ชำแหละ อัตตวาทุปาทานของ พญาครุฑและพญานาค.docx
เนื้อหาในไฟล์
ชำแหละ อัตตวาทุปาทานของ พญาครุฑและพญานาค ขออธิบาย อัตตวาทุปาทาน ให้ละเอียดๆสักนิดนึง มันมี อัตตา อันนึง วาทะอันนึง อุปาทานอันนึง อุปาทาน คือการยึดติดด้วยอวิชชาไม่เข้าใจไม่รู้แต่ยึด แล้วไอ้ที่ยึดที่เรียนกันอยู่เป็นปราชญ์ ถือว่าเป็นปราชญ์เป็นผู้รู้ยิ่งใหญ่ในประเทศไทยในศาสนาพุทธ เขายึดได้แต่แค่ วาทะ เท่านั้น เป็น อัตตา ของเขา เป็นทั้งอัตตาด้วย ไม่ได้ออกนอกอัตตา ไม่ได้เป็นอนัตตาเลย ยึด ยึดอะไร ยึดวาทะ คือได้แค่บัญญัติ ได้แค่พยัญชนะ ได้แค่เรื่องราว ได้แค่คำพูด ไม่ได้เข้าไปถึง จิต เจตสิก รูป นิพพาน เลย นี่คือ อัตตวาทุปาทาน ทวนอีกทีนึง คือเขาเป็นนักปราชญ์ เป็นนักศึกษา เป็นนักรู้ เป็นนักปฏิบัติธรรม เรียนรู้มากเลยนะ เก็บความรู้มา รู้หมด เป็นผู้รู้แล้วจริงด้วยเป็น Learned Man แต่เขาก็ได้แค่วาทะ ได้แค่ภาษา ได้แค่คำพูด เก่งมากแค่เรื่องราว เก่งหน่อยก็แค่เป็นเรื่องเป็นราว แล้วก็ลึกขึ้นไปในเรื่องราว ก็เป็นเรื่องราวของ ของเรื่อง นอก จิต เจตสิก รูป นิพพาน ของสักกายะของตนเอง เป็น ปทปรมบุคคล เป็นผู้รู้ธรรมะ รู้ธรรมบท รู้พุทธพจน์ก็มาก จำได้มาก สาธยายอยู่ก็มาก แต่ไม่ได้บรรลุธรรมเลยในชาตินั้นๆ ไม่ได้สลายอัตตา ไม่ได้รู้จักทะลุเข้าไปถึงอัตตาจนเป็นอนัตตา เป็นอาริยะ ถ้าหากอนัตตาก็มีอรหัตผลไปตามลำดับ โสดาบันก็มีอรหัตผลในโลกอบาย โลกต่ำ สูงขึ้นมาก็เป็นโลกกาม แล้วก็โลก รูปาวจร อรูปาวจร ก็หมด แต่นี่ไม่รู้อัตตา อัตตา มีอยู่ 3 ภาษา 1.โอฬาริกอัตตา 2. มโนมยอัตตา 3. อรูปอัตตา อัตตาทั้ง 3 นี่แหละเขาไม่รู้จักอัตตาเลยได้แต่วาทะ ตนเองเต็มไปด้วยอัตตา โดยปรมัตถ์ตนเองเต็มไปด้วยอัตตา ที่ได้ก็ได้แต่วาทะ แยกให้ดีนะ และตนเองมี โอฬาริก อัตตาอยู่เต็มบ้องเลยก็ไม่รู้ตัว โอฬาริก อลังการ อัตตาที่ยิ่งใหญ่มา
อ่านต่อ
กเลย ใหญ่โตอลังการแบกลาภ แบกยศ แบกสรรเสริญ แบกความสุข เพราะตนเองมีความรู้ก็เลย คนมีความรู้นี่แหละเลย ได้ลาภจากความรู้ ได้ยศจากความรู้ ได้สรรเสริญจากความรู้ โลกียสุขจากความรู้ เสพสุขโดยไม่รู้จักสุขจักทุกข์ จมอยู่กับสุข ได้อย่างเต็มที่บริบูรณ์เกือบจะไม่มีขั้นเลยนะ ทุกข์น่ะ เอาเถอะได้ลาภจนกระทั่งเนียนคืออยากได้เมื่อไหร่ได้ ขอให้ออกปากเถอะ ไม่ต้องเรี่ยไร แล้วก็ทำเป็นว่าไม่สะสมด้วยเหมือนมหาบัว ไม่สะสมหรอกแต่เอาไปไว้ที่ประเทศไทยไปที่คลังประเทศไทย เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นจิ้งจกตุ๊กแกเฝ้าอยู่ ทั้งๆที่เขาสะพัดไปที่ไหนๆแล้ว ฟังให้ดีนะอาตมาอธิบายนี้ซับซ้อน ลึกซึ้งซับซ้อนมาก เพราะฉะนั้นนี่ไม่ได้ไปยึดทางนั้น แต่ไปยึดความรู้ว่าเป็นลาภ ยึดความรู้ว่าเป็นยศ มันซ้อนนะ มันซ้อนยิ่งกว่ามหาบัว มหาบัวยังเป็นวัตถุเป็นทองคำ แหม ดอลลาร์เสียด้วยนะ จะสะสมแบงค์บาทก็ไม่เอาสะสมดอลลาร์หัวสูงเสียด้วย แต่นี่ไม่ ความรู้เป็นลาภ ความรู้เป็นยศ ความรู้เป็นสรรเสริญ ความรู้เป็นสุข เป็นพญาครุฑ เพราะฉะนั้น สภาพปรมัตถสัจจะของพญาครุฑ หรือสภาพ ปรมัตถสัจจะของพญานาค 2 อย่างนี้ พญาครุฑคือหลงรู้ พญานาคคือหลงสภาวะ สภาวะอะไร สภาวะเป็นผู้ที่ดับ ดับได้สนิทดับได้นานถึงขั้นจมอยู่ใต้ก้นบาดาล แล้วก็จะดับไม่รู้สึกตัว จะรู้สึกตัวทีหนึ่งก็มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาในโลก แต่ละองค์ พอพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลก 1 องค์ จะลอยถาดมา เอาถาดทองคำมาแล้วก็โยนลงไป ตกลงไปกริ๊ก พอกริ๊ก ก็จะเกิดเวทนาให้รู้สึกตัวขึ้น นิดนึง ที่รู้นิดนึงอะไร ตัวพญานาคตัวนี้แกจะรู้ว่า อ๋อ.. พระพุทธเจ้าได้เกิดอีกแล้วเหรอจ๊ะ แล้วก็หลับดับดิ่งอยู่ใต้ก้นบึ้งของ จะเรียกว่าอะไรก็ไม่รู้มันลึกสุดลึกต่อไป จนกว่าพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปอุบัติ ความหมายก็คือในโลกนี้มีศาสนาพุทธ แต่ไม่รู้เลยว่าศาสนาพุทธคืออะไร รู้แต่ว่าพระพุทธเจ้าเกิดมาประกาศศาสนาพุทธ รู้เท่านั้น แล้วก็ดับ เฝ้า เป็นพญานาคเฝ้า เฝ้าความรู้ ความรู้ที่ถือว่าเป็นความรู้ที่สุดยอดก็คือพุทธศาสนานี่แหละอยู่อย่างนี้ นี่คือพญานาค ส่วนพญาครุฑนั้นเหินฟ้า ข้านี่แหละยิ่งใหญ่ ข้านี่แหละรู้ทั่ว ที่จริงอันเดียวนั่นแหละ ยึดทั้งคู่ เป็นอัตตาทั้งคู่ ทั้งพญาครุฑ ทั้งพญานาค คือจอมอัตตา เพราะฉะนั้น โอฬาริกอัตตา เต็มสภาพเป็นอัตตาที่อลังการ เป็นอัตตาที่โอฬาริก อัตตา แต่คนดูไม่ออก แต่อาตมาดูออกก็มาขยายให้ฟัง อัตตาของพญาครุฑก็อย่างหนึ่ง อัตตาของพญานาคก็อย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงอัตตาในระดับ มโนมยอัตตา ก็ต้องลด ต้องเรียนรู้ลดอัตตาตนเองจึงจะลดได้จริง จึงจะมาอยู่ในขั้นที่ 2 คือเรียนรู้อัตตาในสภาพที่ถูกต้องสภาวะสัจธรรมขึ้นมาเรื่อยๆ จนเป็นอาริยบุคคล ก็ลดกิเลสลงไปได้เรื่อยๆ มโนมยอัตตา อัตตาที่สำเร็จด้วยจิต มโนมยัง แต่ว่าสำเร็จด้วยจิต อัตตาที่ทำให้ตนเองบรรลุสำเร็จด้วยใจไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นยังงมงายยังมี โอฬาริกอัตตา อาตมาเห็นแล้วน่าสงสารทุกวันนี้ ผู้ที่เป็นปราชญ์ขออภัยต้องพูดอันนี้คำนี้ ผู้ที่เขายกย่องนับถือกันว่าเป็นปราชญ์ทางศาสนาพุทธทุกวันนี้ ที่อาตมายืนยันว่า เป็นยุคเสื่อมของศาสนาพุทธโลกุตรธรรมนี้ อย่างแท้จริง ผู้ที่เป็นปราชญ์ยุคนี้คือโอฬาริกอัตตา จมอยู่ในนั้น ยังไม่ได้เข้ามาหามโนมยอัตตาเลย เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปพูดถึงอรูปอัตตาที่จะ เหลืออัตตาสุดท้ายที่จะหมด โอย.. ก็พูดความจริงขึ้นมาก็เมื่อย อาตมาเมื่อยเพราะอาตมาเมื่อยจริงๆนะ ต้องแสดงธรรมะอยู่ทุกวันนี้เมื่อยจริงๆ เมื่อยเพราะลากขันธ์แล้ว 90 แล้ว ยังไม่แล้วนะยังไม่เต็ม วันที่ 5 มิถุนายน 2567 ถึงจะเต็ม 90 ขึ้น 91 ก็ลากขันธ์ไปให้มันได้ อาตมามุ่งมั่นจริงๆว่าจะให้ถึง 100 อายุนะ เกินกว่าได้ก็เอา แต่เอา 100 เป็นเป้าก่อน อีก 10 ปีเองนะทำไปเล่นไป ไม่นานนะ 10 ปี 661218 ชำแหละลากไส้อัตตาของพญาครุฑและพญานาค รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #49 ราชธานีอโศก