจะทุกข์ร้อนอยู่ 1% ในเนื้อหาที่เขาเขียนอยู่ 100% ก็ตามหรือ 99% ก็จะมีส่วนนั้นแหละเป็นส่วนได้ส่วนซุกซ่อนอยู่ในน้อยๆนั่นแหละจริงพูดที่โง่อาจจะไม่มีอะไรดีมากผู้ที่ได้อาจจะไม่มีอะไรดีมากก็จริงแต่ส่วนที่แทรกซ้อนอยู่ในผู้ที่โง่หรือผู้ที่ด้อยนั้นผู้ที่อ่อนยาวกว่าเรานั้นจนถึงละเอียดเป็นสิ่งสุดคุ้มตอนนี้ เป็นสิ่งที่ปรากฏเอาได้ผู้รู้ผู้เก่งจะสามารถหยิบเอาได้จึงจะเรียกว่าเป็นนักศึกษาถึงจะเรียกว่าเป็นปราชญ์ที่จะเรียกว่าเป็นผู้รู้ที่สามารถรู้แม้กระทั่งเศษเม็ดใสๆน้ำใสที่เหลือปนเปอยู่ในโคลนตมที่สามารถจะเป็นผู้ที่เก็บเอาได้ตลอดจนตุ๊กแกไม่ใช่จะไปเก็บเอาที่ดินแดนแดนแดนแดนแดนที่มีน้ำใสหรือแดงบ่อเพชรถึงจะไปเอาเพชรได้งั้นมันก็ยากมันก็มันก็นานมันก็ไม่ได้มาผู้ที่สามารถหาเพชรได้หรือว่าผู้ที่หาน้ำใสได้จากทุกๆส่วนทุกสิ่งไม่ใช่จะไปเอาน้ำใสจากบ่อน้ำใสเท่านั้นแม้แต่ คนตรงก็จะเฟ้นจะเลือกหรือว่าจะสามารถมีวิธีเอาน้ำใสจากโคลนตมได้จากทุกสภาพถ้าผู้ที่ฉลาดรู้จักทำรู้จักเส้นรู้จักเลือกรู้จักเก็บเอาจากทุกๆแหล่งทุกๆที่ทุกๆสถานทุกๆเวลาไม่ว่าในสถานที่นั้นบุคคลนั้นแหล่งนั้นจะเป็นแหล่งที่บริบูรณ์หรือที่ว่ามีน้อยก็เป็นเอาจากน้อยนั่นแหละให้ได้มีมากคะแนนและมันก็หาได้มากแล้วมันก็จริงทำไมประหลาดอะไรเพราะฉะนั้นเราไม่ได้อยู่ในที่บอกบ่อน้ำใสหรือว่าไม่ได้อยู่ที่บ่อเพชรที่เดียวนี่ในมนุษย์น่ะเราไม่ได้อยู่ที่นั่น เพราะฉะนั้นเมื่อเราไม่ได้อยู่ที่บ่อน้ำใสที่บอกเพชรบ่อพลอยเต็มๆที่ทีเดียวเราอยู่ในที่ใดก็ตามไม่มีสถานที่และไม่กำหนดสถานที่อยู่ในกาลใดก็ตามไม่กำหนดเวลาเราจะเป็นผู้ได้เป็นผู้เสาะแสวงเอาเป็นผู้เก็บเอาจากทุกๆที่ทุกๆเวลาให้ได้เราจึงจะเป็นผู้ที่มีประโยชน์เสมอไม่ดูถูกดูแคลนมานั่งกินเลยหรือว่าตัวกิเลสที่เป็นมานะใหญ่ที่อธิบายแล้วอธิบายเราไหลมาตั้งแต่มายาสาเถียงทำพระสาระไล่มาจนกระทั่งมาณที่มานะจนถึงวันพระและก็กลายเป็นประมาทเขาหมด pep ประมาทสิ่งนั้นสิ่งนี้หมดอะไรไม่เอาไอ้พวกนี้เราจะต้องพยายามทีเดียวจิตใจของเราจะไม่เป็นสาเถียงแม้ทั้งปวงจะไม่เป็นสิบลามกจะไม่เป็นสิบตัวอ้วนอวดเก่งจะเป็นสิทธิ์เป็นศิษย์ที่วางเก่งซะบ้างจะไม่ใช่สิทธิ์ที่จะอวดเก่งอยู่เสมอไม่เอาไปติดที่จะวางเก่งซะบ้างตัวไม่เก่งซะก็ได้เรียกว่ามีไม่มีมานะเมื่อตัวไม่เก่งตัวก็จะรับเอาส่วนดีส่วนเก่งจากผู้ที่ไม่เก่งเลยจากผู้ที่ไม่เก่งเลยไม่ดูถูกใครไม่โอ้อวดไม่อะไรใครทั้งนั้นแหละจะอยู่ในวาระอย่างนั้นสบายนอกจากเวลาใดที่เราถูกสมมติให้เป็นคนเก่ง เราเป็นผู้บรรยายเป็นผู้ที่จะแสดงธรรมเราก็แสดงสมมุตินั้นโดยรู้โดยสมมติแม้เราจะเป็นครูเขาเราก็จะไม่ลืมว่าเราอยู่ในสมมติสัจจะอนัตตานั้นเราว่างเราไม่ใช่คนเก่งเราไม่ใช่คนไม่เก่งเราไม่ใช่คนดีเราไม่ใช่คนชั่วก็ไม่ใช่อะไรเราเป็นอนัตตาทำเราเป็นธรรมะที่ไม่ใช่เราขณะนี้เรามีปัญญาทำให้เรารู้ว่าขณะนี้เขาสมมติให้เราว่าเป็นครูหรือเป็นผู้เป็นปราชญ์หรือเป็นผู้สอนหรือเป็นเราสมมติเราก็ตามเรากำหนดให้ใช้เป็นภาษาเท่านั้นไม่ได้คิดว่าเราแต่ว่ามันมีกายมันมีรูปขันนำขันอันนี้อยู่ที่เราแล้วก็สมมุติปั้นเป็น เจตนากุศลเจตนาเพื่อให้ผู้อื่นได้รับไปเท่านั้นเองอยู่ในลักษณะสมมติในเวลาสมมติเราก็สมมุติถ้าไม่ใช่อยู่ในเวลาสมมุติเราจะเป็นผู้ได้เสมอให้ได้เราจะไม่ใช่ครูเราจะไม่ใช่อาจารย์เราจะไม่ใช่ถูกใจแล้วจะไม่ใช่ผู้มีมานะเพราะฉะนั้นเวลาที่เรามีอยู่ 24 ชมผู้ชราก็จะได้จะได้ประโยชน์แต่ประโยชน์จากการคลุกคลีหรือได้ประโยชน์แม้แต่อยู่คนเดียวแล้วก็อยู่กับสภาพแวดล้อมอยู่กับสัตว์อยู่กับสิ่งที่พวกกิ้งกืออยู่ครับจริงใจ ตามแต่เราก็จะได้ธรรมะจากสิ่งเหล่านั้นเขาจะได้ทำมาจากสิ่งเหล่านั้นเขาจะมีความซื่อแล้วก็จะมีเล่ห์เหลี่ยมของเขาตามภูมิของเขาคางคกกิ้งกือเขาก็จะมีความซื่อและมีเล่ห์เหลี่ยมของเขาตามอย่างของเขาเขาจะเป็นไปโดยชีวิตของเขาอย่างนั้นเราก็จะรู้ความซื่อคืออะไรตามภูมิฐานของเขาคืออะไรเราก็จะรู้เราจะเป็นสิ่งหนึ่งอย่างการควบคุมคือแต่เราก็จะไม่เป็นอย่างสังคมกิ้งกือเพราะเราไม่ใช่ผู้มีองค์ประกอบหรือว่าเรามีเหตุปัจจัยเท่ากันสังคมและมีมันสมองเรามีอวัยวะเรามีอะไร ตานานๆเรามีสังคมเรามีจารีตประเพณีถ้ามีอะไรต่างๆไม่เหมือนคางคกถึงเธอแต่เราก็จะมีส่วนหนึ่งเหมือนแต่เราก็ไม่ใช่เหมือนเป็นต้นเราจะเหมือนกับคนที่โง่ที่สุดแต่เราก็ไม่ใช่คนโง่ที่สุดไม่เหมือนคนโง่ที่สุดอยู่ในส่วนที่ไม่เหมือนเราจะรู้สภาพ 2 ทุกๆระยะทุกๆโอกาสส่วนสภาพเดียวที่เป็น Agoda เป็นสภาพที่เราได้ได้จากศาสนาสอนคือความว่างความว่างความปลอดภัยความหยุดแต่ไม่ยึดมั่นถือมั่นยึดแล้วถือโอกาสควรปล่อยต้องปล่อยเมื่อปล่อยแล้วเราก็สบายในขณะที่เรายึดพอ ยึดโดยไม่ลำบากยึดโดยที่ทนได้ไม่ยากแล้วก็ยึดสิ่งนั้นไปตามกาลควรบางคราวอาจจะยึดมากเพื่อปิดหนี้การนี้เพื่องานนี้บางทีเมื่อยอยากจะวางจะตายแล้วจริงๆบางทีเราก็ไม่อยากจะวางด้วยซ้ำไปในจิตนะเมื่อยแต่ยังมีกุศลเจตนาอันแรงยังเห็นประโยชน์อยู่ยังจะทำโพธิสัตว์ที่คิดมีอยู่มีสิทธิ์อันกล้าแข็งมีจิตอันหวังดีมีสุขและเจตนาอันสูงช่างเห็นว่าเป็นประโยชน์มากมายแต่เราจะเสียสละส่วนตัวของเรานี้บ้างพวกนั้นยังทำได้อยู่และยังรู้อยู่ว่ามันไม่ถึงตายมันไม่ถึงสุขภาพเสียมันไม่มีไม่ถึงกับจิตใจจิตใจและไม่เสียเราก็บริษัทใช้จิตใจไม่เสียเพราะจิตใจท่านรู้อยู่ว่าทำอะไรคืออะไร แล้วท่านก็มีทนได้ยากทนได้ด้วยลำบากอยู่เท่านั้นแหละจนได้ยากจนได้ลำบากท่านก็รู้ความจริงตามความเป็นจริงว่าทนได้ยากจนได้เป็นลำบากแล้วตอนนี้ประโยชน์ว่าควรชวนบ้างเอาละเสียสละชีวิตหน่อยก็ต้องทนถ้าไม่ได้งมงายไม่ได้หลงหลายวันนี้ยากนะลำบากนะถ้าไม่ใช่หลงหลงไหลงมงายรู้อยู่แสนรู้รู้อยู่ว่าทนรู้อยู่ว่าลำบากจัดขนาดไหนก็รู้จักแรงขนาดไหนก็รู้ว่าแรงและท่านก็รู้ตามภูมิฐานของท่านประชาชนได้ท่านจึงทำประโยชน์นั้นแล้วจะรู้ว่าอีกคนทำให้เป็นประโยชน์ไม่ใช่ถูกเป็นประโยชน์เหลือหลายชุมชนเหลือหลายเป็นประโยชน์เหลือหลายจึงต้องทนเหลือหลาย ผลประโยชน์ที่ควรเหลือเกินหาโอกาสก็ยากแล้วก็ควรจะเป็นไปจึงต้องทนแม้ทนได้ยากแม้ทนได้ลำบากพระโพธิสัตว์จึงเรียกว่าผู้ค้นผู้กล้าไม่ใช่ทำเพื่อตัวตนไม่ใช่ทำเพื่ออวดอ้างไม่ทำเพื่อสรรเสริญรู้อยู่ว่าเป็นทุกข์เป็นความทนได้ยากแต่ทุกข์นั้นท่านก็ยังรู้อยู่ว่าท่านทำทุกรู้อยู่ในอารยธรรมนั้นสมุทัยก็อยู่ที่กุศลเจตนาปล่อยกุศลเจตนานี้เมื่อใดก็พ้นตรุษจีนได้เจตนาเมื่อใดก็รู้ก็ว่างเปล่าๆก็สบายก็ดับทุกข์นี้ไปโดยผ่อนคลายทุกข์มีลงนี่เรียกว่ารู้อย่างชัดเจนเป็นผู้ที่มีสัมมาอะระหังมีสัมมาทิฏฐิรู้อยู่สัมมาวาจา ยังชีวิตอยู่อย่างนี้ก็รู้อยู่มีสัมมาวายามะมีอิทธิบาทมีความพยายามมีความเพ่งเพียรมีฉันทะมีการกระทำและก็รักในการกระทำนั้นหรือมีเจตนาดีในการกระทำนั้นมีความยินดีในการกระทำนั้นมีอุตสาหะวิริยะมีจิตใจที่แท้จริงสิ่งที่บังตามีการดัดแปลงปรับปรุงตกแต่งพัฒนาอยู่เสมอจึงเป็นผู้ที่มีประโยชน์ต่อโลกหรือเกินสำหรับประวัติศาสตร์แล้วเราก็จะหายโพธิสัตว์นั้นแบ่งออกเป็น 2 ระยะจะพูดถูกฟังบริษัทอันหนึ่งเรียกว่าเพื่อตน โพธิสัตว์อันนึงดีกว่าเผื่อท่านโพธิสัตว์เพื่อตนนั้นก็คือตนเท่านั้นที่ทำอยู่เพื่อเรารู้ว่าอันนี้เราเองเราควรจะได้ประโยชน์แก่ตนประโยชน์ที่ยังไม่พ้นอาสวะก็ทำให้แก่ตนอันนั้นเรียกว่าโพธิสัตว์เพื่อตนไม่ได้คิดคำนึงถึงผู้อื่นอะไรทั้งนั้นแหละก็กระทำที่ยังไม่พ้นอาสวะเมื่อพ้นอาสวะแล้วจะมีประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านอยู่ในตัวเสร็จทีนี้ประโยชน์ตนอันนี้ไม่ใช่เพื่ออาสวะกิเลสประโยชน์ตนอันนี้คืออภิญญาทั้งหลายคือทุกๆความเก่งที่เก่งขึ้นเก่งขึ้น และประโยชน์ตนที่ได้ที่เราเก่งขึ้นเก่งขึ้นนี้มีประโยชน์ท่านไปในตัวผู้อื่นได้พร้อมใบเสร็จเพราะฉะนั้นประโยชน์ของพระโพธิสัตว์ที่ยังไม่เป็นพระอริยะนั้นน่ะมันยังมีความเห็นแก่ตัวอยู่จึงไม่เรียกโพธิสัตว์แท้เป็นบริษัทลำลองงานไปบริษัทรับรองไม่ใช่บริษัทแท้หรอกถ้าบริษัทจริงแล้วมีประโยชน์ท่านประโยชน์ตนเป็นอภิญญาและไม่ใช่เพื่อการล้างอัศวินเพราะบริษัทแท้คือพระอรหันต์แล้วมีจิตรู้แล้วซึ่งอะไรรู้อยู่มี 17 คนที่แบบว่าตรัสรู้มีจิตตรัสรู้อยู่แล้วอยู่ในตัวโพธินั้นมีตัวตัดจะรู้นั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เรียกว่าท่านเป็นโพธิสัตว์ท่านเป็นอรหันต์ แต่ในขณะที่ท่านเองท่านมาเพ่งเพียรอยู่นั้นท่านเพิ่มภูมิโพธิสัตว์ถ้าไม่ใช่เพิ่มภูมิโพธิสัตว์สิ่งที่ตรัสรู้หรือว่าเพิ่มอภิญญาแค่ขั้นเป็นพระอรหันต์ธรรมดาทำไมท่านจะเป็นอาหารเมื่อไหร่ก็ได้ถ้าจะเอาอรหันต์เฉยๆถ้าจะเปล่งกล่าวว่าถ้าจะเป็นอรหันต์ก็ได้จริงๆถ้าเป็นอาหารแล้วนั่นแหละแต่ท่านยังไม่หยุดไม่หยุดที่จะเพ่งเพียรต่อไปอีกยังไม่ประกาศต่อโลกยังไม่บอกกับโลกเหมือนผมเนี่ยยังไม่ใช่พระอรหันต์ผมยังไม่ประกาศกับโลกว่าผมเป็นพระอรหันต์ผมไม่ได้ทหารผมประกาศกับลูกผมเป็นปกติประกาศทั้งตัวอักษรยืนยันไว้ประกาศทั้งภาษาพูด ผมยังไม่เคยเป็นกล่าวเลยว่าผมเป็นพระอรหันต์แม่เขียนผมก็ไม่เคยเขียนให้ผมเป็นพระอรหันต์พระพุทธเจ้าเหมือนกันท่านเป็งจะเปล่งวัดท่านเป็นอรหันต์ก็ตามขั้นของท่านถ้าเป็นขั้นของท่านนั่นแหละถ้าจะเป็นอรหันต์ไปก็เรื่องของท่านหรือจะเปล่งเป็นอนุกรรมการพระอรหันต์จะเปล่งตัวเป็นพระอรหันต์ต่อเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นพระอรหันต์และเป็นกล่าวและแน่ใจว่าเราจะเอาขนาดนี้และอรุณของเราขนาดนี้แล้วท่านก็เปล่งปล่าวเท่านั้นเป็นอรหันต์ต่อจากท่านเป็นการเป็นทหารแล้วท่านจะเป็นบริษัทต่อทันทีถ้าจะเป็นบริษัทต่อสังคมบริษัทในประโยชน์ท่านพอดีแต่อันนี้เป็นบริษัทโดยอัตโนมัติบริษัทโดยอัตโนมัติ หรือถ้าจะทำงานเพื่อประโยชน์ท่านผลประโยชน์ผู้อื่นเป็นส่วนใหญ่และมีความเก่งหรือมีอภิญญาหรือมีฉลาดภิญโญมีปฏิสัมภิทาญาณมีเวลามีอะไรต่ออะไรก็ตามแต่ตถาคตญาณเพิ่มไปเพิ่มไปมันก็ไล่ขึ้นไปสู่ความเป็นอรหันต์จากสัมมาสัมพุทธะเองแต่ท่านจะรู้เองว่าท่านจะเป็นสัมมาสัมพุทธะอีกเมื่อใดถ้าท่านไม่เป็นชาตินี้ท่านก็รู้ว่าชาตินี้ท่านก็ไม่เป็นอย่างผมเป็นกล่าวได้ว่าผมไม่ได้เป็นสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ผมรู้อยู่ขอบเขตประมาณตนอยู่รู้ความห่างความถี่อะไรก็ไม่รู้ก็ไม่ได้ไม่ได้เป็นแล้วก็กล่าวมานักแล้วก็ชาตินี้ผมยังไม่เป็นทหารมีเหตุปัจจัยผมยังมองไม่เห็นว่าศาสนาพุทธนี้หลักฐานธรรมวินัยของ เสื่อมโทรมจนจะต้องตั้งใหม่ผมจะต้องเป็นผู้ตั้งศาสนานี้ใหม่ตั้งหลักธรรมวินัยใหม่ยังไม่ผมอยากเห็นความบริสุทธิ์ผุดผ่องของธรรมวินัยแล้วผมจะมาเป็นพระพุทธเจ้าสอนพระพุทธเจ้าอยู่ไม่ได้เพราะฉะนั้นผมยังมีพุงอีกเท่าใดๆเก่งกล้าสามารถทนได้ผมก็ไม่ไม่พยายามที่จะอุตรดิตเป็นพระพุทธเจ้าสอนธรรมวินัยและก็ผมก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปสร้างหลักการเลือกทำเอาวินัยอะไรใหม่ขึ้นมาผมยังเห็นบริบทและยังเป็นไปได้เพราะผมมีสูตรแล้วแล้วผมก็ให้พวกคุณพิสูจน์แล้วไม่จำเป็นผมจึงไม่จำเป็นจะต้องเป็นพระพุทธเจ้าสอนพระพุทธเจ้าอยู่ในธรรมวินัยอันเดียวกับพระพุทธเจ้าที่ยังเหลือซากอยู่ไม่จำเป็นเลยนั่นแหละก็แท้ๆแน่ๆที่ผมมีเหตุผลของผมว่าผม พระพุทธเจ้างวดนี้ผมจะเก่งปานใดก็ตามแม่ผมจะเก่งกว่าพระสมณโคดมองค์ที่ปรินิพพานไปแล้วก็ตามผมก็ไม่จำเป็นจะต้องแกร่งกล่าวว่าผมเป็นพระพุทธเจ้าและผมก็ไม่จำเป็นจะต้องอวดตัวเป็นพระพุทธเจ้าและผมก็ไม่จำเป็นจะต้องเป็นพระพุทธเจ้าสอนพระพุทธเจ้าเพราะนั่นเป็นแค่สมมุติไม่ต้องใหญ่ไม่ต้องยาวใหญ่ใหญ่ใหญ่ใหญ่เท่ากันก็ได้หรือใหญ่เล็กก็เล็กกว่าก็ได้ไม่ใช่เรื่องจำเป็นอะไรเป็นเรื่องธรรมดาและอีกอันหนึ่งที่ผมรู้ว่าผมอยู่ผมยังไม่มีภูมิครับพระพุทธเจ้าผมยังไม่ยังไม่จริงๆผมรู้ตัวเองและอภิญญาต่างๆโดยสารราชการต่างๆยังไม่ก้าวผมก็มีแล้วแต่ผมมีแล้วแต่ผมรู้เท่าที่ผมใช้อยู่แล้วผมก็สั่งสมอยู่ผมรู้ว่าผมสั่งสอนไปมากนั่นแหละแล้วมันก็สะสมได้ตลอดเวลาแม้พระพุทธเจ้า ปฏิญาณออกมาแล้วว่าตนเองเป็นพระพุทธเจ้าท่านก็มีความเก่งขึ้นเก่งขึ้นเป็นอนันตังของท่านอีกอยู่นั่นเองซึ่งเป็นพุทธพิสัยมันไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไรฉันเก่งขึ้นเรื่อยๆจนขึ้นจริงๆถ้ารู้คุณท่านเองผู้รู้ด้วยก็รู้แต่ผู้รู้แล้วว่าจะไม่ได้ไปดูถูกพระพุทธเจ้าแม้ใครจะบอกพร่องในส่วนที่บกพร่องก็เป็นความบกพร่องของท่านที่เป็นความบกพร่องอันยิ่งเป็นความบกพร่องอันสูงซึ่งเราเองบกพร่องหยาบๆอยู่แต่ความบกพร่องขั้นสูงของท่านก็เรื่องของท่านไม่ใช่ของเราเราจะไปดูถูกท่านไม่ควรแล้วก็ไม่ใช่ไม่จำเป็นอะไรจะไปดูถูกของท่านเขาปกครองของท่านสูงของท่านก็ของท่านเรายังปกป้องกันยาให้ละเอียดแล้วก็จะไม่บกพร่องอีกทำให้ได้ พระพุทธรูปขั้นตอนที่ชัดเจนแล้วก็จะไม่มีปัญหาอะไรในเรื่องเหล่านี้ไม่มีปัญหาเลยใครจะดูถูกพระพุทธเจ้าเราก็รู้ใครจะเอาความละเอียดละออเศษเล็กเศษน้อยพระเจ้ามาดูถูกท้วงติงแล้วก็รู้แล้วเขามีเหตุผลตัวจริงในโลกจริงกันด้วยเหตุผลก็ทุกข์จึงไปก็ไม่ว่าอะไรแต่ส่วนดีที่มีมากเหลือเกินคุณมียังไม่ได้สักทีนึงของท่านเลยแต่อย่างอุตรดิตถ์ไปท้วงถึงการเกษตรเที่ยวที่สถานีมันก็เท่านั้นเองแหละมันก็อวดใหญ่อวดโตเท่านั้นเองมันจะไม่มีอะไรถ้าเราใหญ่มากจริงๆก็ไม่ว่านะแต่เรายังไม่จ่ายเลยแล้วไปซื้อสินค้านั้นผู้ใดที่จะเป็นประโยชน์แก่ตนก็ต้องพยายามรู้โพธิสัตว์ของตนเพราะประวัติศาสตร์ของตนหมดแล้ว ว่าเราเองเราทำประโยชน์ตนอันเป็นอาสวักขยญาณเรื่องสิ้นแล้วแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไรผู้ที่ทำประโยชน์อย่างที่เรียนมาตามสายพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าพร้อมมีประโยชน์ตนแค่โสดาเพราะเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วยโสดาทำอันนั้นส่วนอันอื่นแล้วก็รู้อยู่เพียงตนอยู่จังหวัดสกิทาอนาคาอรหันต์ของเรายังไม่มีเราก็รู้มีมรรคมีวิธีการทำให้แก่ตนไปโดยได้บ้างผู้ใดบ้างโดยไม่อวดตัวไม่อดทนและอุตสาหกรรมที่ยังไม่มีในตนยังไม่เกิดในตอนนี้ไม่เป็นในตนแสดงก็แสดงว่าอันนี้เป็นบัญญัติฉบับเรายังไม่ได้ก็แสดงว่าเรายังไม่ได้ไม่อวดจริงๆก็ได้เป็นประโยชน์ตนเท่าที่เรามีและก็ทำให้แก่ตนได้เป็นประโยชน์ท่านเฉลิมเรามีและก็ทำของตนต่อไปเรื่อยๆ น้องซนมากจนไม่ต้องไปถึงธนาคารมีอรหันต์ก็จะให้ผู้อื่นได้พึ่งคุณธรรมที่เป็นโสดาสกิทาอนาคาอรหันต์นั้นของเราเมื่อเกิดอรหันต์แล้วรัฐบาลมากแล้วสบายแล้วก็เป็นประโยชน์ต่อท่านได้อย่างมากมาตามสายตรงพระพุทธเจ้านะต่อจากนั้นก็เป็นโพธิสัตว์ต่อไปเลยในตัวไม่มีสิทธิ์หนาใจไม่มีความเกียจคร้านไม่มีเศษเสี้ยวที่คนอื่นเขาจะมาตีแย้งได้ว่าเราเห็นแก่ตัวด้วยสมมุติใดๆด้วยเหตุผลใดๆไม่มีทวงสิ่งใดง่ายๆจะมีแต่เที่ยวในส่วนที่อื่นที่ท้วงติงและอธิบายปัญหาอย่างพระสารีบุตรนี้ขยันหมั่นเพียรเป็นเสนาบดีทำให้แก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทำงานตะลอนตะลอนตะลอนตลอดพระสารีบุตร มีส่วนบกพร่องในส่วนที่ยังไม่เก่งจริงยังไม่ละเอียดเรียกละไมถึงก็ถูกก็ถูกว่าตู่ว่ายังไงท่านก็ไม่ได้ทุกข์อะไรใครจะไม่นินทาสรรเสริญยังไงท่านก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรความบกพร่องมีอยู่รู้อยู่ต้องขอรับไม่ประหลาดอะไรเพราะเราไม่ใช่พระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าก็ยังทวงสิ่งใดเราเองเราไม่ใช่พระพุทธเจ้าใครท้วงติงก็ทวงสิ่งมีชีวิตถูกต้องขอบคุณเขาพูดจริงไม่ถูกเราก็รู้ว่าเขาทวงสิ่งนี้ไม่ถูกเป็นเรื่องที่เขาเข้าใจยังไม่ได้ก็แล้วไปไม่เป็นไรใครจะมาอวดดีอวดเก่งแต่เราก็อวดฝ้ายอวดดีถูกหรือเปล่าวันนี้ไม่ถูกก็ไม่ว่าดีแก่ๆไปเฉยๆอย่างที่ประหลาดนั่นแหละถ้าวันนี้ถูกก็ดีแล้วล่ะขอบคุณเขาด้วยไม่เสียหายเลยในประการทั้งปวงกำไรออกป่านนี้ ธนบัตรบริษัทก็ตามอย่างที่เรียกว่าเอาทำประโยชน์ตนก็ไม่รู้ซ้อนอยู่ในนี้เวลาทำประโยชน์ตนตรัสรู้หาตัวตรัสรู้ให้แก่ตนไปเรื่อยๆเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นได้ด้วยหรือผู้ใดจะไม่เอาประโยชน์ตนให้แต่ที่จริงก็ไม่ควรเอาประโยชน์ตนให้ท่านไม่ควรจะทำประโยชน์ตนให้น้อยสำหรับผู้ที่ยังไม่พ้นบริบูรณ์เป็นอรหันต์จะทำประโยชน์ตนให้เอียงมากหน่อยให้แก่ตนให้มากหน่อยพอได้ประโยชน์ตนหมดแล้วเรียบร้อยเป็นพระอรหันต์แล้วมันจะรู้เองคำว่าอรหันต์คือรู้หมอรู้ควรรู้ชอบไม่มีตนแล้วมันก็รู้ว่าเราก็ให้แก่เขาเท่านั้นเองอย่างเห็นแก่ตนอย่างเดียวก็หลงเสพหลงสุขอยู่แม้แต่เศษเสี้ยวแห่งความสงบระงับเศษเสี้ยวแห่งวิชาความรู้ถ้าพรุ่งนี้วิชาความรู้หลงตัวหลงตัวในวิชาความรู้ก็ยังดีหน่อยก็ยังไปเป็นประโยชน์กับผู้อื่นแต่ก็จะมี มีวิบากหน่อยก็ต้องเอามาณที่นี้มันยังเหลือเศษลงความรู้ของตนเอาไปตีของคนอื่นแล้วจะย้อนมาหาตัวหน่อยเท่านั้นเองซึ่งมันย้อนมาหาตัวหน่อยก็นั่นแหละคือแบบฝึกหัดที่เราจะเรียนรู้วิบากที่มันย้อนมาหาตัวนั้นแล้วก็รู้จักปล่อยวางของวิบากนั้นใครทำงานมันก็ต้องมีบาปใครมี Action ก็ต้องมี reaction ใครมีการดันออกไปก็จะต้องมีการดันเข้ามาในที่โดยสมมุติย้อนกลับมาอีกทีแต่ถ้าเราวางได้แล้วมันดันเข้ามาแรงเท่าไหร่มันก็เบาเหมือนรุ่นมันดันจะแรงเท่าไหร่มันก็เบาเหมือนนุ่นไม่มีผลอะไรหรอกมันวางได้จะแรงมาเท่าไหร่ก็ตามและคนนั้นจะมีปัญญาในการคำนวณบ้างที่จะคำนวณไม่ค่อยได้ทำแรงเกินไปมันแรงมาจนกระทั่งรู้สึกเจ็บแต่ก็รู้สึกรู้จัก รู้จักว่ากระเทือนก็รู้ว่ากระเทือนกระเทือนแล้วก็ปล่อยเพราะวันนี้มาแรงเหลือเกินก็แรงแล้วก็จะได้คิดของเราว่าอ้อเพราะเรา Action ไปแรงเพราะเราแสดงออกแสดงเพราะเราอุตส่าห์ตกไปแรงผลที่ถอนย้อนมาจึงแดงก็เราก็จะได้รู้ว่าที่ล้างรถตรงนี้หน่อยสภาพการหรือว่าไอ้สิ่งที่สะท้อนสะท้อนรับสะท้อนเนี่ยมันยังแรงเท่านี้ไม่ได้จะแรงเท่านี้แล้วมันแรงกระท้อนมาถึงเราหนักไปเราทนไม่ได้เรารับสะท้อนแสงไฟแรงไม่ได้กำลังเราอาจจะยังไม่แรงพอที่จะรับแล้วเราก็อาจจะแรงเกินไปด้วยเพราะฉะนั้นมันก็จะมาตัดให้มันเข้ามาลงไปอีกมันก็จะไปเคลียร์ลงไปอีกมันเป็นผลการเรียนรู้ทั้งนั้นเพราะร่างกายทำการ งานเนี่ยมันได้กำไรทั้งนั้นแหละในตัวคนเพราะบริษัทจึงขยันแล้วไม่ท้อแท้เพราะบริษัทแท้ที่เป็นทหารแล้วนะที่มีปัญญาทะลุรอบแล้วจึงไม่ท้อแท้ที่เป็นอาหารแท้แล้วบริษัทไม่ๆไม่ขี้เกียจทำงานก็ทำทำจริงๆไม่ขี้เกียจหรอกเพราะมันรู้ประโยชน์มันรู้ความจริงมันรู้การได้ตนได้ผู้อื่นได้ถ้าไปพร้อมกันแม้เราจะได้น้อยก็ไม่เสี่ยงและเราจะขอให้เขามากก็ไม่เสี่ยงเพราะมันไม่มีตัวไม่มีตนแล้วมันไม่คิดเอารักเอาเปรียบมันไม่คิดเสียได้เสียเปรียบก็ได้มันมีแต่หนี้สินให้เขา 99% เราได้ 1% ก็ไม่ว่าบริษัทไม่ว่าแต่พูดได้ยังมีความเห็นเกี่ยวกับการเห็นแก่ตัวอยู่ก็จะคิดเทียบ ป่วยการเราทำก็ไม่เห็นได้อะไรมากมายเขาได้มากกว่ามันก็ไม่อยากทำให้เขาไปมากก็ไม่อยากเราก็เสียเสียแม้แต่ความสบายแม้แต่ความเสพหยุดเสพอยู่เฉยๆก็เลยไม่อยากจะทำไม่อยากจะทำอยากจะอยู่เฉยๆเปิดร้านเปิดอยู่เฉยๆดีกว่าไม่ต้องไปทำดีกว่าทำไปแล้วก็ไม่ได้อะไรเพราะไม่ฉลาดในการที่จะรู้ละเอียดในการที่ทำนั้นว่าเราได้อะไรด้วยจึงไม่ทำนะอันที่อธิบายนี้ก็เป็นความร้อนความร้อนมากมายราคาเอาไปคิดเป็นเงินใครเอาไปจ่ายเป็นซองก็จะได้ประโยชน์อาจจะนี้ก็จะขอย้อนมาพูดถึงเรา นักปฏิบัติเนี่ยที่เราใฝ่เพี้ยนกันอยู่เนี่ยสำหรับผู้ที่ตัดสินให้แก่ตนเองไม่ได้ว่าตนเองเป็นอรหันต์แล้วที่ไม่ได้ก็ไม่ใช่ว่าเพราะตนเองยังวุ่นวายพวกเราส่วนใหญ่ยังวุ่นวายอยู่กับกะบายมุกกับปรามอบายมุขก็แน่ใจฉันแน่ใจแล้วไม่ได้วุ่นวายอยู่ตลาดยศต่างๆบางคนก็แน่ใจแสนแน่ใจแล้วญาติยศมันธรรมดาให้แก่เราอะไรไม่ได้หรอกเดี๋ยวจะไปเจอลาภยังไงมันก็ไม่กระเทือนลดยังไงก็ไม่กระเทือนถึงแม้รูปรถเครื่องเสียงสัมผัสก็เหลือแต่เสื้อก็รู้ว่าราคาหรือว่ารูปลาร้าค่ะอ่อนบางจนแน่ใจไม่มีค่าอะไรจะมาทำให้เราเวียงกลับไปโดยรวมถึงสัมผัสนั้นได้ก็รู้อยู่บางคนอาจจะแน่ใจด้วยซ้ำไปว่าลูกลบสิ่งที่สำคัญนี้ไม่มีรู้จักแต่ แต่กระนั้นก็ยังเหลือจิตที่ยังเสพสงบเสพหยุดยังมีตัวตนเพราะว่าสุดท้ายแล้วจะทำอะไรอยู่เฉยๆดีกว่าทำแล้วก็กระเทือนทำแล้วก็กระทบก็ทำที่ไหนไม่มีกระทบในโลกถ้าโลกมีการงานมีกัมมะแล้วไม่มีกระทบไม่มีในโลกต้องมีกระทบเมื่อกระทบแล้วก็สะเทือนเมื่อกระเทือนแล้วก็จะต้องมีรีแอคชั่นมีผลที่จะต้องเราได้รับสัมผัสมาตอนเมาแล้วเขาก็ทนได้ฟังหน่อยแล้วก็จะทนได้หนักยากไปหน่อยแรงมาแล้วก็ทนไม่ได้ขอบพระบริษัทที่จะเก่งกล้าขึ้นก็ขึ้นเขารู้จักใครกระทบอันแรงนี่แหละมาใช้ประโยชน์มาใช้การเก่งมาใช้ความเก่ง เบากระทบสัมผัสย้อนมาถึงเราเบาๆก็ยังไม่อยากทำแสดงว่าขี้เกียจเห็นแก่ตัวอยู่เยอะแล้วมันย้อนๆมาแค่เบาๆแค่นี้เราก็ไม่เดือดร้อนอะไรก็ยังไม่ทำยังอยู่เฉยๆก็แสดงว่าเราเองเรายังไม่ยังไม่หมดตัวตนของการเสพสุขถ้าเกิดความสบายจริงหยุดสบายต้องรู้จักกันหยุดสบายเลิกสบายจริงไม่มีใครเถียงหรอกแต่ในความสบายนั้นเราแค่นิ่งนานๆมีปฏิสนธิมันก็จะเสร็จคุณมันจะเกิดอธิษฐานทีนี้มันจะกลายเป็นวาสนาอันยิ่งนะไอ้ฝืนทนน่ะหมายความว่าในระบบของมักการปฏิบัติธรรมแต่อธิบายปัญหา สุนทรภู่ได้มีการฝืนการทนก็ได้ปฏิบัติธรรมหรือได้สร้างอานิสงส์ให้แก่ตนแต่ที่ว่าศาสนาถ้าแปลว่ามันสิ่งที่ยังมีอยู่ในตัวอยู่ยังๆอยู่ยังตั้งอยู่อย่างยิ่งมันเป็นอยู่อย่างยิ่งเรียกว่าสนามไม่ได้เป็นวาสนายังเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้ยังมีอยู่อย่างยิ่งถ้าพูดได้แค่อย่างนี้ว่าไว้ไม่ละไม่ลาออกไม่ฝืนทนออกบ้างลาออกบ้างอธิบายปัญหาอันนี้ก็เป็นกิเลสเป็นสิ่งไม่งามเป็นสิ่งไม่ควรฟังดูดีๆมีภาษาอธิบายธรรมะย้อนอธิบายธรรมะแทรกซ้อนให้ฟังเพราะฉะนั้นเราจะต้องเปลี่ยนการเก็บคุณเปลี่ยนปฏิเสธว่านายังไม่เสร็จคุณให้จุดที่เราเสพคนอยู่แล้วแต่ความสงบคุณแต่ความ ก็ไอ้ความสงบนั่นแหละจะเป็นวาสนาของเราแล้วเราก็จะเป็นแท่งหินก้อนดินตัวหยุดตัวไม่เหมือนผู้เหมือนคนอะไรจะกลายเป็นดั่งเห็นแผ่นดินทั้งนั้นเราจะกลายเป็นงูเอาแต่กินแล้วก็นอนแบบกินอิ่มแล้วก็นอนแบบนี้เป็นหน้าแล้วจะกลายเป็นแค่หินแท่งดินท่อนไม้มันจะเป็นสภาพนั้นยิ่งเราปฏิเสธเวลาแต่คุณภาพมีมากเกินไปเราก็จะเป็นอย่างนั้นถ้าผู้ใดรู้เท่าทันก็จะไม่หัดปฏิเสธเวลาเสร็จคุณเมื่อเรารู้แล้วว่าสงบสงบคำนี้มันไม่ได้หมายความว่าสงบเพราะหยุดกายก็ไปตีสักพันกับมโน ไม่สงบที่มโนได้กายจะมีบทบาทอยู่ว่าจีนจะมีบทบาทอยู่ถึงแม้ที่สุดมโนเราจะมีบทบาทปรุงอยู่เราก็ปรุงแล้วก็หยุดปรุงแล้วก็หยุดเรารู้หยุดแล้วเราก็ไปยึดเอาหยุดหรือว่าอยู่กับยุทธเรามีปลงเราก็ปล่อยลงไปเรามีหยุดคู่กับปรุงและเราก็พักที่กรุงเทพฯอยู่กับลุงไอ้ส่วนอ้อยหยุดก็หยุดเ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive