สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน อัตตา เทวะ อเทวะ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน อัตตา เทวะ อเทวะ พ่อครูว่า..วันนี้เจตนาพูดถึงเรื่องอัตตา อนัตตา เทวะ อเทวะ อัตตา อันตา อันตาแปลว่าข้าง ฝ่ายบางที่แปลว่าโต่งไปข้างหนึ่งหรือเหลือนิดนึงก็เป็นอันตา คือมันไม่กลาง อันตาคือไม่ใช่จุดกลาง อัตตาคือมีตัวตน พลังงานที่ยังมีความดูดหรือผลักอยู่ก็ยังไม่เป็นกลาง แม้เล็กแม้น้อยก็ยังไม่เป็นกลาง พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องความเป็นกลางแต่ทุกวันนี้เพี้ยนไป กลายเป็นทางสายกลาง แต่ว่าพระพุทธเจ้าตรัสถึงความเป็นกลาง แล้วมีทางหรือวิธีปฏิบัติที่ไปสู่ความเป็นกลาง ในธัมมจักกัปปวัตตนสูตร พระพุทธเจ้าตรัสถึงมัชฌิมาคือความเป็นกลาง หากไม่กลางก็มีข้างใดข้างหนึ่งคือยังมีกามหรืออัตตา เขาก็ไปตีความว่าการไปเข้าข้างใดข้างหนึ่งคือความไม่เป็นกลาง ศาสนาพุทธไม่ได้สอนอย่างนี้เลย ถ้าหากเป็นคนเป็นพวกความดีหรือไม่ดี ความเป็นกลางที่สูงสุดนั้น ต้องเข้าข้างคนดี ต้องเข้าข้างความถูกต้อง นี่คือความดีหรือความเป็นกลางความดีสูงสุด ความเป็นกลางคำนี้คือปรมัตถ์คือจิต จิตของใครก็แล้วแต่ ถ้ายังมีอาการของกิเลส กาม หมดกามก็คืออนาคามี ไม่มีกิเลสที่ออกไปภายนอกแล้วมีแต่ภายใน ก็ต้องล้าง ภวตัณหาต่อไปอีกให้หมดจึงมีความเป็นกลาง ได้สูงสุด ความเป็นกลางของคนทั่วไปจึงแค่โลกียศาสตร์ เป็นแค่ความดีความชั่วกุศลอกุศลง่ายๆตื้นๆ ทีนี้ ความเป็นกลางนั้นจะต้องมีผัสสะจึงจะชัดเจนในสภาวะอาการทางจิต ถ้าหากไม่มีสัมผัสเราจะไม่รู้เลยว่า ยังมีอากาศ กาม ภายนอกอยู่หรือเปล่า หากหลับตาปิดทวารภายนอกตาหูจมูกลิ้นกาย ก็ไปเรียนรู้แต่ทวารภายใน รูปราคะ อรูปราคะภายใน ทิ้งกามคุณ5 ไปทั้งดุ้น สายหลับตาจึงล้มเหลวตั้งแต่แรกแล้ว เพราะทิ้งคำว่ากาย กายคือธรรมะ 2 ต้องมีทั้งข้างนอกและข้างในสัมผัสภายนอกและสัมผัสภายใน เป็นอนาคามีก็ร
อ่านต่อ
ู้ว่าเป็นอนาคามี หมดกิเลสกามภายนอก หากปฏิบัติผิดไปทำการนั่งหลับตา ทำในภายในก่อนก็ไม่ได้ เพราะเป็นการผิดลำดับ แต่ทุกวันนี้เอาการหลับตาเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ ที่จริงแล้วคนลืมตาปฏิบัตินี่แหละยิ่งใหญ่แม้ที่สุด เป็นอนาคามีแล้วก็ยังลืมตา กระทบสัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกาย แต่เรื่องกามภพอนาคามีนั้นอยู่เหนือ มีโลกุตรธรรมอยู่เหนือแล้ว อยู่เหนือโลกภายนอก ทางตาหูจมูกลิ้นกายทำอะไรท่านไม่ได้แล้วพระอนาคามี ลาภ ยศ สรรเสริญ อยู่ในโลกียะต่างๆ สุขทางโลกียะต่างๆไม่มี อนาคามีไม่มี มีแต่เหลือเศษภายในเป็น รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา หากไม่มีลำดับจึงหมดสิทธิ์เป็นอรหันต์ เพราะไปงมโข่งอยู่กับภายใน แล้วไปหลงผิดปิดลูกกะตาอีก จึงปิดประตูที่จะมีธรรมะพระพุทธเจ้า ทุกด้านไม่มีเลยไม่เหลือเลย ไม่มีธรรมะพระพุทธเจ้า อาตมาพูดอย่างเกรงใจนะ ไม่ได้อยากอวด หากอยากอวดก็จะพูดเกินความเป็นจริง แต่อาตมาพูดในความเป็นจริงที่ตนเองเป็น ที่อยากจะอธิบายวันนี้คือที่กำลังขยายความเรื่องชัดๆคืออัตตา อนัตตา ผู้ทำอนัตตาได้ ไม่มีตัวตนไม่เหลือตัวตนได้ คือผู้สุดสูงแล้ว อันติมะ หรือ ultimate ได้ ผู้ทำสูงสุดได้คือผู้หมดตัวตนเป็นอนัตตา สำหรับจิตนิยาม ที่มีความเป็นที่สุดของมนุษย์ มนุสโส เรียนรู้อัตตา ทำอัตตาให้เกลี้ยงได้ ไม่ใช่อะไรทุกอย่างก็ไม่ใช่ตัวตน ไม่มีตัวตนไปยึดตัวตนทำไม ก็ตรรกะทั้งนั้น ก็เพราะไม่ได้เรียนรู้ตั้งแต่โอฬาริกอัตตา กระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ลาภ ยศสรรเสริญ โลกียสุข ก็ต้องอ่านอาการจิต แล้วทำให้กิเลสดับ อัตตาดับ จนกระทบอยู่แล้วมันก็ไม่มีกิเลส ในอนาคามีเหลือแต่ภายในเป็นรูปราคะ อรูปราคะ ผู้ที่ปฏิบัติจริงจึงจะมีอัตตา อัตตาจึงไม่ใช่แค่ตรรกะว่าไม่มีตัวตนไม่ใช่ตัวตนจะไปยึดตัวตนทำไมเป็นแค่ภาษาพูด อะไรก็ได้ จริงๆแล้วต้องมาเรียนรู้ว่าอัตตามันมีทุกคน เกิดมาด้วยอวิชชามันมีอัตตาทั้งนั้น เทวนิยมไม่เรียนรู้อัตตา จมกับสองแล้วตีไม่แตกอยู่กับเทวะ ทำให้เป็นหนึ่งเป็น 0 ไม่ได้ แล้วคำว่าเทวนิยมมาหาอเทวนิยมอยู่ไหนก็ไม่รู้ สัมผัสไม่ได้ แล้วเข้าใจว่า ปกาศก คำสอนของพระเจ้าที่เราไม่รู้ว่าคือใครนั้น มาจากพระเจ้า ที่จริงแล้วก็มาจากคนนั่นแหละที่มีบารมีทางโลกียที่เป็นศาสดาได้ ก็คือคน แต่ความรู้ของเทวนิยมก็มีแค่เทวนิยม เป็นโลกียธรรม ไม่มีโลกุตระ โลกุตระคืออะไร คือรู้จักเทวะทำลายเทวะให้สูญได้ ก็อยู่อย่างธรรมะที่ไม่มีคู่อยู่อย่างไม่มีเทว เป็นธรรมะหนึ่งได้ แล้วสามารถทำให้รู้ทะลุหมดเลย ปรินิพพานเลิกไปเลย อัตตานิรันดรเลิกไปเลยพิสูจน์ได้ตอนเป็นคนเป็นมนุษย์นี่แหละ สูญได้ในขณะปัจจุบันที่ยังไม่ตาย อรหันต์เป็นผู้ที่สูญได้จบ จากนั้นจะบำเพ็ญต่อไปเป็นพระพุทธเจ้าอีกก็บำเพ็ญ ความเป็นนความสูงสุดที่มนุษยชาติจะเป็นได้ยืนยันได้อย่างเป็นสัจจะที่ทุกคนเป็นได้ ไม่ใช่ไปอยู่ในจุดที่สูงที่คนไม่รู้ว่าคืออะไร ทุกวันนี้คนก็ยังไม่เคยรู้จักพระเจ้าจริง แต่พระเจ้านั้นมีแต่โลกียลาภยศสรรเสริญโลกียสุข หากลดลาภยศสรรเสริญโลกียสุขอย่างแท้จริงอย่างที่อานอาการจิตเจตสิก เวทนา 108 ของตัวเองเลย ว่ามันมีความหมดเป็นจิตที่สะอาดไม่มี ยืนยันได้ว่าแม้จะอยู่กับลาภยศสรรเสริญโลกียสุขก็ไม่มีเวียนกลับอีกเลย เด็ดขาดแน่นอนที่สุดเลย จะพิสูจน์กันอีกกี่ชาติต่อกี่ชาติก็ได้ เพราะศาสนาเทวนิยมนั้นมีภพชาติ เกิดวนเวียนเป็นล้านชาติ แต่ศาสนาอเทวนิยมนั้นไม่มีชาติ เทวนิยมไม่เรียนรู้ไม่เข้าใจเรื่องชาติตายแล้วไปอยู่กับพระเจ้า ไม่รู้จักชาติไม่มีชาติ ภพชาติไม่มีไม่รู้จัก rebirth ไม่มี ตายไปแล้วก็ขึ้นอยู่กับพระเจ้าว่าจะให้ลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ จบภายในชาติเดียว ที่จะเกิดเป็นวิบากกรรมชาติแล้วชาติเล่าไม่มี สร้างจิตวิญญาณให้เป็นจิตวิญญาณที่เป็นโลกียะได้ดีได้สูงสุดเป็นกุศลสูงทำดีได้สูงสุด แล้วไม่ยึดมั่นถือมั่นเป็นจิตวิญญาณที่มีนิพพานได้อีกด้วย นี่คือศาสนาพุทธ คือสูงสุดเท่าที่ปกาศกหรือศาสดาจะเป็นได้ ปกาศกเป็นคน แต่เขาก็บอกว่าเป็นลูกพระเจ้า แล้วก็เลยบอกว่ามีแต่แม่มีแต่พระมารี แล้วพ่อเป็นใครก็ไม่รู้ บอกไม่ได้เดี๋ยวไม่บริสุทธิ์ เดี๋ยวพระศาสดาไม่บริสุทธิ์ ก็เลยเกิดมาโดยไม่มีพ่อ แล้วมันจะฝืนธรรมชาติได้อย่างไร นี่คือเรื่องที่มันไม่จบมันพูดกันไม่ได้ ติดกับอยู่อย่างนั้น ค้างคาอยู่อย่างนั้น เป็นเรื่องที่อธิบายเป็นธรรมะไม่ได้ แล้วเขาก็คิดว่าต้องเป็นอย่างที่เป็น แต่ถ้าเข้าใจอย่างที่พูดสอนเป็นอเทวนิยมก็ไม่มีปัญหา ศาสนาเทวนิยมหาว่าศาสนาพุทธไม่มีจิตวิญญาณเพราะไม่มีพระเจ้า มีแต่ศาสดา จริงๆแล้วศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่จับตัวจิตวิญญาณรู้จักจิตวิญญาณ มนุษย์มีจิตวิญญาณอยู่ ก็เอาจิตวิญญาณนี้มาเรียนจนจบเลย แต่ว่าศาสนาเทวนิยมไม่รู้จักจิตวิญญาณ ตีเทวไม่แตก ตีธรรมะ 2 ไม่ออก ตี รูปนามไม่ออกไม่รู้ปฏิจจสมุปบาท ต้องมีรูปนามมีธรรมะ 2 ต้องมีสิ่งหนึ่งกับจิตวิญญาณที่กระทบกันแล้วเกิดสามเส้า เรียกว่าสังขาร ก็เป็นกายสังขาร วจีสังขาร จิตตสังขาร ก็พูดกันไม่รู้เรื่อง สามสังขารนี้คือวิญญาณ จะรู้จักจิตวิญญาณต้องรู้นามรูป รู้อายตนะ ผัสสะ เวทนา ตัณหา ภพ ชาติ ชรา เรียนรู้ไม่ใช่แค่สมถะกับกสิณดิน น้ำ ไฟ ลม แต่ให้เรียนรู้เวทนา 108 ที่เป็น เทวธัมมา ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 เพิ่งมาปีนี้ที่อาตมาตีความเรื่องธรรมะ2 นี้ได้ละเอียด แต่ก่อนนี้ผ่านไปผ่านมา จนกว่าจะฟื้นคืนสภาวะมาก็เอามาอธิบายได้ ก็จะค่อยๆละเอียดลึกซึ้งไปตามสัจจะ อาตมาเคยคิดว่าสอนธรรมะไปวนเวียนไปมาจะเอาอะไรมาสอนอีก แต่ที่ไหนได้ยังมีที่รู้ละเอียดลึกซึ้งอีกเยอะ เพราะธรรมะพุทธเจ้านี้ถึงสุดยอดจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าเราเดินแล้วจะไม่มีที่จบ จบได้ทุกคนเป็นอรหันต์ได้ก่อน แค่ใบไม้กำมือเดียว แล้วก็ค่อยมาเรียนรู้ต่อใบไม้ทั้งป่ากับจริตคนที่มีอีกเยอะแยะมากมาย พระพุทธเจ้าแต่ละองค์ก็สอนมาตามลำดับ บางพระพุทธเจ้ามีอายุถึง 80,000 กว่าปี แต่พระสมณโคดมมีอายุแค่ 80 ปี พระเจ้าจะมีจริงหรือไม่มีจริงก็ไม่เป็นภาระที่พระเจ้าจะจัดการกับตัวตนเราอีก เพราะตัวเองสามารถจัดการตัวตนของตัวเองให้สูญสิ้นไปจากกาละได้แล้ว ไม่ปรากฏกรรมใดๆในเอกภพนี้ เราเรียนรู้จักตัวตนของเรา พระเจ้ามาทำให้อัตตาเราสูญไม่ได้เราต้องทำเอง แต่ศาสนาพระเจ้านั้นยังตีตัวเองไม่แตกเลย ผู้ทำอนัตตาได้แท้ๆจึงเป็นผู้มีความสูงสุดในบรรดาจิตวิญญาณ เป็นตัวจบ อนัตตาเป็นความสำเร็จสูงสุดของจิตวิญญาณมนุษย์ เป็นสภาวะสิ่งที่ไม่ใช่บัญญัติ จึงเป็นจุดสำเร็จของชีวิตแต่ละคนในความเป็นคนที่มีความสูงสู่สุดได้ เรายกให้พระพุทธเจ้าเป็นผู้สูงสุดเท่าที่จะมีได้ เพราะเป็นผู้ค้นพบอนัตตา อนัตตาจึงเป็นสภาวะเป้าหมายแท้ ของทุกคนชาวพุทธ ผู้บรรลุธรรมสูงสุดก็คือผู้ทำอนัตตาให้เกิดในจิตของตน และเห็นด้วยปัญญา ผู้นี้ก็คือผู้บรรลุธรรมสูงสุด ทำจิตเป็นอนัตตาเสร็จแล้วก็จบด้วยวิมุตติญาณทัสสนะ จนสำเร็จแล้วเที่ยงแท้ คนนี้ก็จบกิจ ผู้เข้าถึงอนัตตาแล้วจะเรียกว่าเป็นผู้บรรลุธรรม บรรลุนิพพาน บรรลุวิมุต บรรลุนิโรธ บรรลุสุดยอด บรรลุสรรพสิ่งบรรลุเป็นอรหัตตผล เป็นผู้เป็นอรหันต์ เป็นผู้พ้นทุกข์อริยสัจ เรียกกันไปตามพยัญชนะ คำไวพจน์ Synonym มีเยอะแยะคือผู้สำเร็จจบเป็นอะไร พยัญชนะนั้น เรียนกันจบตำราจบนักธรรมจบปริญญา คนส่วนมากก็ติดที่พยัญชนะภาษาบัญญัติ เป็นกันมากโดยไม่รู้ตัว ศึกษากันมากมายหัวผุหัวพังจบเปรียญ 9 จบปริญญาเอกแต่ไม่มีผลลึกลงไปถึงสภาวะถึงเนื้อแท้ของสัจธรรม ที่เป็นเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายไม่รู้ ไม่เป็นลำดับ น้อยมากที่จะเรียนรู้และได้ประโยชน์ตนบ้าง ส่วนมากเก่งภาษาพยัญชนะทางศาสนาเยอะ แต่ไม่รู้เบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลาย ศีลข้อ 1 เราได้บรรลุสูงสุดเรื่องของสัตว์ไหม สัมผัสกับสัตว์แล้วเกิดจิตว่างไหม เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายกันหมดทั้งสิ้น โดยเฉพาะสัตว์ที่น่าช่วยที่สุดก็คือคน เพราะฉะนั้นอาตมาจึงไม่ทำงานอย่างอื่น อาตมาทำงานเมตตาสัตว์เมตตาคน แม้จะถูกด่าถูกว่าอย่างไรก็ทำงานนี้ เพราะเป็นสุดแล้วที่จะต้องช่วย เป็นจิตเมตตาสูงสุด เรื่องอื่นอาตมาไม่กังวล
เพราะฉะนั้นไม่รู้จักรู้แจ้งรู้จริงในสภาวะกัน เช่นพูดคำว่ารูปธรรมนามธรรมก็ดี พูดกันถึงจิต เจตสิก รูป นิพพาน ขันธ์ 5 เวทนา สัญญา สังขารก็พูดกันจ๋อยๆ แม้แต่รูป 28 นาม 5 ก็พูดกันน้อยลงไปอีก ยังมีที่ลึกละเอียดกว่านั้นมากมายนับไม่ถ้วน พวกที่เรียนอภิธรรมเป็นโสภณจิต อโสภณจิต พระพุทธเจ้าเรียนรู้ที่จะมีวิธีที่เรียนรู้ให้ครบ เรียนแล้วจะปฏิบัติได้สุดยอด ถ้าหากรู้จักเบื้องต้นท่ามกลางก็จะได้ หากเรียนแต่ตรรกะก็ไม่ได้ น่าสงสาร จะได้ไปตามลำดับสำเร็จผลไปตามลำดับพ้นทุกขสัจ ไปตามลำดับเป็นโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ไปตามลำดับ บรรลุเป็นพระอริยบุคคลไปตามลำดับ นั่นคือเรียนรู้ด้วยธรรมะ 2 ที่เรียกว่า ทเวธัมมา โดยทำทเวธัมมาให้เป็นเอกธรรม ที่สุดแล้วทำเอกธรรมให้เป็น 0 ถึงจะจบจึงจะรู้ทั้งหมด ความเป็นเทวะ หรือธรรมะสอง ถูกรู้จักรู้แจ้งรู้จริงด้วยปัญญา สมบูรณ์แบบ อาตมาเน้นคำว่าปัญญาที่ไม่เหมือนโลกปุถุชนที่เป็นปัญญาที่อยู่ในโลกียไม่มีทางรู้จักกิเลส ไม่รู้จักปฏิบัติไปทีละลำดับ แต่เขาปฏิบัติ กดข่มเก่งได้ แล้วปฏิบัติในสิ่งที่ดี แต่กิเลสนั้นไม่ตาย มันก็วนกลับมาอีก ไม่มีวิธีที่จะฆ่ากิเลสได้อย่างสมบูรณ์แบบ ศาสนาพุทธรู้จักหน้าตาของอาการ ลิงค นิมิต อุเทส ของกิเลสรู้ปรมัตถธรรม ศาสนาพุทธรู้จักตัวหน้าตาของซาตานดี ไม่ได้ให้เรียนรู้แต่พระเจ้า เรียนรู้ซาตานแล้วกำจัดซาตานให้หมดจบเลย ตัวเองก็กลายเป็นพระเจ้าบริสุทธิ์ เพราะว่าพระเจ้ากับซาตานเป็นของคู่กัน แต่ว่าพระเจ้าไม่มีทางที่จะฆ่าซาตานได้ มีแต่บอกว่าสร้างอย่างเดียว แล้วทำไมไม่ทำลาย แต่ว่าศาสนาพุทธนี้ทำลายอย่างเดียว แล้วทำลายได้ก็จะสร้างเองอย่างมี นัยยะที่ควรเป็นภาวะที่ดี คนเป็นธรรมะ 2 ในตัวเองเป็นเทวะ ตัวเองเป็นเทวะเอง แล้วไม่ต้องเสียเวลาไปสร้างคู่อีก ถึงคลุมเครือว่าเทวะจริงๆนี้มีคู่ ก็เลยมอมเมาว่า พระพรหมมีคู่หรือเปล่า เอาไปเอามา เละเลย พระเจ้าแต่ละองค์ก็ไม่เหมือนกัน มีพระรามพระศิวะพระพรหมก็มีคู่ไปหมด มีพระสุรัสวดีเป็นต้น จริงๆแล้วไม่ชัดเจนว่าพระเจ้าจริงๆแล้วไม่มีคู่จะมีปัญญารู้ว่าไม่ใช่เรื่องเพศ แล้วสูงสุดไม่มีคู่จนถึง 0 มันจบกิจ ทำลายจิตวิญญาณจะนิยามให้เป็น 0 ได้ ความเป็นเทวะ หรือเทวธัมมา ธรรมะ 2 ที่ถูกรู้ด้วยปัญญาศาสนาพุทธมีวิธีทำให้เกิดได้เป็นได้ พุทธจึงเป็นศาสนาที่มีนิพพานหรือมีศูนย์ บรรลุอนัตตาด้วยปัญญาอย่างแท้จริงเพียงศาสนาเดียว ปัญญาคือความรู้ขั้นอุตระ ถึงเป็นความรู้ขั้นอริยะ ที่รู้ทั้งรู้ รู้จริงๆเลย รู้ในความมีปัญญา ทั้งรู้เองตัวเองเป็นทั้งตีแตกเทวะด้วย ไม่เหมือนความรู้ทั่วไป ที่สากลโลกเขารู้กัน อันนี้เป็นความรู้เฉพาะที่เป็นจิตวิญญาณของพุทธ ปัญญานี้ เป็นโลกุตระไม่ใช่ความรู้เรื่องลาภ ยศสรรเสริญ โลกียสุข เป็นเรื่องโลก แต่นี่เป็นความรู้ที่ลึกไปทางอัตตา อนัตตา แต่อัตตาหรืออนัตตา ขาดจากความเป็นโลกไม่ได้เพราะว่าเป็นคนจะต้องมีโลก เกิดมาไม่มีโลกไม่ได้ คุณจะอยู่ในโลกแต่ไม่มีโลกได้อย่างไร คุณเกิดมาเป็นตัวตนต้องมีโลกอยู่ จึงต้องมีคู่เสมอที่มีโลกกับอัตตา คนไม่เข้าใจก็ไปนั่งหลับตาทิ้งอัตตาทิ้งโลก ทิ้งรูป รส กลิ่นเสียง สัมผัส งมงายไปหมดกลายเป็นพวกมีกาย 3 นิรมาณกาย สัมโภคกาย อาทิสมานกาย คือกายที่อุปาทานสร้างเอง เนรมิตเอง สร้างเป็นภพชาติ แล้วมีพวกอุปาทานหมู่ด้วยกัน พูดกันรู้เรื่องนะแต่ไม่รู้เรื่องต่างคนต่างเห็น แต่โมเมกัน เรียกว่าสัมโภคกาย โมเม อาตมาเคยเล่นไสยศาสตร์ เขาบอกว่ามีภาษาจิตวิญญาณ ภาษาที่เขาพูดกันรู้เรื่องเรียกว่าสัมโภคกาย เป็นภาษาจิต ที่จริงมันไม่มีตัวตนอย่างนั้นหรอกเป็นอาทิสมานกาย นี่คือความงมงายสูงสุด นิรมาณกาย สัมโภคกาย อาทิสมานกาย กายคือรูปนาม ที่เป็นคน คนมีขันธ์5 มีองคาพยพ ทวัตติงสาการ มีผมขนเล็บฟันหนังจนกระทั่งถึงอาการ 32 และมีธาตุจิตวิญญาณร่วมอยู่ จึงเกิดภาพหลอนเป็นอะไรก็ได้ทางการแพทย์เรียกว่า psychosis เป็นมโนมยอัตตา เห็นเป็นตัวตนรูปร่างผีก็ได้เอามาปั้นสร้างเป็นนิรมานกาย ศาสนายุโรปตะวันตกผีคืออย่างนี้ ทางเอเชียก็เป็นอีกอย่างจินตนาการกันไปเอง ปั้นกันไปแล้วแต่จะสมมติกันไปเป็นสัมโภคกายที่รู้เรื่องกัน แต่มันไม่มีมันไม่เห็นตัวจริงหรอกมันก็สมมุติว่าไปเห็น แล้วเกิดเป็นภาพหลอน นี่คือรายละเอียดความจริง รู้ความจริงแล้วจะหมดปัญหาไม่สงสัยเลยในเรื่องจิตวิญญาณ ไม่ต้องไปยุ่งเรื่องของภาพที่มีเทวดาสัตว์นรกนอกตัวเรา เรียนในตัวเรานี่แหละ เกิดสิ่งเหล่านี้ในปัจจุบันนี้แล้วก็เรียนรู้สิ่งที่คนไปหลงอยู่ นอกตัวนอกตนสารพัด เป็นล้านๆๆๆอย่าง เรียนรู้ตอนปัจจุบันนี้ นี่คือความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า พุทธเป็นศาสนาที่ตีแตกแยกแยะได้ เรียกว่ามี Distinguish ตีแตกมาเป็นเทวะได้ จึงได้ประโยชน์จากเทวะหรือธรรมะ 2 ถึงขั้นบริบูรณ์สมบูรณ์ ผู้ไม่รู้จักรู้แจ้งความจริงในเรื่องความเป็นเทวะ ก็จะจำนวนอยู่กับเทวนิรันดร สายเทวนิยมจึงอยู่กับเทวะนิรันดร ไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้ ก็จบอยู่ที่นั่น ศาสนานั้นจะไม่มีนิพพาน อย่างพระโพธิสัตว์จะเข้าใจจิตวิญญาณและทำจิตวิญญาณให้สูงขึ้น จิตวิญญาณสูงสุดในความเป็นคนก็เท่ากับพระพุทธเจ้า จะบอกว่าพระพุทธเจ้ามีศักดิ์เท่ากันกับพระศาสนาทุกคนก็ได้ก็คือคน เพราะฉะนั้นศาสดาของเทวนิยมก็ต้องเป็นคน เรามีความรู้อะไร ความรู้ของคนนั่นแหละเอามาเปิดเผย จะบอกว่าเป็นความรู้สูงสุดของพระเจ้า แต่ของพระเจ้านั้นตีเทวไม่แตก แต่ของอเทวนิยมพระพุทธเจ้านี้ตีเทวาแตกด้วย อยู่ในคนเหมือนกันนี่แหละ พูดเหมือนยกตนข่มท่านแต่อาตมายืนยันว่าอาตมาอธิบายอยู่นะตีเทวธรรมะ 2 ให้แตก ทำให้เป็นอย่างอย่างไรทำให้เป็น 0 ได้อย่างไรอาตมาทำได้ ตามศาสนาพุทธสอนเพราะว่ารู้จักจิตเจตสิกต่างๆแม้แต่ที่สุดเวทนา 108 อาตมาก็เอามาอธิบายได้มีสภาวะจริง แยกเคหสิตะ มโนปวิจาร เคหสิตะ 18 ทำให้เป็นเนกขัมสิตะ 18 ได้ แล้วสูงสุดเป็นอุเบกขาจิตวิญญาณเป็นพระเจ้าสมบูรณ์แบบ บริสุทธิ์อย่างปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา และมี “นิจจัง-ธุวัง-สัสสตัง-อวิปริณามธัมมัง-อสังหิรัง-อสังกุปปัง”611123_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ทำบุญสัมมาทิฏฐิจึงตีเทวะแตกถึงอนัตตา